Posts Tagged ‘ขอคืนภาษี’

ใครทำประกันชีวิตไว้ลดหย่อนภาษี งานเข้าแล้วครับ..

November 4, 2008

คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เคลียร์กับกรมถอนขนห่านยังไงครับนี้ หลังจากตามข่าวมาหลายวัน ดูเหมือนไม่มีความคืบหน้านะครับ ลองอ่านข่าว..จากสองแหล่งนี้ก่อนครับ

ข่าวแรกใหม่ๆหลังเคลียร์มาแล้วหลายรอบ  คปภ.-สรรพากรเคลียร์สิทธิหักภาษี  เนื้อหาข้างในครับ

คปภ.วิ่งหาสรรพากรอีกรอบ ชี้แจงผลกระทบก่อนฟันธง สิทธิหักลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกันชีวิต ด้านนายกสมาคมประกันชีวิต ย้ำทำให้ชัดเจน หวั่นคนสับสน

จากการประชุมร่วมระหว่างกรมสรรพากร และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ข้อสรุปล่าสุดเกี่ยวกับสิทธิของผู้เอาประกันในการหักลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกันชีวิตว่า กรมธรรม์นั้นจะสามารถจ่ายปันผลระหว่างปีในช่วง 3 ปีแรกได้ไม่เกินปีละ 20% ของเบี้ยรับประกันในแต่ละปี รวมถึงเบี้ยประกันจากสัญญาหลักเท่านั้นที่จะได้สิทธิดังกล่าว ไม่ครอบคลุมถึงเบี้ยประกันส่วนที่เป็นสัญญาเสริม

นางคมคาย ธูสรานนท์ รองเลขาธิการสายกำกับ คปภ. เปิดเผยว่า คปภ.จะเข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริงและนโยบายเพื่อประเมินภาพรวมด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงจะชี้แจงถึงผลที่อาจเกิดขึ้นหลังจากมีมาตรการเหล่านี้ออกมา ซึ่งด้านกรมสรรพากรอาจมองในอีกมุมหนึ่งที่ต่างไปก็ได้ การหารือร่วมกันครั้งนี้ต้องพิจารณาบนหลักการเพื่อให้เป็นข้อกำหนดที่ยอมรับได้ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ทาง คปภ.จะเข้าไปชี้แจงข้อมูลเท่านั้น ส่วนการกำหนดข้อสรุปออกมายังเป็นอำนาจการตัดสินใจของกรมสรรพากร

ทั้งนี้ ผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตมักซื้อประกันสุขภาพเป็นสัญญาแนบท้าย เพื่อคุ้มครองค่าเสียหายในกรณีเจ็บป่วย ซึ่งที่ผ่านมาผู้ถือกรมธรรม์สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ทั้งสองส่วน ขณะที่บริษัทประกันวินาศภัยในปัจจุบันก็สามารถขายประกันสุขภาพและประกันภัยโรคร้ายแรงได้เช่นกัน แต่ผู้เอาประกันจะไม่ได้รับสิทธิในการหักลดหย่อนภาษี จึงทำให้เกิดสิทธิประโยชน์ที่เหลื่อมล้ำกัน

“โดยส่วนตัวแล้วอยากให้ผู้ถือกรมธรรม์ได้รับสิทธิหักลดหย่อนภาษีทั้งคู่ ไม่ว่าจะซื้อประกันสุขภาพที่แนบท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิต หรือประสุขภาพที่บริษัทประกันวินาศภัยขายโดยตรง เพราะถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่ช่วยจูงใจให้ผู้บริโภคเตรียมความ พร้อมสำหรับอนาคตด้วยตนเอง ขณะเดียวกันภาครัฐก็ประหยัดงบประมาณในการจัดสรรสวัสดิการด้านสุขภาพให้กลุ่มคนเหล่านี้ลงไปได้เช่นกัน” นางคมคายกล่าว

ด้านนายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคม ประกันชีวิตไทย กล่าวว่า เงื่อนไขเกี่ยวกับการหักลดหย่อนภาษี ถือเป็นหลักเกณฑ์ที่มีมาแต่เดิม เพื่อช่วยสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในประเทศที่อัตราการถือครองกรมธรรม์ยังต่ำอยู่ สิทธิประโยชน์เหล่านี้ถือว่าช่วยได้มาก

“ปัจจุบันการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตในประเทศไทยมีสัดส่วนแค่ 22.5% ของประชากรทั้งหมด ดังนั้นหลักเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่ผู้ถือกรมธรรม์ควรจะได้รับต้องมีความชัดเจน และไม่สร้างความสับสนแก่ผู้บริโภค” นายสาระกล่าว

——-จบข่าวแรก ——ต่อด้วยข่าวจากกรมถอนขนห่าน——

ข่าวกรมสรรพากร Revenue Department News เลขที่ข่าว ปชส. 1/2552 วันที่แถลงข่าว 28 ตุลาคม 2551
เรื่อง การคํานวณภาษี เพื่อลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต กรณีมีเบี้ยประกันอื่นควบอยู่ด้วย  
 เนื้อหาข้างใน pdf ตามอ่านครับ

ตามที่กรมสรรพากรได้เสนอแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย เพื่อขยายวงเงินการหักค่าลดหย่อน ในการคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สําหรับการหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต จากเดิมที่กฎหมายกําหนดให้หักได้ไม่เกินปีละ 50,000 บาท เป็นให้หักได้สูงสุดปีละ 100,000 บาท ซึ่งมีผลสําหรับ เบี้ยประกันภัยที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป นั้น

ปัจจุบัน กฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ ได้ผ่านขั้นตอนทางกฎหมายและมีผลใช้บังคับแล้ว สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จึงได้มาหารือกับสํานักงานเศรษฐกิจการคลังและกรมสรรพากรในวันที่ 21 ตุลาคม 2551 โดย คปภ. มีความเป็นห่วงว่า ผู้เอาประกันอาจไม่ทราบถึงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ในการหักลดหย่อนทางภาษี จนเป็นเหตุ ให้มีการเสียภาษีผิดพลาด ทั้งนี้ โดยเฉพาะกรณีการเอาประกันชีวิตที่มีประกันอื่นควบกันอยู่ เช่น ประกันชีวิต ควบกับประกันสุขภาพ

ผลการประชุมได้ข้อสรุปว่า การพิจารณาการหักค่าลดหย่อนในการคํานวณภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา สําหรับค่าเบี้ยประกันชีวิต นั้น จะพิจารณาจากหลักฐานที่ทางบริษัทผู้รับประกันภัยออกให้ ซึ่งบริษัทจะต้องแยกให้ชัดเจนว่า เป็นส่วนของค่าเบี้ยประกันชีวิตเท่าไหร่ เป็นส่วนของค่าประกันประเภทอื่นเท่าไหร่ เพื่อให้ทราบว่าวงเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะสามารถนําไปใช้หักเป็นค่าลดหย่อนทางภาษี ได้เป็นจํานวนเท่าใด

นายสาธิต รังคสิริ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ” ในประเด็นการออกเอกสารหลักฐานข้างต้นนั้น คปภ. รับจะไปเป็นผู้กําชับให้บริษัทประกันภัยดําเนินการให้ถูกต้องต่อไป”

—-จบข่าว—-

งานเข้า..จบกันแน่ธุรกิจประกันชีวิต โดยเฉพาะ AIA ใครเป็นตัวแทนขาย กรมธรรม์ใหม่ยากขึ้นแน่ มีข่าวนี้ มาเพิ่มข่าวร้าย ข่าวบริษัทแม่เดี้ยงก็ยังไม่จาก เจอข่าวใหม่ ไม่รู้จะเพิ่มสิทธิทำไมให้เป็นหนึ่งแสน ใครจ่ายเพิ่มซื้อกรมธรรม์หลักน้อยๆ ซื้อเสริมเยอะๆ แย่แน่ จบกันแน่

เราประชาชน ตาดำ ก็ซวยสิครับ ระบบรัฐสวัสดิการ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ก็ไม่ได้เรื่อง ไม่ช่วยอะไรแล้ว พอประชาชน ทำประกันไว้ช่วยเหลือตนเอง ก็มาทำแบบนี้อีก ดีนะที่ไม่ซื้อประกันชีวิตเพิ่ม เพราะเท่าที่จ่ายๆอยู่ตอนนี้ก็มากโขอยู่ แต่ยอมกัดฟันจ่าย เพราะได้ประโยชน์สองทาง ป้องกันความเสี่ยงตัวเองและที่สำคัญคือจะเอามาลดหย่อนภาษี เซ็งครับ..จ่ายเท่าเดิม..แต่ได้สิทธิลดหย่อนลดลง..ปีนี้จะเหลืออะไรให้ลดหย่อนเนี้ย ขอคืนภาษียากๆอยู่ด้วย..

มีรัฐบวมมมม ถังแตก นักเลือกตั้งขี้โกง บวก ข้าราชการเฮงซวยก็งี้แหละ..แน่จริงก็ประกาศ ยกเลิกการหักภาษี ณ ที่จ่ายซะด้วยเลยสิ…เอาแค่ส่วนเงินเดือนก็ได้ ได้กินแกลบแน่ๆไอ้รัฐบ้าๆบอๆ..ใครจะอยากจ่ายภาษีให้ พวกเอ็งไปโกงกินกัน จบข่าว..ข้าพเจ้าเอง

เช็คคืนภาษีของท่าน ส่งไปรษณีย์แล้ว ตามที่อยู่

August 16, 2008

กลับมาแล้ว ยังไม่ตายนะครับ ก็ต้องเล่น net ซะหน่อย เข้าไปตรวจสอบผลการขอคืนภาษีใน web ของ กรมสรรพากรมา เมื่อครู่ เห็นข้อความใหม่ว่า

“เช็คคืนภาษีของท่าน ส่งไปรษณีย์แล้ว ตามที่อยู่
….
เมื่อวันที่ 04/08/2551
หากยังไม่ได้รับ
โปรดติดต่อ
สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 23
หมายเลขโทรศัพท์”

มีเรื่องที่อยากเขียนถึงอื่นๆ เยอะแยะ ลืมไปก่อนเลย ได้ข้อความเด็ดมา เขียนเรื่องนี้ก่อนละกันครับ

อยู่ที่นู้นแบกเครื่อง notebook ไป internet ก็พอมีให้เล่นได้บ้าง ก็ลองเข้าไปตรวจสอบ ไม่เคยทำได้เลย กลับมาถึงเมื่อวานเย็นๆ เครื่อง delay ด้วย กลับมากรื้อกระเป๋า แยกสมบัติ ซักผ้า กว่าจะได้นอนก็ปาไปสามทุ่มกว่า ตื่นมาตี ๑ ไม่ไหว เช้าไป นอนต่อ ตื่นมาอีกรอบ ตี ๔ ทำนู้นทำนี้ พึ่งเข้า internet เช้านี้ก็ได้รับข่าวดี..ดีดีดี

แหม…ดีใจจริงๆ นะเนี้ย แต่ไม่รู้ว่าได้ครบตามที่ขอหรือเปล่า แต่ช่างมันเถอะครบไม่ครบไม่เป็นไร ขอให้ได้คืนเถอะ รอมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ นี่ปาไปสิงหาคม กรมถอนขนห่านช่างทำงานได้รวดเร็วจริงๆ ให้รอเกือบ ๖ เดือน ไหนบอกว่ารอ ๑๕ วันไงครับ ปีหน้าไม่ยื่นผ่าน internet อีกแล้ว ลากิจ ไปยื่นเองดีกว่าเยอะ บริษัทให้ลากิจได้ตั้ง ๔ วัน ทุกๆปี ปีทั้งปีแทบไม่เคยได้ใช้

วันจันทร์เข้าที่ทำงานวันแรก สิ่งแรกที่ต้องไปดูเลยคือ กองจดหมายที่โต๊ะเลขาแผนก คงได้กองใหญ่เลยละ ก็สิ่งตีพิมพ์ทั้งหลาย หรือไปสมัครอะไรไว้ก็ให้ส่งมาที office ทั้งนั้นนิครับ ส่งมาที่บ้านกลัวหาย ยิ่งเป็นพวกจดหมายลงทะเบียน พวก ems ถ้าส่งมาทีบ้านก็วุ่นวาย ถ้าไม่อยู่บ้าน ก็ต้องไปรับเองที่ไปรยณีย์อีก เสียเวลา ส่งมาที่ทำงานดีแล้ว มีคนจัดการให้ทั้งหมด ดีจริงๆ

ที่ทำงานเป็น mobile office ก็งี้แหละ มี locker ให้เล็กๆ จะไปเก็บอะไรได้ มีอะไรส่งมาก็ต้องกองที่โต๊ะส่วนกลาง ยิ่งช่วงที่ผ่านมาจดหมายเยอะมากจากรายงานประจำปีของบริษัทในตลาด มีหุ้น ๑๐๐ หุ้นไว้ตามข่าวหลายตัว ถ้าส่งมาที่บ้านก็แย่เลย ส่งไปที่ทำงานดีที่สุด มีจดหมายเป็นกองๆเป็นประจำ เพราะที่ผ่านๆมาไม่ค่อยได้เข้าทำงานที่ office บ่อยๆ ส่วนใหญ่อยู่ประจำที่ site งานลูกค้าตลอด เข้าไปครั้งใด ได้จดหมายเป็นกองๆทุกครั้งไป

กองจดหมายรอบนี้ ซองแรกที่จะเปิดคือ ซองคืนภาษี ได้เช็ค ก็ได้เงิน ชดเชย เอามาหนุนค่าใช้จ่าย ค่าโสหุ้ยที่ลาไปเที่ยวได้บ้างก็ยังดี มีกระแสเงินสดไหลเข้ามาอีกก้อน หมุนวงเวียนชีวิตต่อไป ปกติก็โชคดีอย่างนี้เสมอ กระแสเงินสดดี ไม่เคยมีปัญหาเงินสดขาดแคลนเลย..เหอ…ดีใจจัง..เช็คคืนภาษีของท่าน ส่งไปรยณีย์แล้ว ตามที่อยู่..ข้าพเจ้าเอง

การรอคอย ขอเหล่าผู้กล้า หนึ่งในสามหมื่นรายที่เหลือจากกรมสรรพากร

July 21, 2008

ว่าจะไม่เขียนบ่นเรื่องนี้แล้ว แต่ก็อดไม่ได้ เพราะเมื่อกี้กลับเข้ามาถึงบ้าน เปิดดูข่าวไทยพีบีเอส บังเอิญมีเรื่องการร้องเรียน การขอคืนภาษีล่าช้าพอดี สรุปได้ว่า ข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่กรมสรรพากรให้บริการเป็นพิเศษ หนึ่งในสามหมื่นรายที่เหลือที่กรมฯตรวจสอบให้อย่างละเอียด เพราะอาจมีข้อผิดพลาดหรือมีข้อมูลไม่เพียงพอในการทำการตรวจสอบการขอคือ ทำให้ขั้นตอนการขอคืนภาษีล่าช้ากว่าปกติ 

ท่านเจ้าสำนักบอกว่าทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนนี้ รอดูสิว่าจะโม้อีกหรือเปล่า โทรไปตามทั้ง call center ทั้งสำนักงานสาขาก็หลายรอบแล้วไม่เห็นจะได้เรื่องอะไรขึ้นมาเลยครับ วันนี้ก็พึ่งโทรไป เอกสารก็ส่งไปให้นานโขแล้ว ก็ยังไม่ได้เรื่อง แถมมาบอกอีกว่าให้จัดเตรียมเอกสารไว้ใหม่ด้วย จะบ้าตายส่งตัวจริงไปให้หมดแล้วนะครับท่าน มีเหลือแต่สำเนาจะให้ส่งไปให้อีก

สาขาบอกว่าเอกสารไม่ชัด ตัวจริงนะครับท่านไม่ชัดได้ไง เจ้แกบอกว่าเป็น scan นะค่ะ ไม่ชัดค่ะ ก็บอกว่าส่งตัวจริงไปให้ ไม่ชัด เป็นไปไม่ได้ เจ้บอกต่อว่าตัวจริงคงถูกทำลายไปแล้ว เพราะกรมฯถือว่า scan ใส่ระบบแล้วถือเป็นหลักฐานได้ ยังไงต้องขอให้เตรียมเอกสารไว้ด้วย ก็สวนไปว่าบอกให้ผู้เสียภาษีเก็บเอกสารไว้ตั้ง ๕ ปี แล้วกรมฯทำลายเอกสารตัวจริงไปเนี้ยนะ ทำอย่างนี้ได้อย่างไร ยังไงคุณเจ้ ก็ต้องไปติดต่อหามาให้ได้ ส่งไปหมดแล้ว

เจ้บอกต่อว่า ก็อาจจะมีนะค่ะ แต่คงจะล่าช้า เพราะขั้นตอนมันเยอะ ตกลงมีหรือไม่มีกันแน่ก็ไม่รู้ บอกเจ้ไปว่าเอกสารเก็บใส่ลังไปหมดแล้ว เพราะรอมาหลายเดือนแล้วหายาก เจ้เลยบอกว่าเดี่ยวไปตามจากส่วนกลางให้ แต่ขอให้เตรียมหาไว้ให้ด้วย พร้อมส่งไปให้ใหม่ ใครจะไปยอมง่ายๆ ขั้นตอนเยอะอะไรกันหนักหนาก็ไม่ทราบ

โทรกลับไป call center อีกครั้งว่าเอกสารอยู่ไหน ทำไมไม่ส่งไปให้สาขาให้ครบถ้วน call center ก็ได้แต่ บล๊า บล้า แบะ แบะ แถมยังบอกอีกว่าขั้นตอน ระหว่างสาขา กับส่วนกลางเร็วค่ะ ไม่ช้าเป็นขั้นตอนภายในของกรมฯ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ call center ไม่มีอำนาจจะไปจัดการได้ ยังไงให้โทรไปถามสาขานะค่ะ เพราะเรื่องของท่านผู้มีอุปการะคุณได้โอนไปให้สาขาตั้งแต่ต้นเดือนนี้แล้ว รอหน่อยนะค่ะ (ในใจอย่างจะบอกไปว่า ..รู้ตั้งนานแล้ว ว่าแต่เมื่อไหร่จะได้เงินมิทราบขอรับ หุ้นกำลังตกจะได้มีเงินมาซื้อซักหน่อย) ได้แต่ตอบไปว่า ครับ ฮาฮา

ไม่รู้จะสรุปยังไง ก็ต้องรอต่อไป ช้า หรือ เร็ว กันแน่ก็ยังไม่รู้เลย ฮาฮา รอต่อไปเถอะครับ เหล่าผู้กล้าทั้งหลาย ข้าพเจ้ารอมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์นู้น รอมาได้ตั้งนานแล้ว จะรอถึงสิ้นเดือนก็ได้ครับท่าน ขอให้มันได้จริงๆเถอะ คราวหน้าจะรีบเอาเอกสารทั้งหมดไปถวายให้ด้วยตัวเองเลยครับ..นาย..ฮาฮา..ข้าพเจ้าเอง