Archive for the ‘Uncategorized’ Category

itcity กับระยะทางในเมืองหลวง ๑

November 10, 2008

it20k

ใครเดินทางไปเที่ยวห้างในรัศมี ๒๐ กิโลเมตรบ้างครับ นี่นับเฉพาะสาขาที่อยู่ในเมืองกรุง เมืองนน และ ปากน้ำ นะครับ ช่วยไม่ได้ข้อมูลฐานมีแค่นี้เอง เอาแค่นี่ก่อนละกัน แค่นี่ก็พอมีประโยชน์ครับ

it15k

รัศมี ๑๕ กิโลเมตร

it10k

รัศมี ๑๐ กิโลเมตร

it5k

รัศมี ๕ กิโลเมตร

it3k

3 กิโลเมตร

รูปแค่นี้ก็น่าจะตอบคำตอบ หลายๆ คำถามได้นะครับ อย่างนี้สิเรียกว่าใช้ประโยชน์จาก GIS

เรียกว่าการใช้แบบไม่ได้ใช้..ฮาฮา..ข้าพเจ้าเอง

CNN Will I Am Hologram, First time on TV

November 6, 2008

ลอง post vdo ครั้งแรกครับ จาก link นี้ครับ http://www.youtube.com/watch?v=deoOTqT-SMI เป็นเรื่องทันสมัย ใหม่ๆซิง ต่อเนื่องกับงานเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครับ เพราะเขามาใช้ในวงการทีวีครั้งแรกในงานนี้ครับ

ไม่ได้เป็นคนที่นิยมหนังพวก Star Trek หรือ Star Wars นะครับ แต่พอนึกถึงภาพฮอโลแกรม ก็ต้องนึกถึงหนังพวกนี้ก่อนครับ แต่คราวนี้เขาเอามาใช้ในวงการทีวี แต่หลายเสียงว่ายังไม่ใช่เป็นฮลโลแกรม แต่ช่างมันเถอะจะแท้จะเทียม เอาเป็นว่าต่อไปเราคงได้เห็นเทคโนโลยีด้านนี้พัฒนามากยิ่งขึ้นครับ

ของเล่นในหนังเริ่มเห็นแนวทางเป็นเรื่องจริงได้อีกเรื่องแล้วครับ ต่อไปข้างหน้าเวลาเราโทรศัพท์คุยกัน หรือส่ง message ไปหากัน ใครจะไปรู้ อาจส่งทั้งรูปทั้งเสียงแบบ ๓ มิติไปแบบฮอโลแกรมก็ได้..ดีจริงๆ

ถ้าเอาไปใช้แบบสร้างสรรค์หรือทำลายก็ไม่รู้ แต่เริ่มมีหลายคนพูดกันแล้วว่า ต่อไปอาจจะได้ดูคลิปโป๊แบบสามมิติก็ได้..ต่อไปถ้าดาราคนไหนทำหลุดออกมาอีกละยุ่งแน่..งานนี้ไม่ต้องปฎิเสธ หรือให้สัมภาษณ์แบบกั้กๆ ไม่ใช่หรอกครับ..เป็นไปไม่ได้..หน้าคล้ายกันครับ..ต้องรอดูก่อนครับ..คำพูดแบบนี้จะหายไปแต่จะเป็นแบบไหนก็รอฟังอีกสัก ๑๐ ปี รอฝันค้างไปก่อนนะครับ ๑๐ ปี น่าจะเป็นไปได้..เหอๆ..ข้าพเจ้าเอง

การรุกเข้ามา ของชุมชนร้านค้าข้างๆบ้าน โชห่วยมีหรือจะรอด

November 2, 2008

เมื่อวานได้ไปแวะกินแวะเดินเล่นที่ Park Town in Town ชุมชนร้านค้า ที่เขาเรียกกันเท่ห์ว่า Community Mall ของ เทสโก้ โลตัส คนเพียบครับ เป็นไปตามแผนขยายสาขาในรูปแบบ Community Mall ออกเป็น 3 แบรนด์ คือ @Oasis เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายชุมชนระดับบน A @Park เจาะกลุ่มระดับกลาง B  และ  @Garden  เจาะกลุ่มระดับล่าง C D

พึ่งเปิดไม่นาน ดูแล้วผลที่ได้ก็เป็นไปตามแผน ลูกค้าเพียบ รถจอดกันเต็มครับ ร้านค้าที่มีส่วนใหญ่เปิดถึงสี่ทุ่มนู้น ที่เปิดทั้งวันทั้งคืนก็มี lotus express และก็ mc ซึ่งเป็นร้านกาแฟ mc cafe จาก แมคโดนัลด์ด้วย แถบนั้นเป็นทั้งที่อยู่อาศัยคนอยู่เพียบ และเป็นแถบร้านอาหารมานั่งกินลมชมวิว กลางค่ำกลางคืนด้วย เจาะตลาดได้ถูกกลุ่มจริงๆ

ร้านค้าที่เห็นนอกจากที่ว่าก็มี ธนาคาร kbank และ scb มีร้านหนังสือนายอินทร์ มีร้านไอติม swensen’s มีร้าน pizza the pizza company มีร้านขาย steak ร้านขายติมซำ ร้านขายหมี่ทั้งไทย ทั้งเทศ ร้านขายขนมหวาน ขายเค็ก ร้านนีโอสุกี้ ร้านเสริมสวย ลดน้ำหนัก โรงเรียนสอนดนตรี มีแมงป่อง ขาย dvd vcd ขายเอ็นเตอร์เทน แล้วมีลานจอดรถกะจากสายตา น่าจะจอดได้ประมาณ ๔๐ ถึง ๕๐ คันจะเห็นได้ว่าพร้อมพรั่ง พร้อมรบเต็มที่

trend ชุมชนร้านค้า แบบนี้ นับวันยิ่งมาแรง จาก เจ อเวนิว ทองหล่อ ของ บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) sf บริษัทในกลุ่มเมเจอร์กรุ๊ป major ที่ดังเป็นพลุเมื่อสองสามปีก่อนได้มั่ง จำไม่ได้ครับ เดี่ยวนี้มีเพียบครับ ถูกใจประชาชน ชาวบ้านไม่ต้องเดินทางไปเดินห้างไกลๆ จากเดิมที่คาดว่าคนทั่วไปต้องเดินทางในรัศมี ๑๐ ถึง ๒๐ กิโลเมตรรอบบ้าน เพื่อไปเดินห้างละแวกบ้าน ถ้าไม่มีอะไรจำเป็นนัก ก็ทำให้ลดระยะทางลงมาได้มาก

โดยปกติ คงมีน้อยคนที่ยอมเดินทางไกล ๒๐ กิโลเมตร เพื่อไปเดินเล่นตามห้าง ส่วนใหญ่ถือว่าเป็นกรณีพิเศษ เพราะนอกจากจะไปเรียนพิเศษ นัดเพื่อน นัดแฟน หรือมีกิจกรรมพิเศษที่ห้างนั้น ทำให้ต้องแห่ไป ซึ่งในที่นี่รวมถึงการไปเที่ยวงานแฟร์ต่างๆด้วย ทั่วๆก็คงมีไม่บ่อยนัก เช่น งานในศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ งานที่ไบเทค งานที่เมืองทองธานี แต่ถ้าอยู่ในกระแสแรงๆ เรียกคนได้เยอะ เดี่ยวนี้ต้องรวม งานที่พารากอนฮอลล์รวมไปด้วย

ถ้าปกติก็เป็นร้าน เป็นห้าง ในละแวกบ้านนี่แหละครับ ที่กินเงิน กระชากเงินออกจากกระเป๋าได้เยอะ และบ่อยๆที่สุด เพราะอะไรคุณก็รู้อยู่อยู่แล้ว เพราะส่วนใหญ่ คนไปเดินห้าง เวลานี้เป็นการไปเดินพักผ่อน เดินเล่น เจออะไรก็ซื้อๆมา น้อยคนที่ตั้งใจไปซื้อ ซื้อเสร็จดังใจก็กลับ ส่วนใหญ่นิยมเดินเล่นต่อ ดังนั้นการซื้อที่เหลือจึงเป็นการซื้อตามอารมณ์ ซึ่งเงินหายจากกระเป๋าได้ง่ายกว่า พวกที่ตั้งใจไปซื้อเยอะ

ดังนั้นอย่าแปลกใจว่าทำไม ห้างต่างๆ จึงรุกมาใกล้บ้านมากขึ้น ทั้งนี่รวมถึง ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store) หรือ Minimart ต่างๆ และร้านค้าเล็กๆใน สถานที่บริการน้ำมัน ซึ่งเราเริ่มเรียกร้านพวกนี้ติดปากแล้วว่า ไปซื้อของ เซเว่น ร้านแบบนี้มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายป็นลูกค้าที่ต้องการความสะดวก ต้องการซื้อสินค้าใกล้บ้านหรือใกล้สถานที่ทำงาน และที่สำคัญเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ก็มีทั้ง 7-eleven am/pm 108shop และ Family Mart ถึงมาอยู่ใกล้บ้านท่านมากยิ่งขึ้นทุกๆวัน

นี่ไม่รวม ร้านค้าประชันชนิด (Category Killer) อย่าง พาวเวอร์บาย พาวเวอร์มอลล์ ร้านค้าเงินสดและบริการตนเอง (Cash & Carry) อย่าง makro พวกซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) อย่าง tops foodland พวกซูเปอร์เซ็นเตอร์ (Supper Center) อย่าง bigc lotus carfour หรือพวกห้างสรรพสินค้า (Department Store) ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เป็นศูนย์รวมสินค้าทุกชนิดครบวงจร (One Stop Shopping) อย่าง โรบินสัน central the-mall และห้างในเครืออย่าง paragon เอ็มโพเรี่ยม และยังมีร้านค้าเฉพาะอย่าง (Specialty Store) อย่างพวก ร้าน service เกี่ยวกับรถๆ อย่าง Car-Lack b-quick หรือห้างร้านอย่าง วัตสัน homepro homework office-center itcity ย้ำอีกที ไอทีซิตี้ ฮาฮา

ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) แบบนี้ มีห้างร้านขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ออกแบบร้านวางสินค้าเป็นหมวดหมู่ ความสวยงาม และเป็นระเบียบ บริการทันสมัย อย่างที่บอกข้างต้นซึ่งบางทีเราก็เรียกว่า Discount Store หรือ Hypermarket ดังนั้น ร้านค้าปลีกดั้งเดิม (Tradition Trade) หรือร้านโชห่วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นห้องแถวเก่าๆ ราคาสินค้าก็ไม่ได้ถูกกว่า เลือกสินค้าก็ไม่ได้ ภาษีเสียถูกต้องบ้าง ไม่ถูกต้องบ้าง ย่อมอยู่ได้ยากขึ้นทุกๆวัน

เดี่ยวนี้พฤติกรรมคนก็เปลี่ยนไป นิยมเดินห้างมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น เพราะไปห้างหาอะไรก็ได้ เลือกได้ แถมบางที่ก็ยังต่อรองราคาได้เหมือนเดิม อย่างพวกตลาดสดติดแอร์ หรือร้านพวกเปิดท้ายขายของ ร้านขายของเล็กๆน้อยๆต่างๆ ส่วนใหญ่เดี่ยวนี้ก็ย้ายมาอยู่ในห้างหมดแล้ว อย่างโซนร้านค้าติดอันดับตลอดกาล ละแวก สยาม มาบุญครอง เป็นต้น หรือที่วางแผงอยู่รอบๆห้าง ก็มีให้เห็นๆกันทั่วไป หรืออย่างห้างพล่าซ่าขายผ้า ขายของต่างๆ แถบประตูน้ำ แถมพาหุรัด แถมคลองถมก็กลายเป็นห้างติดแอร์ไปเยอะแล้ว และที่มีห้างมากขึ้นอีกอย่างก็เพราะ รัฐ ทำตัวปากว่าตาขยิบ ทำให้ห้างร้านสมัยใหม่ได้เปรียบมากยิ่งขึ้นทุกๆวัน เพราะเก็บภาษีจากห้างพวกนี้ได้เป็นกอบเป็นกำ..ฮาฮา..จงอย่างแปลกใจ..ข้าพเจ้าเอง

VCD DVD ปลอมๆ ดีๆ ถูกๆ ถูกเหลือเชื่อ ช่วยกระตุ้นตลาดได้ดี

November 1, 2008

ไม่ได้เดิน ตลาดนัด ข้างบ้านนานแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสไปเดินเล่น สำรวจตลาด ชาวบ้านร้านตลาด ว่ามีของกินอะไรบ้าง สภาพตลาดก็ไม่มีอะไรมาก มีร้านค้าแพงลอย รวมได้ซัก ๒๐ ถึง ๒๕ ร้าน ก็มีร้านขายของสด ปลา หมู ไก่ ร้านขายผัก ขายผลไม้ ขายขนมหวาน ขายขนมจีน ขายไก่ย่าง หมูย่าง ปลาทอด ขายเสื้อผ้ามือหนึ่ง มือสอง ขายของเล่น ขายนู้นนี้อีกหน่อย

แล้วที่สำคัญคือมีร้านขาย VCD DVD เถื่อนอยู่ ๔ ถึง ๕ ร้าน แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็น VCD หนัง เพลง อาจจะไม่ทันสมัยซักหน่อย แต่ราคาก็ถูกเหลือเชื่อ ร้านที่ถูกที่สุด ขายแผ่นละ ๒๐ บาท สามแผ่น ๕๐ สุดยอด ทำไมถึงได้ถูกขนาดนี้ก็ไม่รู้ แต่มันทำให้ใครๆก็เข้าถึงได้ เครื่องเล่นก็ราคาถูกมากๆ ในห้างทั่วไป หรือไฮเปอร์มาร์ทก็ดี ถ้าเอาแบบไม่เน้นยี่ห้อ ราคาเครื่องไม่ถึง ๑๐๐๐ ก็เห็นมีขาย

ทั้งเครื่องเล่นราคาถูกลงมาก ทั้งราคาแผ่น VCD DVD เถื่อนๆราคาถูกๆแบบนี้ คงมีน้อยบ้านที่ไม่มีเครื่องเล่นที่ว่านี้แน่ๆ ไม่เหมือนยุค VDO ที่ราคาแม้ว่ายุคใกล้ดับแล้วก็ยังแพงกว่านี้เยอะ แบบนี้ VCD DVD คงอยู่ในตลาดได้อีกนาน แม้ว่าจะมีเครื่องเล่นแบบใหม่ อย่างบลูเรย์ มาเตรียมแทนที่แล้วก็เถอะ

จะว่าไปแล้ว ตามตลาดนัด ร้านค้าในห้าง หรือแพงลอย ก็มีของเถื่อนแบบนี้วางขายเยอะแยะมาก ยิ่งเป็นแหล่งของเถื่อนขนาดใหญ่ทั้งหลายที่ติดอับดับต้นๆของเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นคลองถม บ้านหม้อ สะพานเหล็ก พันธ์ทิพย์ ตะวันนา ก็มีขายเยอะแยะ ถูกมาก DVD แผ่นละ ๖๐ บาทก็ยังมี ใครจะไม่ซื้อละ แล้วตำรวจมีหรือ จะไม่รู้ ไม่เห็น ฮาฮา เป็นไปไม่ได้ ผ่านไปทีไรก็เห็นเดินเต็มยศอยู่ตลาดก็มีเป็นประจำ แล้วบางที่ยังมีสถานีตำรวจอยู่ติดตลาดด้วยซ้ำ ฮาฮา มาบอกว่า ไม่รู้ได้ไง ตลก เงินเงินทองทองนี่มันปิดปากได้ทุกระดับจริงๆ

แม้ว่ามันจะกระตุ้นตลาดให้โตๆๆก็เถอะ เจ้าของร้านเถื่อน และผู้ถือกฏรวยไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ก็เซ็งแย่ครับ ถูกละเมิดกันง่ายๆ ของจริงแท้ๆดีๆที่ว่าถูกต้องจริง คุณภาพก็ไม่เห็นแตกต่าง ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมขายไม่ได้ แล้วทำไมผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้นละ ในเมื่อของถูกๆดีๆมีเต็มตลาด ถ้าจะจับการละเมิดตามบ้านทั่วๆไป ละก็มีหวังได้ติดคุกกันทุกบ้าน

แต่ก็มีข่าวว่า เจ้าของลิขสิทธ์บางราย เดี่ยวนี้ก็ลงมาเล่นตลาดเถื่อนบ้างเหมือนกันนะครับ ข้าพเจ้าว่าก็น่าจะมีส่วนจริงบ้าง ขายถูกต้อง ภาษีก็ต้องจ่าย ขายไม่เถื่อนดีว่า รับเนื้อๆเน้นๆ ..เงินๆทองๆ..ทำให้คนเปลี่ยนมาเยอะแล้ว ดูอย่างพวกคนเดือนตุลาหลายๆคนเป็นตัวอย่างได้ วันนี้ก็มีพวกเหลืองพวกแดงจัดงานสร้างข่าวกัน ตลกๆ ไม่รู้เป็นไงบ้าง ช่างมันเถอะ ผลก็คงเหมือนเดิม เกมส์เน่าๆ น่าเบื่อ..ดู วีซีดี ดีวีดี ดีกว่า..ข้าพเจ้าเอง

ห้ามนุษย์ไฟฟ้า

September 6, 2008

จำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นชื่อหรืออะไรก็ตาม แต่ถ้าเห็นเหล่าขบวนการ ๕ สีเมื่อไหร่ ต้องนึกถึงเรื่องนี้ทุกครั้ง แปลงร่างแล้วมีไฟวิ่งที่หัว วิ่งไปวิ่งมา จำได้ตลอด ความทรงจำตอนเด็กๆนี้มันอยู่ข้างในลึกจริง ไปค้นมา พึ่งรู้ว่าชื่อขบวนการนี้คือ Denziman รายละเอียดก็ให้พี่ google ช่วยหาให้ละกันนะครับ ข้าพเจ้าก็ไปหามาเหมือนกัน

วันนี้เอารูปมาให้ดู ระลึกความหลังกันหน่อย copy มาจาก web japanhero ตามไปดูอีกได้ครับ

ภาพนี้ zoom ใกล้ๆ แหมๆ เทห์จริงๆ

แต่เมื่อไม่ได้แปลงร่าง ดูไม่จืดเลย ฮาฮา เมื่อตอนเด็กๆ หลงดูไปได้ไงเนี้ย

เหล่าลูกกระจ๊อกในตำนาน ที่ต้องออกมาแล้วก็ต้องแพ้ทุกที ก่อนที่ลูกพี่ปีศาจจะออกมาชนะและแพ้สลับกัน คนละรอบ ก่อนจะแปลงร่างยักษ์ 

พึ่งรู้นะเนี้ยว่าเหล่าพลทหารใส่สเก็ตสี่ล้อ ฮาฮา ที่บ้านนอกก็มีอยู่คู่สองคู่ ใส่แล้วเทห์โคตรๆ หมุนหน้าหมุนหลัง สนุกๆสุด ว่าแต่ตอนที่สเก็ตล้อนี้ มันดังๆเปรี้ยงๆนี้ มาจากเรื่องนี้หรือเปล่าหว่า…จำไม่ได้ครับ ใครจำได้บ้างครับ จำได้ว่าหลังๆมีแบบล้อรางเดี่ยวด้วย

ท่าแปลงร่าง หรือท่าเรียก หุ่นยนต์มาช่วย จำไม่ได้แล้วครับ รู้แต่ว่าเป็นท่ายอดฮิตแน่ๆเลย

สู้ปีศาจ แปลงร่างยักษ์ จากจักรวัติ เวเดอร์ไม่ได้ ก็เรียกหุ่นไดเด็นจินมาช่วย ปีศาจอะไรก็แพ้เรียบ

ส่วนพวกเหล่าปีศาจหรือครับ อย่าไปรู้มันเลยครับ ดูแล้วไม่เจริญหูเจริญตา ตอนนี้ในประเทศก็มีปีศาจ เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดแล้ว ไม่รู้จะเรียกหุ่นรบแบบไหนมาช่วยปราบได้บ้าง น่าเบื่อจริงๆ

พอนึกถึง “ปีศาจ” คำนี้ ทำให้นึกถึงหนังสือที่ชื่อว่า ปีศาจ ของ เสนีย์ เสาวพงศ์ นามปากกาของนักเขียนรุ่นใหญ่ ศักดิชัย บำรุงพงศ์ ขึ้นมาได้ด้วย ไว้ว่างๆไปรื้อในตู้มาอ่านใหม่ดีกว่า จำไม่ได้แล้วว่าเป็นไงบ้าง จะได้ดูว่าปีศาจในการ์ตูน หรือปีศาจในหนังสือ หรือปีศาจในบ้านในเมือง ยุคไหนจะแน่กว่ากัน…ฮาฮา ข้าพเจ้าเอง

WWW Internet แหล่งระบาย ของพลโลก

July 6, 2008

ตั้งแต่มี internet เกิดขึ้นในโลก ใครๆต่างก็ เอาเรื่องนู้น เรื่องนี้ มาใส่ไว้ในระบบนี้ เต็มไปหมด ข้าพเจ้าเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ไม่ใช่เพื่ออุดมการณ์ใด หรือจะหวังเพิ่มพูนปัญญาให้แก่ชาวโลกหรอกนะ เพราะข้าพเจ้าเองก็มิได้รู้เรื่องอะไรมากมาย แค่เรื่องของตัวเอง แค่รูปแค่นามนี้ ก็ยังไม่รู้เลย ฮาฮาฮา

ที่ขีดๆเขียนๆ blog นี่ขึ้นมา ก็เพื่อสนองความต้องการส่วนตัวเล็กๆน้อยๆ ก็แค่นั้นเอง มันจึงขาดๆหายๆไปบ้าง ใครจะติดตามไม่ติดตาม ก็ไม่เป็นไร ข้าพเจ้าก็แค่พลโลก สิ่งมีชีวิตเล็กๆในระบบตัวหนึ่งก็แค่นั้นเอง ไม่ใช่พลโลกผู้มากด้วย พลัง อำนาจ ทรงอิทธิพลใดๆ

ใครจะได้รับรู้อย่างไรก็ไม่สน จะคิดว่าไอ้บ้านี้จะทำไปเพื่ออะไร ทำไปทำไม ก็ไม่เกี่ยวกับข้าพเจ้า อะไรเขียนออกมาดูดีก็ไม่สน อะไรที่ดูแย่ก็ไม่เกี่ยว จะมีสาระไร้สาระ ก็ช่างมัน

ใครจะระบาย internet เพื่องานอะไรก็ไม่สน จะสีดำ สีขาว สีเทา สีรุ้ง บ้างก็ตามใจ ระบายเป็นทางการ เป็นราชการบ้าง เพื่อภาระกิจเฉพาะบ้าง งานลับลึกบ้าง อ้างว่าเพื่อมนุษย์ชาติบ้าง เพื่อธุรกิจ เงินๆทองๆก็ถมไป งานไร้สาระบ้าง ระบายอารมณ์ ระบายความใคร่บ้าง ระบายความอยากบ้าง จะเป็นเรื่องจริงบ้างเท็จบ้างก็ไม่เป็นไร เมื่อมีปัญญาเข้ามาในระบบนี้ได้ ก็พูดได้แล้วว่าจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ จะดีจะชั่ว ก็อยู่ที่ตัวท่านเอง

จะเชื่อหรือไม่ตาม ในนี้เป็นแหล่งข้อมูลที่มีมากที่สุดในโลกแน่ๆ คุณสามารถหาทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในปัจจุบันและที่เคยมีในอดีต รวมถึงที่กำลังจะมีอันใกล้ และที่จะมีในอนาคตอันห่างไกลได้แน่นอน จะว่าไปแล้วทุกๆกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนดวงดาวลำดับที่ สาม ที่ได้ชื่อว่า Earth หรือ โลกสีฟ้า ในระบบสุริยะนี้ มีในแหล่งระบายนี้ทั้งหมด หรือจะเป็นเรื่องนอกจะระบบนี้ก็ยังมี เหนือจริง เกินที่จะเชื่อก็มีมากมาย มีเรื่องต่างๆ ตั้งแต่สร้างโลก สร้างจักรวาล มหาจักรวาลเลยก็ว่าได้ อะไรทำให้เหล่าพลโลก บ้ากันได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้ เรื่องที่ควรรู้ จำเป็นและคู่ควรกับการได้เกิดมาเป็น “มนุษย์” ไม่ค่อยมีใครสนใจกัน

ใน matrix นี้เป็นยิ่งกว่าโลกเสียอีก ต่างคนต่างก็มีโลกของตัวเองอยู่ในนี้ เสมือนจริงบ้างก็มี มีเรื่องเน่าๆและดีๆ พอๆกันข้างนอก มีเรื่องจริง เหมือนจะจริง เท็จ หลอก ลวง ลับ ลึก ปลอม แปลง มีความสัมพันธ์ซับซ้อนเช่นเดียวกันโลกจริงด้านนอก มีอารมณ์แปรปวนไป เหมือนกันข้างนอก ระบายสีสันได้มันกว่าด้วยซ้ำ ใส่ไฟ ขัดแย้ง แทรกแซก ซอกซึม ก็เช่นกัน และยังเป็นที่ระบายอารมณ์ทางเพศได้ดียิ่งด้วย ระบายความกดดันได้มากมาย ทั้งยังเปิดเผยและชัดเจนมากกว่าด้วย

เหล่าพลโลก ต่างคนต่างระบายสิ่งที่ต้องการแสดงออก ออกมาให้ทุกๆคนเห็น ให้ทุกๆคนมาดู ทุกคนต้องการแสดงออกในโลก เหนือจริงที่นี้ เช่นเดียวกันทั้งหมด มีการเรียกร้องความสนใจต่างๆนานา เพื่อให้มาดูมาสนใจ สิ่งที่ตัวเองต้องการบอก ฮาฮา โลกนี้มันช่างซับซ้อนนัก ระวังตัวกันเอาเองนะครับ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” 

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ดูแลรักษาตัวให้รอดปลอดภัยกันเองนะครับ วันนี้แค่ได้มาระบาย..บ้าง.แค่นี้ก็พอใจแล้ว…ฮาฮา..ข้าพเจ้าเอง

ถุงยางอนามัย ป้องกันเอดส์ไม่ได้

March 31, 2008

เห็นโฆษณาว่า ถุงยางอนามัย ป้องกันเอดส์ได้ แล้วหงุดใจทุกครั้ง ต้องมาระบายออกหน่อยครับ ทำไม ไม่โฆษณาว่า รักเดียวใจเดียว หยุดสำส่อน ไม่มักมากในกาม ป้องกันเอดส์ได้ ละครับ

ถุงยางจะป้องกันเอดส์ได้ยังไง ถ้าคุณยังเป็นพวกมั่วไม่เลือก หรือมั่วเลือกแล้วแต่มั่วบ่อยๆ ยังไงความเสี่ยงก็มีอยู่แล้วครับ รู้ได้ไงครับว่ามันไม่รั่วไม่ซึมไม่แตกไม่แยกไม่ปริ และในการเสพกามของคุณ คุณใช้แค่หนังหุ้มเนื้อน้อยๆของคุณแค่นั้นหรือครับ ใช้อวัยวะอื่นประกอบอีกหรือเปล่า ถ้าใช่ก็เพิ่มความเสี่ยงไปอีก แค่ยางบางๆหุ้มหนังน้อยๆจะป้องกันอะไรได้..สักเท่าไร

กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี (สิกฺขาปทํสมาทิยามิ) – เว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย หนึ่งในศีลห้า อันนี้สิของจริง ถ้ายังระงับทางใจ ทางวาจาไม่ได้ เอาแค่ทางกายอย่างเดียวก็พอแล้วครับ

จบ.ข่าว

ขสมก.และขบวนเมล์นรกยกล้อ เหตุหนึ่งที่ทำให้ไม่อยากใช้รถบริการสาธารณะ

March 29, 2008

อยากให้ร่วมรัฐมนตรี ท่าน ส.ส. ส.ว. ทั้งหลาย ได้มีโอกาสมาใช้บริการสาธารณะนี้ดูบ้าง ผู้บริหารของ ขสมก. และท่านทั้งหลายที่ไม่เคยใช้บริการก็ลองมาใช้ดูก็ได้นะครับ ข้าพเจ้าใช้เป็นปกติ โดยเฉพาะเมล์นรกยกล้อทั้งหลาย ทั้งเขียวเล็กซกม๊กตีนโหด ฟ้าขาวย้อมแมวปะผุ แดงร้อนตับแตก ปอ.เตาอบ

แถมยังมีสองแถวหวานเย็นราคาโหด รุ่นใหม่ๆยังมี ตู้ตีนผี ซูบูรุก็องแก็ก ไม่นับปัญหาที่เกี่ยวกับ ตุ๊กๆ taxi แมงกะไซด์รับจ้างที่ส่ายเต็มซอยอีกเพียบ อันนี้นับเฉพาะในกรุงและปริมณฑลนะครับ ไม่อย่างนั้น ต้องรับรวมอีกหลายหน่วยงาน ทั้ง บ.ขนส่ง จำกัด กับเหล่ารถร่วม และเจ้าของรถรางรถไฟ

วันนี้ เอาแค่อับดับแรก มาบ่นเรื่องปัญหาในกรุง ไม่รู้จะโทษใคร ก็โทษ ขสมก.หน่วยงานผูกขาด เจ้าของสัมปทาน แต่ขาดทุนได้ตลอดศก ไม่รู้ทำได้ไง ทำไมรถร่วม ถึงไม่ขาดทุน งง ผู้ดูแลควบคุม รถเหล่านี้ ขาดทุนก็ไม่เป็นไร เป็นของรัฐ แต่ของให้บริการดีๆ ควบคุมกำกับให้ดีๆ ให้เป็นะธรรมได้หรือเปล่า

รวมถึง กรมการขนส่งทางบก ผู้ต้องตรวจสภาพรถประจำปี ไม่เข้าใจเลยว่า ให้เอารถพวกนี้มาวิ่งได้ไง ผ่านการตรวจสภาพมาได้อย่างไร ถ้าไม่ใช้เงินเข้าช่วย ให้ปิดตา ปิดหู ปิดจมูก ไปอย่างละข้างหนึ่ง ยังไง ก็ไม่ผ่านแน่ๆ

การบริการก็แย่เหลือเกิน ราคาก็ใช่ว่าจะถูก สองสามบาท น้ำมันแพงแบบนี้จะสิบบาทกันไม่กี่วันอยู่แล้ว รถร้อน รถเล็กทั้งหลาย เดียวนี้ก็ราคาไม่แตกต่างกับรถของขสมก.ยังเท่าไหร่ ที่รถเหล่านี้ยังทำมาหากินได้ทุกวันนี้ ก็เพราะผู้ใช้ทั้งหลาย ถูกบังคับให้ใช้บริการทั้งทางตรงและทางอ้อม

ถ้าไม่จำเป็นไม่มีใครอยากจะใช้บริการหรอกครับ ลองไปสอบถามดูสิครับ ใครอยากนั่งรถพวกนี้บ้างถ้ามีทางเลือกที่ดีกว่า มันไม่มีทางเลือกครับ รถติดกว่าจะมา รถอะไรมาก็ต้องไปละครับ ราคาไว้ว่ากันทีหลัง

เดี่ยวจะหาว่ามากล่าวหาอย่างเดียว รถดีๆของเขาก็พอมีนะครับ สภาพดีๆ ที่พึ่งเปลี่ยนไม่นาน ที่เป็นรถแอร์รุ่นใหม่ทั้งของ ขสมก. ที่เป็นสีส้ม กับรถร่วมที่เป็นสีเหลือง ทั้งคู่ติด NGV ใช้พลังงานสะอาดกว่าน้ำมัน ประหยัดกว่า รถใหม่ สะอาด แอร์เย็น ขึ้นใช้บริการแม้ไม่น่านั้ง จะโหน ก็สุขภาพจิตดีไม่เสื่อมแบบทุกวันนี้ วันนี้ก็พึ่งใช้บริการมาครับ

ยกเลิกไปเถอะครับ รถเลวแบบอื่นๆ เพื่อให้คุณภาพของคนในกรุงดีขึ้นมาบ้าง ใช้เฉพาะรถส้ม รถเหลืองที่ก็พอ ให้รู้กันว่าส้มของขสมก. เหลืองรถร่วม อย่ามาอ้างราคานักเลย ราคาต่างๆกันวันละ 10-20 บาท ตอนนี้ คนในกรุงเขาก็รับกันได้ตั้งนานแล้วครับ ใช้เงินไปกับค่าคุยโทรศัพท์วันหนึ่งยังมากกว่านี้เลย นี่ยังไม่รวมค่ารถตู้ ค่ารถ taxi ที่เขาจ่ายกัน ยังไงเขาก็ปรับตัวกันได้ไม่ต้องกังวล

ก็คนไทยเราได้รับบริการห่วยๆแบบนี้เป็นปกติ เสพข่าวแย่ๆ รถเมล์ ซึ่ง แหกโค้ง แข่งกัน แย่งคน ชนคนตาย ข่าวหน้าหนึ่งก็มีแต่เรื่องจิตตกทั้งนั้น ดังนั้นอยากแปลกใจเลยครับ ว่าทำไม เราๆจึงตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ถ้าพอมีแรงมีเงินพอกระเสือกกระสนไปได้นิดหน่อย ก็ยอมเป็นหนี้ หารถมาใช้เป็นของตัวเอง มีกระตังค์น้อยหน่อย ก็ใช้ถูกแพง แตกต่างๆกันไป สองล้อ สี่ล้อ ห้าล้อ มือหนึ่ง มือสอง มือสามก็ว่ากันไป

ก็เห็นจากพี่ๆน้องๆในที่ทำงานตัวเอง และที่ทำงานอื่นๆ หรือตามหอพักต่างๆ ทุกรูปแบบ ไปดูสิครับ รถส่วนตัวจอดเพียบ เงินซื้อบ้านค่อยว่ากัน เอารถก่อนกันเกือบทั้งนั้น จะมีใครสักกี่คนที่เป็นแบบข้าพเจ้าผ่อนบ้านก่อนผ่อนรถ แต่ยังไงก็ผ่อนเหมือนกัน..ฮาฮา

ถ้าบริการของ ขสมก. ทำได้ดี แล้วมีระบบรถรางเข้ามาช่วย ใครจะอยากมีรถขับเองให้ต้องมาแบกหนี้กัน ไม่นับพวกรวยๆซื้อเงินสดได้ยังไงกลุ่มนี้ก็ไม่เดือนร้อนอยู่แล้ว ส่วนพวกสร้างนี้ตอนนี้คิดแค่ว่าทนๆไปยอมเป็นหนี้ไปก่อน ยังไงก็ยังดีกว่าเอาชีวิตไปเสี่ยงแบบนั้น รถติดก็ยอม เรื่องเทห์ เรื่องอวดสวย นี่มันมาทีหลัง เป็นเรื่องของพวกพอมีกระตังค์มีหน่อยแล้วครับ

เรื่อง ขสมก. รถร่วม นี่แค่เป็นปัจจัยหลักปัจจัยแรกที่ทำให้ไม่มีใครอยากใช้รถบริการสาธารณะในบ้านเราครับ แต่จะว่าไปแล้วรากลึกๆ มันมาจากนักการเมืองชั่วๆ ไว้มาบ่นใหม่วันหลัง..ข้าพเจ้าเอง

งานแต่งงาน เพื่ออะไร เพื่อใคร

March 16, 2008

ช่วงนี้มีงานแต่งงานบ่อย และก็ได้รับงานการ์ดเชิญให้ไปร่วมพิธีงานแต่งอยู่บ่อยๆ วันนี้ก็มีแต่ไม่ได้ไป เคยสงสัยบ้างหรือเปล่าครับ ว่าเราจะจัดงานแต่งงาน ไปเพื่ออะไร เพื่อใคร ทำไปทำไม ทำเอาหน้าเอาตากันหรือเปล่า เคยเห็นมั้ยครับ เอาในทีวีที่คนดังทั้งหลายแต่งกัน ดูวุ่นวายดีนะครับ จัดกันใหญ่โต เชิญผู้หลักผู้ใหญ่ กันมาเต็มงาน แต่งกันได้ไม่นาน พูดภาษาโบราณก็บอกว่า หม้อข้าวไม่ทันดำ ก็เลิกกันแล้ว แล้วจะแต่งกันทำไมครับ

บางคนที่ไม่มีลูกก็ดีไป ส่วนพวกที่มีลูก ก็สร้างปัญหาให้ลูกอีก ครอบครัวมีปัญหา บ้างก็กลายเป็นมีปัญหาอีก โทษสังคม อีกว่าเป็นเพราะสังคมมีปัญหา หาได้ดูตัวเองไม่ ว่าปัญหาที่แท้อยู่ที่ใด

ตอนก่อนแต่งก็บอกว่า คนนี้ดี คนนี้เยี่ยม เขาไม่รัก ก็พยายามทุ่มเทให้รัก ให้หลงกัน ตอนรักกัน บางทีแค่เขาเดินผ่านสาวๆหรือหนุ่มๆ ก็มีหึง มีหวงกันแล้ว นี่แค่เดินผ่านนะครับ คิดดูแล้วกัน แต่พอจะเลิกกัน บางคู่ก็ดีหน่อย ยังคุยยังถามทุกข์สุขกัน แต่บางคู่ถึงขนาดไม่ไปเผาผีกัน คิดดูสิครับ บอกว่าตอนรักก็ไม่เคยเห็นนิสัยเสียๆของแต่ละฝ่าย พอมาอยู่ด้วยกันจริงๆเริ่มเปิดเผยธาตุแท้ของแต่ละคนกันออกมา เมื่อก่อนก็เสแสร้งกันไว้ก่อน กลัวเขาจะไม่รัก ไม่ชอบ ไม่หลง ไม่ใหล

คุ้มแล้วหรือครับ ที่คบกันมา ไม่ต้องพูดถึงความคุ้มค่าในแง่เศรษฐกิจหรอกครับ ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดถึง เอาในแง่ความรู้สึกละครับ เคยคิดกันบ้างหรือเปล่า ช่างมันเถอะเป็นเรื่องของคนที่เขาแต่งงานกัน เอาเป็นว่ามาดูความรู้สึกคนที่ไปร่วมงานแต่งบ้างดีกว่าครับ วันนี้ก่อนจะเขียนเรื่องนี้ ได้เข้าไปเยี่ยมเยียน blog ต่างๆที่ link เอาไว้ เจอเรื่องเดียวกันครับ ถูกใจจริงๆ ลองไปอ่านดูนะครับ งานแต่งงาน อะไรนะ?! Wedding What?!  คุณ blueswing เขียนไว้ใน blog ประเทศไทยพัฒนา เขียนได้ตรงใจมากๆครับ

ว่าของเรากันต่อ คนไปร่วมงานหรือครับ ก่อนไปงานแต่ง ทั้งอาซิ้มอาม่า ลุงๆป้าๆ ก็ต่างเตรียมตัวหล่อสาวเต็มที่ ถ้าเอาเฉพาะ สาวโสด หนุ่มโสด ทั้งหลาย งานแบบนี้ละยิ่งชอบนะ ไม่รู้ชอบได้ไง บอกว่า จะได้แต่งตัวสวยๆหล่อ ไปหาเป้าหมายในงาน มันหาเป้าหมายได้ง่ายๆอย่างนี้เลยหรือครับ ลงทุน ทุ่มเท กันสุดตัว บางคนยิ่งกว่าตัวเจ้าบ่าว เจ้าสาว เจ้าของงานเองอีก

ส่วนใหญ่ก็ต้องซื้อชุดใหม่ ทำไมต้องซื้อใหม่ด้วยก็ไม่รู้ ใส่ซ้ำก็ไม่ได้ อาย หน้าบางกันเหลือเกิน จ่ายไปถ้าสาวๆทั้งชุด ก็คงหมดเป็นพันๆ ถ้าหนุ่มๆก็อาจจะไม่แพง เปลี่ยนเสื้อข้างในซะ ข้างนอกก็เหมือนเดิมก็พอได้ ชุดใหม่ไม่พอ ต้องไปทำผมอีก บางคนถึงขนาดทำสีไว้ก่อนล่วงหน้า ไม่พอบ้างต้องจ้างช่างแต่งหน้าอีก ไหนจะรองเท้าอีก ยังไม่พอน้ำหอมอีก ฉีดกันเข้าไป ไปถึงงานกลิ่นหึ่งทั้งงาน ไม่รู้จะหอมอันไหนดี นี้ยังไม่รวมถึงต้องใส่ซองช่วยงานอีก หมดไปเท่าไหร่นี้ คุ้มจริงๆ

เมื่อไปถึงงานต้องทำอะไรบ้างหรือครับ ต่อยอดที่คุณ blueswing เขียนไว้หน่อยครับ

๑. ก็ต้องยืนจับกลุ่มหน้างานก่อน ก็แก็งค์เดิมๆ ที่เคยรู้จักกันมาก่อนแล้ว บ้างก็กลุ่มเพื่อนเก่า บ้างก็เพื่อนร่วมงาน ต่างๆคนต่างๆเจอกัน ถึงกับตะลึง งงงวยกันไป สวยๆหล่อๆกันเหลือเกินนะหล่อน

๒. ก็ต้องไปยืนดูรูปเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เขาตั้งไว้ให้ดู ก็ชมบ้าง นินทาไปบ้าง ตามระเบียบ

๓. ก็ต้องเขียนคำอวยพร ในสมุดเล่มใหญ่ ที่เขาเตรียมไว้

๔. บ้างก็ใส่ซอง ลงในกล่องไว้ตอนนี้ พร้อมรับของชำร่วยมาเลย บ้างก็ไปให้ทีหลัง ซึ่งของที่ได้มาก็ช่างคิดช่างทำเหลือเกิน ส่วนใหญ่ก็เอาไว้ให้บ้านที่รกอยู่แล้วได้มีสมบัติให้รกมากขึ้นอีก ๑ ชิ้น จะทิ้งก็เสียดาย

๕. เมื่อรวมกลุ่ม นินทา เหล่กลุ่มนู้นกลุ่มนี้เสร็จ ได้ปริมาณคนพอสมควร ก็ไปถ่ายรูปกับคู่บ่าวสาว ในซุ้มที่เขาเตรียมไว้ พร้อมสวัสดีพ่อแม่ของทั้งคู่ ซึ่งบางทีก็ไม่อยู่ให้รู้จักกัน ก็ต้องรอตอนงานเลิกอีกที ซึ่งบางทีก็ไม่ได้สวัสดีอยู่ดี ฮาฮา

๖. ว่าแล้วก็ไปหาโต๊ะเหมาะๆ ซึ่งเจ้าภาพส่วนใหญ่ จะเตรียมจะจัดไว้ให้แล้ว พร้อมทั้งมี อาหาร เครื่องดื่ม และ สุราเมราไว้ให้ด้วย พร้อมให้ทำผิดศีลได้ตลอดเวลา

๗. ก็รอเวลาไปพร้อมกัน การกินกินกิน บ่นบ่น คุยกันอยู่ในกลุ่มนั้นแหละ ไม่เห็นจะได้ไปเจอเป้าหมายที่ว่าเลย กินไปกินไป บ่นเรื่องกับข้าวไปด้วย ลิบสติกก็เลอะไปบ้าง ถ้าแอร์ไม่เย็น เหงื่อออกอีก แป้งที่ปะผุไว้ก็เริ่มหลุดออกมา ก็นั่งๆยื่นๆไปเรื่อย จนพิธีการตามใจเจ้าภาพจะเสร็จ ดูรูป ดูวีดีโอ ไชโย โห้หิ้วอะไรก็ว่ากันไป

๘. เมื่อกินเสร็จพอดี เสร็จงาน พร้อมเจ้าบ่าวเจ้าสาว มาถ่ายรูปที่โต๊ะด้วยอีก ๑ รูป ได้ ๒ รูปแล้ว ก็ถึงเวลาจะกลับ

๙. กลับก็เฮโลกันลุก ใครลุกซักคน ก็ตามกันกลับด้วยหมด เสร็จแล้วก็ไปออบ่นกันต่อหน้างานอีกหน่อย ดูรูปที่ดูไปแล้วอีกรอบ บ้างก็รอถ่ายรูปอีกสักรูป บ้างก็ไปเขียนคำอวยพรอีกรอบ พร้อมแอบอ่านของคนอื่นๆ บ้างก็กลับเลย

จบงาน เพื่อนๆญาติๆ ก็กลับบ้านไป เหลือเจ้าภาพก็ต้องมาจัดการเรื่องอื่นๆกันต่อ เหนื่อยตั้งแต่ตอนเตรียมงานไม่พอ ต้องมาเหนื่อยหลังงานอีก เหอๆๆ ลาไปอีกกี่วันก็ว่าไป แล้วก็มาเจอกันใหม่ที่ทำงานบ้าง ที่บ้านบ้าง เหอๆๆแล้วก็ต้องเอารูปมาให้ดูกัน ว่าแล้วก็นินทากันไปกี่หนึ่งรอบ

งานแต่งงานก็มีแค่นี้เอง คนจัดก็เหนื่อย คนไปร่วมงานก็เหนื่อย..รวมเวลาที่อยู่ในงานประมาณ ๒ ชม. แค่นี้เอง จะเป็นพยายานหลักฐานอะไรได้ว่ารักกัน จึงมีวันนี้ จะว่าไปงานแต่งก็พอมีประโยชน์บ้างนะครับ อย่างน้อยก็ช่วยกระตุ้น GDP ได้บ้าง แล้วไหนใครจะไปหาเป้า หาเจอไม่ครับ ฮาฮาฮา วันนี้บ่นพอใจแล้ว..คนยังไม่ได้แต่งงานก็งี้แหละ..ไปดีกว่า..ข้าพเจ้าเอง

อะไรๆก็แพงขึ้น ถึงคิว โอปองแปง ในที่สุดก็ขึ้นราคา

March 13, 2008

ปกติข้าพเจ้า ชอบที่จะเข้าไปทาน Sandwich Tuna ที่ร้าน Au Bon Pain นี้แหละครับ แม้ว่าจะรู้สึกแพงไปบ้าง แต่ก็ทานเป็นประจำ บ่อยๆ เพราะรู้สึกว่าที่จะได้กินอย่างน้อยก็เป็นผลผลิตที่ดี และกินแล้วได้ประโยชน์กว่าทานอาหารจากร้านจานด่วนทั่วๆไป ที่สำคัญคือไม่ต้องรอนานครับ สั่งไม่นานก็ได้ทาน และอาจเพราะเป็นพวกไม่ชอบรอนานๆครับ ถ้ารีบๆมากก็สั่งให้ห่อ แล้วเดินดูนู้นดูนี้ หรือระหว่างนั่งรถก็สามารถหยิบมาทานได้ ชิ้นใหญ่ อิ่มสบายท้องด้วย

ดังนั้นเมื่อคิดบวกลบคูณหารราคาที่จ่ายไปก็คุ้มครับ จึงพอใจที่จะทานได้เสมอ นอกจากนั้นผมยังชอบทาน Miffin DblChoc ที่ร้านนี้ด้วย ทั้งแบบ Mini และแบบไม่ Mini เข้าร้านนี้ทีไร ก็ไม่พ้นเมนูอยู่สองอย่างนี้ละครับ อาจมีรายอื่นบ้าง ลองนู้น ลองนี้ บ้างประปราย

รายการที่สั่งหรือครับตามนี้เลย ลอกตามใบเสร็จนะครับ

Sanwich Tuna

Multigrain

NO Toast

Bearnaise Sauce

Cos

Tomato Meduim

Onion

Cucumber

เดิมมี Hot Pepper ด้วย หลังๆงดครับ ซึ่งรวมแล้ว ราคารายการนี้ก็ ๘๐ บาท ขาดตัว ซึ่งปกติจะแพงกว่านี้อีก ๑๕ บาทมั้งครับ เพราะเขาจะใส่ชีทให้ด้วย แต่ผมไม่ชอบ ก็เลยไม่ใส่ ผมก็สั่งแบบนี้มาเรื่อยๆ เมื่อเย็นวันที่ ๑๐ มีนาคม ที่ผ่านมาไปทานก็ยังราคานี้อยู่เลย ไม่ได้คิดอะไร

รุ่งขึ้นอีกวัน มื้อเที่ยงก็ไปสั่งใหม่เหมือนเดิม คิดราคาออกมาแล้ว ๙๕ บาท ขึ้นมา ๑๕ บาท อึ้งไปเลย ขึ้นไป ๒๐% แต่ก็จ่ายไปเหมือนเดิม คนมันหิวนิครับ ก็มีซักถามกันหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะแฟนซักไปเยอะแล้ว ฮาฮา เมื่อวานยัง ๘๐ อยู่เลย เขาก็บอกว่าร้านปรับขึ้นราคาครับ ทุกรายการหรือเปล่าไม่รู้ครับ เพราะปกติก็ทานอยู่ไม่กี่รายการอย่างที่บอกไว้

ว่าแล้วก็ลองดูราคารายการอื่นๆ เท่าที่พอจำได้ ส่วนใหญ่ก็ขึ้นประมาณ ๑๐% ครับ เช่น เจ้า Muffin ที่นิยมก็ขึ้นจาก ๔๕ เป็น ๕๐ เป็นต้น ดูแล้วคงมีคนอึ้งกันไปหลายคน เพราะเห็นของวางเต็มตู้เลยครับ ปกติจะโล่งๆบ้าง เดี่ยวหายตกใจราคาแล้วก็คงกลับมาเป็นปกติ (หรือเปล่า)

ส่วนของข้าพเจ้าหรือครับ ก็คงต้องตกใจหน่อย แต่เดี่ยวก็คงต้องกลับไปเหมือนเดิมละครับ ไม่รู้จะกินอะไรนิครับ แต่กลับไปคราวนี้ก็ต้องลดรายการลงบ้าง เพราะโรคที่เป็นอยู่ตอนนี้ด้วย ต้องปรับพฤติกรรมการกินพอควร ของที่ชอบๆทาน ก็ต้องลดลงบ้าง เจ้า Muffin DblChoc ก็เป็นหนึ่งในรายการที่ต้องลดละครับ

ช่วงนี้อะไรๆก็ขึ้นราคาได้บ่อยๆ นะครับ ขนมปังอีกตัวที่นิยมทานคือ โฮทวีลฟาร์มเฮาส์ของเจ้า PB ก็ขึ้นราคาไปแล้วเหมือนกัน น้ำมันใส่รถก็ขึ้นตลอด ของกินของใช้ก็ขึ้นเอาขึ้นเอา แบบที่ไม่ขึ้นราคาก็ลดคุณภาพ ลดปริมาณ อย่างหนังสือพิมพ์ไม่ขึ้นก็เหมือนขึ้น เพราะกระดาษที่ได้น้อยลง

ก็ต้องปรับตัวกันไปละครับ ไปดูสถิติที่จดๆไว้ รายจ่ายเพิ่มตลอดเลยครับ มีแต่รายได้นี่แหละที่ไม่ค่อยจะเพิ่มเลย เพิ่มก็นิดเดียว จะเอากำไรจากหุ้นมาจุนเจือ ตัวที่ถืออยู่ ราคาในตลาดก็ยังทรงๆทรุดๆ อะไรก็แพง ตอนนี้มองไปมองมาเหลือแต่เงินเดือนอย่างเดียวที่ยังถูกครับ…เจ้านาย

ศิลปะสร้างสรรค์จากนักสะสม บำรุงจิตบำรุงใจ

February 25, 2008

เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๓ ที่ผ่านมาหลักจากไปหมอเรื่องป่วยกาย และไปทำธุระเรื่องรถแล้ว เรื่องรถนี้ก็มีเรื่องให้โม้ได้เหมือนกันครับ ไว้โอกาสหลังนะครับ โม้อีกเรื่องก่อน หลังจากเสร็จจากรักษากาย รักษาทรัพย์ ทั้งสองเรื่องดังกล่าวแล้ว ก็ถึงเวลารักษาใจกันบ้าง

ก็ได้ไปที่ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ดูศิลปะ บำบัดหน่อยครับ งานดีๆแบบนี้พลาด ไม่ได้ ก่อนหน้านี้ ก็พลาดไปหลายงาน ครับ ทั้งของ อ.อวบ ที่พึ่งจัดไป และของศิลปินระดับครูท่านอื่นๆ อีกเพียบ ครั้งนี้เขาเอาของดีๆที่มีคนรวยๆเขาสะสมมาให้ดู ก็ต้องไปดูหน่อยครับ

b1_copy1

ขอดีราคาถูกแบบนี้ พลาดได้ไงครับ ไม่น่าเชื่อนะครับ การไปดูภาพศิลปะ ผลงานระดับครูทั้งหลาย ถ้าใครไม่สนใจศิลปะเลย จะไปดูโดยคิดในแค่มูลค่าก็สุดคุ้มแล้วครับ เพราะท่านจ่ายเพียงค่าเข้าชม ๒๐ บาท ย้ำๆๆๆๆ ๒๐ บาทครับ ยี่สิบบาทถ้วน ได้ดูผลงานสะสมราคาหลายสิบล้าน หลายร้อยล้านบาท มากมายหลายสิบรูป

บางรูปท่านๆก็วาดได้งดงามอ่อนช้อย บางรูปก็มีพลัง ดุดัน บางรูปก็แสดงเส้นสีได้มหัศจรรย์มากๆ บางรูปก็หวาน บางรูปก็ขม บ้างก็หดหู่ บางรูปก็ให้อารมณ์บรรยากาศได้ไม่น่าเชื่อ การให้แสงให้สี เรื่องแสงเรื่องเงา เรื่องทีแปรง เรื่องความคมของเส้น ความหนักเบาต่างๆ สุดยอด สุดยอด สุดยอดครับ

การดูศิลปะ ต้องดูนานๆ นะครับ ดูซ้ายทีขวาที เดินไปเดินมา วนไปวนมา ดูใกล้บาง ไกลบ้าง จ้องเพ่งบ้าง วนๆหลายๆมุม เอี้ยวตัวดูบ้างก็ได้ เหลือบไปเหลือบมาก็ดี

ข้าพเจ้าชื่อชอบหลายๆ ภาพเลยครับ บางรูปก็เคยเห็นมาก่อนแล้ว สมัยเมื่อเขานำมาประมูล หรือเอามาให้ดูจำไม่ได้ สิบกว่าปีก่อน ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เมื่อก่อนนู้นครับ เรื่องนี้ก็น่าเล่านะครับ ไว้ก่อนๆ เอาเป็นว่า วันนี้ข้าพเจ้าแนะนำให้ท่านทั้งหลายไปดูกันเถอะครับ เห็นคนไปดูแล้วน่าเห็นใจคนจัดครับ ของดีๆ มีคนมาชมวันละไม่กี่สิบคน เสียดาย

ลองไปดูสิครับ ดูแล้วข้าพเจ้ามีใจอยากเขียนถึงเรื่องอีกอย่างหนึ่งด้วย ไม่รู้ท่านที่เคยไปดูศิลปะได้เคยสังเกตุกันบ้างใหม่ อาจจะงานอื่นๆก็ได้ เรื่องของรูปนี้ มีอีกเรื่องที่สำคัญนะครับ รู้ไหมเอ๋ยว่าอะไร..ไว้มาโม้ต่อเมื่อมีโอกาสนะครับ..

ใครที่ชอบศิลปะ ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งครับ งานเขามีตั้งแต่วันที่ ๕ ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ ๑๒ เมษายนครับ นานพอที่จะจัดสรรเวลาไปได้แน่นอน..รู้แล้วจงบอกต่อ..ข้าพเจ้าเอง

—————————

ตัดข้อมูล เอามาจาก link ครับด้านล่าง คัดลอกมาบอกต่อด้วยครับ

05 กุมภาพันธ์ – 12 เมษายน 2551 

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดแสดงผลงานจิตรกรรมครั้งสำคัญที่รวบรวมจาก 9 นักสะสมงานศิลปะระดับแถวหน้าของไทยภายใต้ชื่อนิทรรศการ “ศิลปะสร้างสรรค์จาก นักสะสม” โดยคาดหวังว่านิทรรศการครั้งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับศิลปินรุ่นใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถใช้เป็นแนวทางในการศึกษางานจิตรกรรมของศิลปินไทยจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อพัฒนาฝีมือและสร้างสรรค์ผลงานที่ควรค่าแก่การสะสมสืบไปนับเป็นโอกาสพิเศษที่บรรดานักสะสมงานศิลปะระดับแถวหน้าของไทยจะเผยคอลเลคชั่นงานศิลปะหาชมยากที่อยู่ในความครอบครอง ได้แก่ ดร.อำนวย วีรวรรณ นายชัย โสภณพนิช ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ นายอภิชาต รมยะรูป นายวิฑิต ลีนุตพงษ์ นายพงศา อธิรกุล นายแพทย์สมรัช หิรัญยะวะสิต นางสาวิตรี รมยะรูป และนางสุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล ซึ่งแต่ละท่านล้วนเป็นผู้มีใจรักและชื่นชมในงานศิลปะ รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวในวงการศิลปะอย่างใกล้ชิด

นิทรรศการนี้ประกอบด้วยภาพเขียนหลากหลายเทคนิคจำนวนกว่า 80 ภาพ หลายชิ้นต้องใช้ระยะเวลาบ่มเพาะคุณค่านานกว่าทศวรรษและรังสรรค์ขึ้นโดยจิตรกรชั้นครูที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติทั้งที่มีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้วรวมกว่า 30 ท่าน อาทิ หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล เฟื้อ หริพิทักษ์ ประกิต บัวบุศย์ เฉลิม นาคีรักษ์ ทวี นันทขว้าง สวัสดิ์ ตันติสุข ชลูด นิ่มเสมอ ถวัลย์ ดัชนี จักรพันธุ์ โปษยกฤต อวบ สาณะเสน ประเทือง เอมเจริญ ปัญญา วิจินธนสาร เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และอีกหลายท่าน


art_23feb08 

การแสดงผลงานในครั้งนี้ผู้เข้าชมจะได้ชื่นชมผลงานชิ้นเด่นหาดูได้ยาก เช่น ภาพเขียนเทคนิคสีน้ำมันโดย เหม เวชกร จิตรกรมือเทวดา ภาพพิมพ์แกะไม้โดย ชลูด นิ่มเสมอ และภาพเขียนยุคเริ่มต้นศึกษาศิลปะของถวัลย์ ดัชนี เป็นต้น โดยจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ถึง 12 เมษายน 2551 ณ ชั้น 4 หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 101 ถนนราชดำเนินกลาง (เชิงสะพานผ่านฟ้า)กรุงเทพฯ เปิดทำการ 10.00 -19.00 น. ของทุกวัน ยกเว้นวันพุธ

ปลูกผัก ISO สร้างเครื่องมือกีดกันทางการค้า

February 6, 2008

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลามาเขียน blog เลยครับ มัวแต่ ปลูกผักชี ทำข้อมูลย้อนหลัง เพราะโครงการที่ทำมาตลอด ไม่ได้ทำ iso มาแต่ต้น เรามาทำต่อก็ไม่ได้ทำด้วย จะโทษคนเริ่มก็ไม่ได้ ต้องโทษตัวเอง ไม่ได้เรื่องเองตั้งแต่แรก

ด้วยระบบที่วางไว้ มันต้องดีระดับหนึ่ง รับประกันได้ระดับหนึ่งแน่นอนว่าถ้าทำแล้วดี แต่ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นในปัจจุบันเราทำ iso กันแต่ปากกันเป็นส่วนใหญ่ มีที่ไหนบ้างไหมครับ ที่ทำกันเป็นระบบเป็นจริงเป็นจัง อยู่ใน process ในงานประจำวันจริงๆ ที่บริษัทที่ทำอยู่ก็ทำนะครับ มิใช่ไม่ได้ทำเลย แต่ทำเป็นบางคน บางโครงการ บางระบบ เพราะอะไรไม่อยากบอก..ฮาฮา ของแรง..เดี๋ยวเข้าตัว

แต่ที่แน่ๆเราใช้ iso เป็นเครื่องมือหนึ่งที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งนั้นคือ ใช้เครื่องมือนี้ในแง่การค้าแน่นอน คือใช้เพื่อ กีดกันทางการค้า ซึ่งข้าพเจ้าทึกทักเอาเองเลยว่า iso สร้างขึ้นมาด้วยเหตุผลนี้แน่นอน เป็นความฉลาดอย่างหนึ่งของฝรั่งเมืองนอกเมืองนา ทั้งยังสร้างตำแหน่งงาน และอาชีพให้คนได้เยอะเลย ต้องยอมรับว่ามันเก่งจริงๆ

เจ้า iso ไม่ว่าระบบที่วางไว้จะดีแค่ไหนก็ตาม มี audit อีกชั้นก็ตาม ถ้าคนไม่ทำซะอย่างจะทำไง ฮาฮา..ไม่อยากจะบอกเลยว่า เคยได้ยินมาหลายๆที่ใช้เงินซื้อมาด้วยซ้ำ ระบบเป็นอีกเรื่องไม่เกี่ยวกัน ที่บริษัทที่ข้าพเจ้าทำงานอยู่คงไม่ได้ซื้อ ถ้าซื้อก็ต้องจ่ายไปน้อยมากๆ แย่จริงๆ เพราะกว่าจะได้มาก็เหนื่อยโคตร ลงแรงกันเป็นปีๆ เพื่อวางระบบและ implement กว่าจะได้มา ก็ต้องเอามาใช้ให้ตลอดต่อเนื่องอีก ตอนนี้ก็ใกล้จะหมดอายุแล้วด้วย

ข้าพเจ้าก็แย่ละสิ เพราะไม่ได้ทำ ตอนนี้กำลังปลูกผักชี กันอย่างเมามัน ทำเอกสารย้อนกันมันเลยครับ สำหรับข้าพเจ้าเองโดยเฉพาะ ส่วนคนในทีมหรือทีมอื่นๆที่ทำมาแต่ต้นก็สบายหน่อย ดีใจแทนเขาด้วยจริงๆ…ส่วนตัวเราเศร้าว่ะ

วันนี้บ่นแค่นี้พอ..ไปปลูกผักต่อดีกว่าครับ..เพื่อการค้าอย่างหนึ่งจำไว้..ตรุษจีนต้องใช้ผักเยอะ..เกี่ยวไหมครับ..(ลืมไปไม่ใช่กินเจ)…เอาไป..สู้ๆ เพื่อการกีดกัดทางการค้า..ไม่ใช่….เราทำ iso เพื่อให้ระบบการทำงานในบริษัท จะได้ดียิ่งขึ้นไป มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ ตรวจสอบได้ จำไว้ ..แต่จะได้หรือเปล่าไม่รู้..ฮาฮา แต่ที่แน่ๆที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อ..ข้าพเจ้าเอง

Google:2007 Year-End Zeitgeist:Search patterns, trends, and surprises

December 29, 2007

About the Google Zeitgeist

Zeitgeist Explained : zeit·geist | Pronunciation: ‘tsIt-“gIst, ‘zIt | Function: noun | Etymology: German, from Zeit (time) + Geist (spirit) | Date: 1884 | Meaning: the general intellectual, moral, and cultural climate of an era.

You guys can see the whole year 2007 search patterns, trends events and surprises in 5 pages. All Amazing! For example see these figures.

  Zeitgeist_2007_FastGainer

That 5 pages, they are show here….2007 Year-End Zeitgeist Newsmakers, Showbiz All the Rage  and Top of Mind. Also, very interesting at the end of each page there will be tips for using Google.

  Zeitgeist_2007_Tvshow

  Zeitgeist_2007_topofmind

And Zeitgeist Around the World (Monthly) , they update Zeitgeist by Country every month to reflect the changes in each domain. Zeitgeist by Country displays either the top gaining queries in a domain (that is, the searches that have gained the most popularity with respect to the previous month) or the most Top Gaining Queries in a domain (that is, a selection of the top queries), whichever best reflects the zeitgeist of that country. Thailand – Top Gaining Queries.

   Zeitgeist_2007_Thailand_Nov

And if you need to see the Zeitgeist Archives, follow this link : Yearly archives. You can see all trends since 2001 till 2007, they shows each year-end Zeitgeist and also displays weekly list and monthly Zeitgeists

By the way a surprise for me is how to pronounce Zeitgeist in Thai. I can’t. Although I copied and pasted the Zeitgeist explaination from Google, it appeared on the top of this article.   Anybody, please help me how to pronounce that…it’s me.

อาลัย วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้หญิงตุลา ผู้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

December 7, 2007

…ฉันคือหิ่งห้อย

ฉัน​จะ​เรืองแสง​ใน​ยามที่ทุกสิ่งมืดมิด
ฉัน​จะ​บินว่อนฉวัดเฉวียน
เฝ้าดู​ความเป็น​ไปของสรรพสิ่งอย่างเงียบสงบ
ฉัน​จะ​มีอุเบกขา​ใน​สิ่งที่พบเห็น
จะ​ไม่ ยินดี​หรือ​ยินร้าย​ต่อทุกข์โศก​หรือ​รื่นรมย์

ฉันภาวนาขอ​ให้ผู้​คนที่ทนทุกข์​ และ​ตัวฉัน
ได้​หลุดพ้น​จาก​โซ่ตรวนของกิเลส​ และ​ตัณหา
ฉันภาวนา​ให้​พ่อแม่​ พี่น้องของฉัน​ หลานของฉัน
เป็น​เช่นหิ่งห้อย
เรืองแสงร่วม​กัน​บนหนทางธรรม

ฉัน​จะร่วม​กับ​หิ่งห้อยนับล้านล้าน
ทอแสง  สร้างขวัญ  ขึ้นแทนหมู่ดาว

ครา​เมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงพราว
หิ่งห้อยน้อยค่อย​จาก​จร​….

วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ ๒๐ กันยายน  ๒๕๔๖
เขียนขึ้น จาก แรงบันดาลใจ​ในการเข้าฝึกปฏิบัติธรรม
ณ​ศูนย์ฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐานโกเอ็นก้า​..

น.ส.วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ หรือพี่มด นักเคลื่อนไหวภาคประชาชนระดับแนวหน้าของประเทศไทย ผู้ต่อสู้เรียกร้องเพื่อชาวบ้านที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากโครงการพัฒนาของรัฐและเอกชนมาตลอดชีวิต แม้ยามป่วยไข้ ด้วยวัยเพียง ๕๒ ปี ได้เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็งเต้านม ที่ห้อง ๙๑๖ ชั้น ๙ ศูนยการแพทย์สิริกิติ์ รพ.รามาธิบดีในวันที่ ๖ ธ.ค. ๒๕๕๐ เมื่อเวลา ๑๓.๓๐ น. ที่ผ่านมา โดยได้ต่อสู้กับโรคร้ายมากกว่า ๒-๓ ปี เริ่มตั้งแต่ช่วงประท้วงขับไล่รัฐบาลทักษิณในปี ๒๕๔๗

น.ส.วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ เกิดเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๘ เป็นคน กทม.โดยกำเนิด เอนทรานซ์ติดคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เคยผ่านเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ รุ่นเดียวกันคนดังๆหลายท่าน เช่น จาตุรงค์ ฉายแสง เป็นต้น (ไปดูในอันเก่าที่พึ่งเขียนไปเมื่อวานนะครับ …)  สุดท้ายพี่มด ต้องหนีเข้าป่าร่วมงานกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เคลื่อนไหวอยู่เขต จ.สงขลา ประมาณ ๔ ปี แล้วไปอยู่ทางอีสานอีก ๒-๓ เดือน

                                   200712wanida_s

หลังจากนั้นจึงกลับมาเรียนต่อที่ธรรมศาสตร์อีกครั้งในปี ๒๕๒๔ เรียนอยู่ ๓ ปี จึงได้ปริญญาตรี พร้อมออกมาประกอบอาชีพส่วนตัวที่ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย และเป็นไกด์นำเที่ยวอยู่หลายปี หลังจากนั้นจึงเริ่มเข้ามาทำงานด้านองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ด้วยการร่วมรณรงค์กับขบวนการสันติภาพต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ เข้าร่วมขบวนการเชื่อมสันติภาพไทยลาว แล้วก็หลังจากนั้นก็จับงานด้านเอ็นจีโอมาตลอดชีวิต จับงานในภาคประชาชนอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๒-๒๕๓๓ กับโครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ งานชิ้นแรกๆ ที่ทำคือ ทำงานเชิงวิชาการในการคัดค้านการสร้างเขื่อนแก่งกรุง เขื่อนแก่งเสือเต้นจนมาถึงเขื่อนปากมูล และอื่นๆอีกมากมาย หลังๆมีบทบาทในการก่อตั้งสมัชชาคนจนร่วมกับองค์กรชาวบ้านทั่วประเทศ ล่าสุด เป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจน

อยากรู้แนวคิดพี่เขาก็ลองอ่าน ชื่อหนังสือ “ทำไมต้องช่วยคนจน?” ปาฐกถามูลนิธิโกมลคีมทอง โดยวนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ ลองดูครับ แล้วที่เหลือก็ตาม link ไปละกันครับ

ข้าพเจ้าร่วมไว้อาลัย และขอบุญกุศลใดๆที่ข้าพเจ้ามี จงไปถึงแก่พี่เขาด้วยครับ

ไหนๆก็กล่าว ถึงคนดังอับดับต้นๆในตระกูล ตันติวิทยาพิทักษ์ แล้ว ขอใส่เพิ่มคนดังในตระกูลอีก สองท่าน ไว้ด้วยกันเลยนะครับ

คนแรกคือ ดร.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ นักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการอิสระ ชื่อดัง เป็นประธานองค์การแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย แล้วเป็นรองผู้อำนวยการสำนักการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง สำนักงานกรรมการการเลือกตั้ง มาดูพี่เขาคุยเรื่องประชามติ และพี่เขายังทำงานให้ Asian Network for Free Elections (ANFREL) และอื่นๆอีกมากมาย และมีบทความในมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน แหล่งข้อมูลชั้นดีอีกแหล่งด้วย

และอีกคนคือ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ชีวประวัติย่อๆ นักกิจกรรมตัวยงอีกท่าน ทำงานกิจกรรมมาตั้งแต่เด็กเช่นกัน หลังจบการศึกษา ได้เข้าทำงานในกองบรรณาธิการวารสาร เมืองโบราณ ต่อมาได้ร่วมก่อตั้งนิตยสาร สารคดี  (นิตยสารอีกเล่มที่ข้าพเจ้าชอบอ่าน) ในปี ๒๕๒๘ และดำรงตำแหน่ง บรรณาธิการตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๓ จนถึงปัจจุบัน  เขียนสารคดีขนาดยาวมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ชิ้น

ปัจจุบันนอกจากงานประจำแล้ว ยังดำรงตำแหน่งประธานชมรมนักข่าว สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, รองประธานมูลนิธิโลกสีเขียว เจ้าของหนังสือ โลกสีเขียว นิตยสารเพื่อความเข้าใจในสิ่งแวดล้อม ที่เหลืออยู่ไม่กี่ปก บนแพงหนังสือ ซึ่งมูลนิธิโลกสีเขียวอยู่ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ , และคุณวันชัย ยังเป็นกรรมการบริหารมูลนิธิสืบนาคะเสถียร, เป็นผู้บรรยายพิเศษในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และเป็นคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์ มติชน ใช้นามปากกา วันชัย ตัน (นิตยสารในเครือ มติชน คือ มติชนสุดสัปดาห์ ก็เป็นอีกเล่มที่อ่านสนุกนะครับ)

พี่วันชัยเป็นคนที่มีความเชื่อว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุข ควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

ข้าพเจ้าก็หวังจะมีความสุขเช่น พี่วันชัย เช่นกัน แต่ที่อยากรู้มากที่สุด คือ ทั้งสาม ท่านนี้เป็นญาติกันยังไง ใครจะช่วยข้าพเจ้าได้บ้างครับ ช่วยด้วยครับ ขอบคุณล่วงหน้า ..ข้าพเจ้าเอง

SEA Games and SEAP Games History

November 29, 2007

The 24th Southeast Asian Games (also known as SEA Games) will be held in Nakhon Ratchasima, Thailand from December 6 to December 16, 2007. However, There are five sports that start before the opening ceremony at December 6,2007. See the complete schedual. Today, at this moment, we rank number 1, got 7 gold. 

                     1st_seap_games

The Southeast Asian Games owes its origins to the Southeast Asian Peninsular Games or SEAP Games. The 1st Southeast Asian Peninsular Games were held in Bangkok, Thailand from 12 December – 17 December 1959, Opened by our King, His Majesty King Bhumibol Adulyadej of Thailand, the Great. Also known as King Rama IX.

SEAPGames

It would be the sixth time Thailand has hosted the SEA Games. Thailand had hosted the 1959, 1967, 1975, 1985,1995. And also the 24th Sea Games on Korat, Thailand, 2007 is the second games that held out side the capital city for each country.

seagame1

seagame2

Thailand win the most gold medals nine times as same as Indonesia. However,I think we will win Indonesia in this instance. OK, let see the history of Medals count for each games. Host nation highlighted.

1959

seagame1959

1961

seagame1961

1965

seagame1965

1967

seagame1967

1969

seagame1969

1971

seagame1971

1973

seagame1973

1975

seagame1975

1977

seagame1977

1979

seagame1979

1981

seagame1981

1983

seagame1983

1985

seagame1985

1987

seagame1987

1989

seagame1989

1991

seagame1991

1993

seagame1993

1995

seagame1995

1997

seagame1997

1999

seagame1999

2001

seagame2001

2003

seagame2003

2005

seagame2005

So tired to make it done…it’s me.  And thanks Wikipedia a lot, the The Free Encyclopedia on Internet, for the information.