Archive for the ‘Travel’ Category

มนุษย์ไฟฟ้า

August 31, 2008

ไฟฟ้า น้ำ พลังงาน สิ่งสำคัญของเหล่าพลโลกในยุคนี้ ใครบอกว่าไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าบ้าง อาจจะมีแต่น้อยมาก เอาเป็นว่า ๙๐ ส่วนใน ๑๐๐ ส่วน ของเหล่าพลโลก บริโภคไฟฟ้า น้ำ บริโภคพลังงานกันมหาศาลจริงๆ แล้วก็ขาดไม่ได้ เพราะติดความสบายที่ได้เสพ ไม่เชื่อก็ลองขาดดูสิครับ

เมื่อวานก็พึ่งเจอมา ไปขนของย้ายบ้านให้น้อง ช่วงขนของไฟดับ โอ้..อยู่ชั้น ๕ จะบ้าตาย รอก็ไม่ได้เพราะข่าวบอกว่าไฟจะมาบ่ายสาม แต่ตอนนั้นยังไม่บ่ายโมงเลย จะทิ้งไว้ก็ไม่ได้ เพราะมีคนอื่นๆเขาก็ขนของเขาเพียบ และข้าพเจ้าเองก็มีภารกิจต่ออีกเพียบ ทำให้ต้องรีบยกของขึ้นๆลงๆบันได ๕ ชั้นอยู่หลายรอบ หนึ่งในนั้นมีรอบที่ต้องขนทีวี ๒๙ นิ้วรวมอยู่ด้วย ดีนะแต่ละชั้นไม่สูงมาก

ที่ดับเพราะ การไฟฟ้านครหลวง ตัดต้นไม้ที่อยู่ทับแนวสายไฟฟ้า เขาต้องตัดไฟ ตัดต้นไม้ ทั้งสามการไฟฟ้าในบ้านเราแหละครับ มีพฤติกรรมเหมือนกันหมด ทั้ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือ กฟผ. หรือ EGAT ที่ดูแลการผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศ ทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. หรือ PEA ที่ดูแลไฟฟ้าในต่างจังหวัดทุกจังหวัดยกเว้นจังหวัดที่การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. หรือ MEA ดูแลไฟฟ้า ซึ่ง กฟน. ดูแลพื้นที่สามจังหวัดในเขตเมืองหลวง คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี และ สมุทรปราการ

ทั้งสามหน่วยมีงานหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ตัดต้นไม้ริมทางโดยเฉพาะ ทำให้ต้นไม้ริมทางบ้านเราที่ดูทับแนวสายไฟฟ้า ต้องแหว่งๆขาดๆ ใหญ่แต่ต้น แต่ไม่มียอด ไม่มีร่มเงา เขาไม่ตัดก็ไม่ได้นะครับ โดยเฉพาะฤดูที่ทั้งลมมีทั้งฝน เพราะเหตุที่ทำให้ไฟฟ้าดับเยอะๆก็เพราะต้นไม้ทับสายไฟเยอะมากนะครับ จะเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดินทั้งหมดก็ไม่ไหว เพราะเขาว่าแพงไปครับ

ข้าพเจ้าว่าถึงแพงก็ต้องทำนะ คุ้มกว่าเยอะ แก้ปัญหาต่างๆได้เยอะ ภูมิทัศน์ก็ดีกว่า ไม่รกลูกตา ปลูกต้นไม้ก็ไม่ต้องมาคอยตัด ให้เปลืองงบประมาณ คิดแค่ค่าเงินเดือนลุงๆ บวกค่าล่วงเวลา ช่างไฟฟ้า ที่ทำหน้าที่มาตัดต้นไม้ของทั้งสามหน่วยงานที่ว่า รวมๆกันเดือนๆหนึ่ง หลายหมื่น รับกันเหยียบแสนก็หลายคนนะครับ

บ้านเราหาเสาไฟฟ้าที่เป็นไม้ยากมาก หรือแทบจะไม่มีอยู่แล้ว ถ้ามีก็เป็นเสาไฟฟ้าที่เก่ามากๆ แต่ที่อเมริกานู้น มีแต่เสาไฟฟ้าที่เป็นต้นไม้ แต่ละต้นแต่ละเสาทั้งสูงทั้งใหญ่ หาที่เป็นปูนหรือเหล็กยากมาก ยกเว้นจะเป็นพวกสายส่งไฟฟ้าใหญ่ๆเท่านั้น ถ้าเป็นตามบ้านเรือนนอกๆเมืองหน่อย เห็นแต่เสาไม้ทั้งนั้นครับ ส่วนในเมืองหรือครับ ไม่มีหรอกนะครับ จะมีก็แค่เสาเหล็กเล็กๆที่เป็นโคมไฟฟ้า ส่วนเสาสายต่างๆเขาอยู่ใต้ดินทั้งหมดครับ

ไม่มีพาดรกรุงรัง เหมือนบ้านเราหรอกนะครับ ยิ่งพวกสายโทรศัพท์พาดไปรกๆ ก็ไม่เห็นเลยครับ จริงๆตามเสาไฟฟ้าบ้านเราที่เห็นว่ารกๆ ดูยุ่งๆนั้น ไม่ใช้สายไฟฟ้า หรอกนะครับ ลองไปมองๆดูสิครับ ที่เห็นรกๆนั้นนะสายโทรศัพท์ตามบ้านตามสำนักงานทั้งแหละครับ รกมากจนไม่สามารถแยกแยกได้ว่าเส้นไหนไปบ้านไหน ถ้าขาดก็เดินใหม่คุ้มกว่าครับ สายแบบไฟเบอร์ก็ไม่ยอมใช้ ใช้อยู่ได้แบบโบราณๆ ไม่ยอมเปลี่ยน องค์การโทรศัพท์ตกยุคเลี้ยงชีพได้ด้วยค่าสัมปทานจริงๆ

สายไฟฟ้าพาดรกๆอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ พาดแบบนั้นมีหวัง ตูมตามกันทั้งวัน ไม่ต้องใช้ไฟกันพอดี ยิ่งสายแรงสูง แรงกลาง ที่อยู่สูงๆพวกนั้น เป็นพวกสายเปลือยด้วยนะครับ ไม่มีฉนวนนะครับ แรงดันก็หลายเควี ไปจับโดนไปก็ไม่ต้องเลี้ยงต่อแล้วครับ หารอดยาก บอกว่าจับไม่ได้ แต่เคยเห็นนกเกาะสายไฟไหมครับ ไม่มีฉนวนนะครับทำไม มันไม่ถูกดูดละครับ…ไปลองคิดดูนะครับ

พวกมนุษย์ไฟฟ้า พวกนี้ ไม่อยากบอกเลยว่าทำงานกันเป็นอย่างไรบ้าง …เอาเป็นว่าเวลาไฟดับแล้วบอกว่าจะติดเมื่อไหร่ ขอเถอะครับ ให้มันใกล้เคียงกับที่บอกหน่อย หลอกให้ขนขึ้นลง ๕ ชั้นตั้งหลายรอบ พอขนชุดใหญ่จะเสร็จ เหลือนิดหน่อย พึ่งผ่านบ่ายโมงไปไม่เท่าไหร่ ไฟก็มาซะงั้น..ทำกันได้..เหนื่อยนะคคค้าบบบบ..ข้าพเจ้าเอง

Advertisements

เครียดๆ ลอง Splash Mountain ใน Disneyland สิครับ ช่วยได้

August 24, 2008

ช่วงที่ลาเที่ยวต่อ สถานที่เป็นสวนสนุก และเครื่องเล่นที่ชอบสุดๆ ยกให้รายการในหัวข้อเรื่องนี้เลยครับ สุดๆ ในเหล่าเครื่องเล่นที่ได้เล่นทั้งหมดในงานนี้ รูปสวยๆ นี่ต้องขอบคุณทีมงาน เพราะตัดมาจากรูปของทีมงานที่ไปนะครับ

Disneyland Railroad รถรางรอบเมือง นั่งหลังกินข้าวเที่ยงนี้มันง่วงจริงๆนะครับ

Haunted Mansion บ้านผีสิง ให้นั่งรถละสามคน แต่นั่งได้แค่สอง ถ้าจำไม่ผิดผีที่แดนเนรมิตน่ากลัวกลัวเยอะครับ

Pireates of the Caribbean ไปเรือดู Captain Jack Sparrow และพวกพ้อง

Big Thunder Mountain Railroad รถไฟเหาะชนภูผา

Splash Mountain ทั้งเปียก ทั้งสนุก Splash ดีๆจริงๆ ถ้านายช่างผู้ออกแบบ คำนวณผิดไปหน่อยหนึ่ง ตกรถไปจะทำไงเนี้ย ไม่มีอะไรให้เกาะให้มั่นใจได้เลย

Indiana Jones Adventure เล่นมาเยอะ ชักมึนๆ indiana หรือ india chaina  กันแน่

Jungle Cruise นั่งเรือติดไฟเขียวไฟแดง ดูวิธีริมน้ำ มีทั้งคนป่า ปิรันย่า ไดโนเสาร์ น่าถีบคนบรรยายให้ตกน้ำ ช่างทำไปได้

Buzz Lightyear Astro Blasters คนได้ที่หนึ่งในวันนี้ยิงไปได้ไง ล้านกว่าแต้ม บ้าไปแล้ว ยิงแทบตายได้แค่เจ็ดหมื่น

Disneyland Monorail นั่งรถเที่ยวอีกรอบ

 

Space Mountain ออกมามึนตึบๆ ดีนะที่ยังไม่กินข้าวเข้าไปก่อน ออกมามีหวัง อ้วกออกหมด

Star Tours ให้หุ่นกระป๋องมาขับยานอวกาศก็งี้แหละ เกือบไม่รอด

King Arthur Carrousel แย่งเด็กๆเล่น ขี่ม้าหมุน หนุกๆ ดีจัง ถ้าได้ควงปืนแก็บขึ้นไปยิงเล่นด้วยจะมันกว่านี้

Show Whites’s Scary Adventures อันนี้ก็แย่งเด็กเล่น แต่มันน่ากลัวตรงไหนเนี้ย งงงงง จบแล้วหรือ

Peter Pan’s Flight อันนี้รอนานมากๆ มีคนคุมอยู่คนเดียว ยานบินก็น้อยเหลือเกิน ยืนรอเหนื่อยเลย แวบเดียวจบแล้ว

แล้วก็มีเดินเล่นครบทุกย่านทั้ง  Main Street. U.S.A แหล่งชอบปิ้ง

Adventureland ตะลุยแดนป่า

New Orleans Square ที่นี่น้ำไม่ท่วม ไม่มีพายุถล่ม และยังมีเพลงบลูให้ฟัง

Critter Country เดินดูเจ้าหมี Pooh เจ้าเสือ Tigger และเพื่อนๆ มีคนเข้าคิวถ่ายรูปกันเพียบ

Frontierland รู้สึกยังกะเดินใน death valley ร้อนมากๆ

Mickey’s Toontown เมืองนี้สวยสุด น่ายกบ้านมาสักหลัง ไปตอนแดดร่มลมตกพอดี เสียดาย small world ปิด

Fantasyland ย่านนี้คนแก่ๆชอบ มีแต่ของเล่นน่ารักๆ

Tomorrowland เมืองอนาคต รวมถึง Downtown Disney District ชอปชอปอีกรอบ เดินกันขาลาก แถมยังได้ดู Shows & Parades อีก ๓ รายการ

Walt Disney’s Parade of Dreams ดู parade Mickey และชาวคณะบนรถ เต้นกินรำกิน…อุ้ย..ไม่ใช่..เต้นแร้งเต้นกา…ฮาฮา

Fantasmic! เรือไฟ Mickey และชาวคณะ อีกรอบ พร้อมแสงสีเสียง

“Remember…Dreams Come True” Fireworks Specacular จุดพลุทั้งสีและแสง Jingle Bells จะอยู่ได้ไง หนีออกจากปราสาท..ดีกว่า จุดเสร็จค่อยกลับมา…ฮาฮา

คุ้มๆ ค่าบัตรมากๆ ทั้งรายการเครื่องเล่น และการแสดงทั้งหลายแหล่ ที่ได้ดูได้เล่นใน Disneyland Park ที่ Anaheim California ที่เล่นมาทั้งหมด ใน ๑ วัน ช่างทำไปได้ เริ่มตั้งแต่ประมาณ ๙ โมงกว่าๆเกือบ ๑๐ โมง ออกจากหลังจุดพุลก็ประมาณเกือบ ๔ ทุ่ม แทบตายครับ เดินทั้งวันตั้งแต่เช้า ยันมืด ของเล่นก็สนุก ของกินก็อร่อย ใครไปก็อย่าลืมไปลอง ขาไก่งวง นะครับ หอม อร่อย แม้ว่าจะเค็มไปหน่อย กินจนเหนื่อย แน่นพุงกางแล้วก็ไม่หมดครับ

เหนื่อยแต่ก็สนุก เล่นไปเพียบเลยครับ คนก็เยอะนะครับ แต่ละช่องแต่ละเครื่องเล่นต่อคิวกันยาวมากๆ ไม่รู้รอไปได้อย่างไร แต่ก็คุ้มครับ บรรดาเครื่องเล่นทั้งหมดที่เป็นสุดยอดของเครื่องเล่นต้องยกให้รายการนี้ครับ….Splash Mountain สุดยอดจริงๆ ต้องลองไปเล่นดูนะครับ การได้ร้องแหกปาก เป็นการคลาดเครียดได้ดีนะครับ ขนาดกรี๊ดไม่ออกนานแบบข้าพเจ้า ยังแหกปากลั่นไปหมด..ฮาฮา..ข้าพเจ้าเอง

ระลึกถึงครบ ๓ ปี สึนามิ Tsunami ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗

December 26, 2007

หลังจากเก็บกวาด ซากปะระหักพัง ที่เสียหายจากภัยพิบัติจากธรรมชาติ ครั้งรุนแรงที่สุดของมนุษย์ชาติ ในช่วงชีวิตของข้าพเจ้า ถ้าใครได้ไปเยือนทะเลอันดามันอีกครั้งหลังจากนั้นไม่นาน จะพบว่าทะเลอันดามัน ไม่ว่าจะไปเยือนยังหาดทรายใด หรือทะเลใด จะเป็น หาดป่าตอง หาดพีพี หมู่เกาะสุริทนร์ สิมิลัน หรือจะเป็นย่านทะเลตลอดแนว สตูล ตรังกระปี่ ภูเก็ต ชุมพร หรือจุดที่รุนแรงสุดที่พังงา เช่น เขาหลัก นั้น ท่านจะพบกับความสวยใส ของท้องฟ้า ฟ้าใสสวยสด ทะเลสีคราม หาดทรายเนียนขาว สะอาดสบายใจสบายตาเป็นที่สุด เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ซึ่งถ้าเราไปก่อนหน้านั้น จะเป็นสิ่งหาพบไม่ได้มานานหลายปี ท่านจะประทับใจเป็นที่สุด จนแทบจะทำให้ลืมเลือนภาพเหตุการณ์ สึนามิ ถล่ม เมื่อไม่นานก่อนหน้านั้นไปได้เลย

ต้องไม่ลืมว่า คลื่น สึนามิ ก็มีประโยชน์ บ้างเหมือนกันที่ช่วยให้ธรรมชาติดีขึ้น กวาดล้างสิ่งไม่ดีลงทะเลไป ทำให้ท้องถิ่นหลายแห่ง หวงแหนธรรมชาติมากขึ้น การอนุรักษ์ป่าชายเลน ในกาลต่อมาทำได้ผลยิ่งขึ้น คนท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้ผ่านประสบการณ์เลวร้าย กับคลื่นยักษ์สึนามิ รักถิ่นอาศัยมากขึ้น แม้ว่าในปัจจุบันนี้เขาจะอยู่กับความหวาดกลัวและแน่นอนว่ายังไม่สามารถลืมเลือนเหตุการณ์สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาได้ เพราะทุกชีวิต ทุกๆสิ่งที่สูญเสียไปกับเหตุการณ์ ใครไม่พบด้วยตัวเอง ย่อมไม่สามารถรับรู้ หรือเข้าใจได้ลึกซึ้งกับเหตุการณ์ได้แน่นอน

ธรรมชาตินั้นเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลาย มาช้านาน ก่อนที่จะมีมนุษย์เกิดขึ้นบนโลกนี้ด้วยซ้ำ ธรรมชาติไม่เคยทำร้าย หรือตั้งใจจะทำลายมนุษย์ มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ทำลายธรรมชาติ ธรรมชาติเป็นผู้ให้มาเสมอ ขอให้อยู่อย่างเข้าใจธรรมชาติบ้าง ใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ อย่าไปฝืนธรรมชาติ พลังแห่งธรรม..ชาติ ไม่ว่าจะมาจาก ดิน น้ำ ลม หรือ ไฟ ถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งในพลังทั้งสี่นี้ เกิดรุนแรง เกรี้ยวกราดขึ้นมา ก็ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆของมนุษย์จะรับมือได้แน่นอน ยิ่งถ้าทั้งสี่จับคู่กันมาด้วยแล้วก็ ไม่ว่าจะมาสอง หรือสาม ความหายนะมาเยือนแน่นอน จงเข้าใจธรรมชาติก่อน แล้วธรรมชาติจะเข้าใจและเห็นใจเรา

      400px-The_Great_Wave_off_Kanagawa.jpg

ภาพนี้เป็นภาพ ศิลปะของศิลปินชาวญี่ปุ่น “The Great Wave at Kanagawa” (จากภาพชุดของภูเขาไฟฟูจิ) ขนาดกว้าง 10 นิ้ว ยาว 15 นิ้ว ที่เก็บรักษาอยู่ที่ Metropolitan Museum of Art, New York แม้ว่าภาพดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการพูดถึงคลื่นสึนามิ แต่แท้จริงแล้วภาพดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคลื่นสึนามิแต่อย่างใดนะครับ

อยู่อย่างเข้าใจธรรมชาติที่ว่าก็เช่นดังชาวเล ชาวมอแกน แห่งหมู่เกาะสุรินทร์ ชนกลุ่มน้อย กลุ่มด้อยกลุ่มหนึ่ง ชนเผ่าแห่งทะเลที่เรามองว่าเป็น ผู้ล้าหลังแห่งโลกปัจจุบัน แต่กับเหตุการณ์ คลื่นยักษ์ซูนามิ นี้กลับไม่มีชาวมอแกน คนใดเสียชีวิตเลย แม้ว่าไม่มีชาวมอแกนคนใดเคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แต่ทุกคน โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ ต่างรู้วิธีเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ร้ายนี้ทุกคน ประสบการณ์แห่งชนเผ่าหลายพันปี คำร้องเพลงโบราณ ทำให้ทุกคนต่างวิ่งสวนทางขึ้นที่สูง มีแต่เราเราท่านท่านผู้อยู่ในโลกปัจจุบัน เห็นน้ำลดกลับวิ่งเข้าใส่ วิ่งไปดูสิ่งที่ไม่เคยพบเคยเห็น ย่อมไม่แปลกใจที่มีผู้คนตายจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๖ ปี ๒๕๔๗ นี้นับแสนคน เขาว่าทั่วโลกมีถึง สองแสนสองหมื่นคน แต่ข้าพเจ้าว่ามีมากกว่านั้น อาจมากกว่าเป็นเท่า รวมแล้วอาจมากถึงครึ่งล้านคนด้วยซ้ำ

เหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ว่า เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ในทะเลแถบนี้แน่นอน ประวัติศาสตร์ที่สืบได้ล่าสุด เป็นข่าวในไทยรัฐ ไม่กี่วันนี้ บอกว่าเกิดครั้งแรกในสมัยอยุธยา อย่างไรข้าพเจ้ามั่นใจว่าไม่ใช่ครั้งแรกแน่นอน ประสบการณ์ของมนุษย์มีบันทึกได้มีเพียงไม่กี่ปีนี้เอง ก่อนหน้านี้ที่ละใครบันทึก ก็ต้องสืบต่อไป

              Tsunami knowledge_basic

วิชาประวัติศาสตร์จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งอย่างหนึ่ง เป็นวิชาหนึ่งที่ข้าพเจ้าชอบ ใครที่บอกว่าทะเลอันดามันนี้ปลอดจากสึนามิก่อนหน้านี้ก็ต้องหน้าแหกไปตามๆกัน เราไม่มีทางรู้วงรอบในการเกิดเหตุการณ์ที่แน่นอนได้ ไม่มีใครทำนายล่วงหน้าได้แน่ๆ ยิ่งช่วงนี้มีตัวกระตุ้นเยอะจาก มนุษย์ ที่ว่าเป็นสัตว์ประเสริฐนี้แหละครับ ทำลายสินทรัพย์ใต้ผิวโลกมากมาย เป็นแรงกระตุ้นให้วงรอบเกิดถี่กว่าปกติ ทำลายทั้งทางตรงทางอ้อมเยอะแยะ เอาใหญ่ๆก็เช่น ดึงน้ำมันบ้าง ก๊าซบ้างออกมาใช้ ทดลองบ้าๆบอๆ เครื่องนิวเคลียร์ใต้ดินบ้าง

ฮาฮา เมื่อมีแรงกระทำก็ย่อมมีแรงต่อต้านการกระทำเกิดขึ้น เป็นหลักการง่ายๆทางฟิสิกซ์ ซึ่งมันก็คือกฏธรรมชาติ กฏหนึ่งที่เราค้นพบนั่นเอง พระพุทธเจ้า พระองค์ท่านยังเคยตรัสไว้ว่า ความรู้ต่างๆที่ท่านพบนั้นเป็นธรรมชาติมีมาก่อนท่านตรัสรู้ นานแสนนาน ความรู้เหล่านั้นเปรียบได้ดังใบไม้ทั้งป่า แต่สิ่งที่ทรงสอน ทรงแนะนำนั้น มีเพียงใบไม้หนึ่งกำมือ เองนะครับ ท่านอยากได้ใบไม้กองไหน กำไหน ความรู้ยังมีอีกเยอะ ก็เชิญเลือกกันได้เลยครับ ข้าพเจ้ายิ่งรู้มากยิ่งพบว่าตัวเองยิ่งโง่ ก็ยังมีเรื่องที่เราไม่รู้อีกเยอะแยะ ท่านๆคิดเหมือนกันหรือไม่ครับ มาลองศึกษาความรู้หนึ่งกำมือของพระพุทธเจ้าบ้างจะเป็นไรไป

                Tsunami_47_country

มาว่าเรื่องคนตายต่อเฉพาะของประเทศไทย จำนวนผู้ตาย สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับสึนามิ วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

จำนวนผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหาย (ข้อมูลถึงวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘)

  • จำนวนผู้เสียชีวิต รวม 5,395 คน (แยกเป็นคนไทย 1,899 คน คนต่างประเทศ 1,953 คน ไม่สามารถระบุได้ ว่าเป็นคนไทยหรือคนต่างประเทศ 1,543 คน)บาดเจ็บ รวม 8,457 คน (แยกเป็นคนไทย 6,065 คน คนต่างประเทศ 2,392 คน) รับแจ้งสูญหาย รวม 2,995 คน (แยกเป็นคนไทย 2,036 คน คนต่างประเทศ 959 คน) (ได้ผ่านการตรวจสอบ ครั้งที่ 35 ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2548 โดยตัดรายชื่อแจ้งซ้ำ/กลับภูมิลำเนาเดิม/บาดเจ็บ/เสียชีวิต/พบตัวแล้ว

ข้าพเจ้าว่าตัวเลขที่รายงานผล น้อยกว่าที่เหตุการณ์จริงเยอะครับ รับประกันจากผู้ที่ลงไปอยู่ในพื้นที่หลังเหตุการณ์ เฉพาะที่ตายในประเทศไทยต้องเป็นหลักหมื่นแน่นอน ไม่นับที่ตายในค่ายทหารแห่งหนึ่งที่ติดชายทะเลอันตามันที่ตายอีกเยอะแยะด้วย ที่สูญหายก็อีกมาก ประเทศอื่นๆก็มีคงมีวิธีการรายผลเช่นเดียวกันกับไทยนี้แหละ ส่วนผู้ได้รับผลกระทบก็ยังมีปัญหาต่างๆ มากมายจนถึงทุกวันนี้ แม้ในวันหลังเกิดเหตุจะมีผู้บริจาค หรือเข้าไปช่วยเหลือนับไม่ถ้วน แต่ผลกระทบก็ยังมีอยู่ ไม่กี่วันก่อนดูรายการของ ตาสว่าง สัญญา เขาทำเรื่อง สึนามิ ทำให้ตาสว่างขึ้นอีกเยอะ ลองไปหาดูนะครับ ผลกระทบมันเยอะกว่าที่เรารับรู้

บุญใดๆที่ข้าพเจ้าเคยทำในอดีตชาติก็ตาม ทั้งหมดทั้งปวงจนถึงปัจจุบันเดี่ยวนี้ จงถึงแก่สิ่งมีชีวิตที่เสียชีวิตทั้งหมด และไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ และเหล่าเทวาผู้ปกปักรักษาด้วยครับ

Tsunami  สึนามิ (การออกเสียงในภาษาญี่ปุ่นคือ /tsunami/ สึนะมิ ซึ่งต่างกันเล็กน้อยกับการออกเสียงในภาษาอังกฤษว่า ซูนามิ หรือ (ทซู)นามิ (ท ควบ ซ ในเสียงญี่ปุ่น) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ในลักษณะของระลอกคลื่น ที่เกิดขึ้นจากการที่น้ำในทะเลสาบหรือในท้องมหาสมุทรจำนวนมหาศาล เกิดการเคลื่อนย้ายถ่ายเทจากบริเวณหนึ่งสู่อีกบริเวณหนึ่งอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากการเกิดแผ่นดินไหว แผ่นดินเคลื่อนตัว ภูเขาไฟระเบิด หรือจากวัตถุนอกโลก เช่น ดาวหาง หรืออุกกาบาต ตกสู่พื้นทะเลหรือมหาสมุทรบนผิวโลก คลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นนี้จะถาโถมเข้าสู่พื้นที่ชายฝั่งทะเลด้วยความรวดเร็วและรุนแรง สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินที่อยู่อาศัยที่พังพินาศไป พร้อม ๆ กับมนุษย์จำนวนมากมายที่อาจได้รับบาดเจ็บและล้มตายไปด้วยฤทธิ์ของมหาพิบัติภัยที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

คำว่า “สึนามิ” มาจากภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า “ท่าเรือ” (สึ) และ “คลื่น” (นะมิ) ศัพท์คำนี้บัญญัติขึ้นโดยชาวประมงญี่ปุ่น ผู้ซึ่งแล่นเรือกลับเข้าฝั่งมายังท่าเรือ และพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยรายล้อมอยู่รอบท่าเรือนั้นถูกทำลายพังพินาศไปจนหมดสิ้น โดยในระหว่างที่เขาลอยเรืออยู่กลางทะเลกว้างนั้นไม่ได้รู้สึกหรือสังเกตพบความผิดปกติของคลื่นดังกล่าวเลย ทั้งนี้เนื่องจากคลื่นสึนามิไม่ใช่ปรากฏการณ์ระดับผิวน้ำในเขตน้ำลึก เพราะคลื่นที่เกิดขึ้นจะมีขนาดของคลื่น (แอมพลิจูด) ขนาดเล็กมากเมื่ออยู่ในพื้นน้ำนอกชายฝั่ง ในขณะเดียวกันก็มีความยาวคลื่น ที่ยาวมาก (ปกติจะมีความยาวหลายร้อยกิโลเมตร) ทำให้คลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นไม่สามารถสังเกตเห็นได้ขณะที่ลอยเรืออยู่บนผิวน้ำกลางทะเลลึก เนื่องจากคลื่นที่เกิดขึ้นจะเห็นเป็นเพียงแค่เนินต่ำ ๆ ตะคุ่ม ๆ อยู่ใต้น้ำเท่านั้น

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับสึนามิ ของไทย มากมาย ลำดับเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗

                Tsunami_ring_of_fire

จวบจนวันตาย ไม่ว่ากี่รุ่นต่อกี่รุ่น ถ้าเรายังอยู่ในดินแดนนี้ เราก็ยังอยู่ในวงแหวนแห่งไฟนี้แหละครับ อยู่ในเขตรอยเลื่อนของทวีปอยู่เสมอ ดังนั้นจงระตัวไม่ให้ดี ระบบป้องกันดีที่สุด หรือระวังตัวตนเอง เพราะระบบป้องกันที่มนุษย์สร้างมานั้น ไม่สามารถรับประกัน ว่าจะทำนานเหตุการณ์ได้ถูกต้องเสมอไปหรอกนะครับ

ดังนั้นจงอย่าแปลกใจที่เมื่อก่อน จะมีคำพูดว่า ที่ดินชายทะเล นี้เขาจะยกให้เหล่าบรรดาลูกๆ ที่พ่อ แม่ รักน้อยกว่า ลูกรักคนอื่นๆ ที่พ่อแม่จะยกที่บนภูเขาให้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใจเลยใช่มั้ยครับ ว่าเรื่องนี้จะมีมูลความจริง เมื่อผ่านเหตุการณ์สึนามิมาแล้ว และจงอย่าแปลกใจโดยเฉพาะที่ดินริมฝั่งอันดามัน จะไม่มีผู้คนอยู่อาศัย หรือมีอยู่น้อยมานาน แสนนาน จนมาบูมเมื่อไม่นานมานี้ จงอย่าแปลกใจที่เห็นซากโบราณสถานซึ่งอยู่ให้เห็น เหลือเพียงไม่กี่แห่งให้ศึกษา เพราะคลื่นคงกวาดลงทะเลไปไม่รู้กี่ครั้งกี่ครา จะมีเหลือบ้างก็ตาม แหล่งโบราณคดีที่ เกาะพระทอง เกาะคอเขา ในอ่าวพังงา ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่

คลื่นสึนามินี้รุนแรงมากๆนะครับ แค่ฟังปากต่อปาก ได้ยินได้ดูมาในทีวี คุณยังรู้สึกกลัวเลย แล้วไม่คิดบ้างว่าคนที่ประสบเหตุเขาจะกลัว เกรง กังวล ต้องหนีทุกครั้งที่เสียงเตือน หรือมีข่าวมาว่าจะมีสึนามิ เป็นข้าพถ้ารอดมาได้แล้วต้องอยู่ต่อละแวกนั้นก็คงประสาทเสียแน่ๆ ต้องอยู่กับความกังวลใจอยู่ตลอด จะไปที่อื่นก็ไม่มีที่จะไป ก็ต้องอยู่กันต่อไป แม้คุณได้ลงไปเห็นด้วยตาตนเอง ยังแทบไม่เชื่อสายตาตนเองเลยว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่าง เพราะจุดที่เกิดเหตุ คนตายเยอะบางจุดห่างจากทะเล ไม่น้อยกว่า ๑๐ กิโลเมตรนะครับ ถ้าคุณดูในแผนที่จะเห็นว่า สึนามิในไทยนี้ถือว่าโชคยังดีนะครับ ที่ในแนวที่เกิดเหตุ มีภูเขาขวางแนวอยู่ด้วย ถ้าไม่มีน้ำก็คงไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก และความสูญเสียก็ยิ่งมากกว่านี้เหลือคณานับ

ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในภูเก็ต กระบี่ อย่าง พีพี หรือแนวหาดพังงาในปัจจุบัน ที่ประสบภัยในเหตุการณ์ไม่ว่า เป็น บ้านบางม่วง บ้านบางเนียง บ้านคึกคัก บ้านน้ำเค็ม แหลมปะการัง หรือที่โด่งดังมากๆอย่าง เขาหลัก ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและผู้คนอาศัยอยู่เยอะ จะมีคนตายเยอะมากๆ ไม่เหมือนอำเภอติดทะเลจาก ตรัง ชุมพร หรือ สตูล โชคดีที่คลื่นมาไม่แรงมาก รวมทั้งมีป่าชานเลนเยอะกว่า เพราะการท่องเที่ยวยังโตน้อยกว่าแถบอื่นๆ แถมยังมีคนอาศัยอยู่รอมฝั่งน้อย จึงมีคนตายน้อยกว่ามากนัก

คิดดูสิครับว่า ทะเลแถบนี้เมื่อก่อนไม่ค่อยมีใครอยากไปอยู่ได้อย่างไร เพราะทรัพยากรชายฝั่งทางนี้สมบูรณ์มากๆ ทำไมยังไม่ค่อยมีใครอยากไปอยู่ ถ้ามันไม่มีประวัติศาสตร์บางอย่าง อย่างสึนามิ ยกตัวอย่างเล่นๆ อ.สิเกา ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดตรัง มีพื้นที่ติดทะเลมากมายมี หาดสวยๆเยอะ ทั้งหาดและเกาะต่างๆ เช่นหาดปากเม็ง หาดสำราญ หาดเจ้าไหม เกาะกระดาน เกาะลิบง ทะเลแถบนี้ ก็สมบูรณ์มาก ถึงปัจจุบันก็ยังพอมีดีอยู่ ยังมีสัตว์สงวนอย่างปลาพยูนให้ได้ดูกัน มีประการังสวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นเอก ตอนนี้ก็เป็นอุทยานแห่งชาติด้วยซ้ำ เมื่อก่อนคงลำบากมากที่คนจะไปอยู่อาศัย มีเรื่องเล่าเล่นๆ ปากต่อปาก ว่าชื่ออำเภอมาจากภาษาจีน ที่แปลว่า แถบนี้ขนาดหมายังตาย คิดดูแล้วคนจะอยู่ได้อย่างไร

ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งที่ลงไปพังงา ร่วมช่วยได้บ้างไม่ได้บ้าง ในเหตุการณ์หลังวันเกิดเหตุอยู่หลายวัน คิดถึงเมื่อไหร่ ก็ระลึกถึงได้เสมอ สรุปได้สั้นๆ ว่า ความไม่แน่นอน คือสิ่งที่แน่นอน อย่าหลงอยู่ในอารมณ์อกุศลกันมากนัก ชีวิตนี้น้อยนัก นานกี่ปี ไม่มีวันลืม… สึนามิ  เช่นกัน..ข้าพเจ้าเอง

Merry X-Mas 25/12/2007

December 25, 2007

Merry X’mas คำว่า Merry หมายถึง ร่าเริง,เบิกบานใจ,ครึกครึ้น,รื่นเริง,สนุกสนาน,ซึ่งทำให้เกิดความสุข,เพลิดเพลิน,บันเทิงใจ. -ในภาษาอังกฤษโบราณแปลว่า “สันติสุขและความสงบทางใจ” ดังนั้นวันนี้ ก็ขออวยพรทุกๆท่านเนื่องในวัน คริสต์มาส ไม่ว่าท่านจะนับถือศาสนาคริสต์ นิกายใด หรือจะเป็นศาสนาอื่นๆใด ก็ขอให้ท่านสุขสมหวัง ทุกประการนะครับ สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ทั้งกายและใจ ขอให้ความสันติสุขและความสงบทางใจ ในทุกๆลมหายใจ เข้า ออก จงมีแต่ท่านทั้งหลาย ในเร็ววัน

ข้าพเจ้าเชื่อว่าศาสนาทุกศาสนา ศาสดาทุกพระองค์ ต่างสอนให้คนเป็นคนดี ประพฤติในศีล ในธรรม ของแต่ละศาสนา ซึ่งย่อมเป็นสิ่งดีๆ ทั้งสิ้น คนรุ่นหลังต่างหากที่ทำให้แต่ละศาสนา เปลี่ยนไป แปลกไปจากเดิม

วันนี้ตลาดหุ้นไทย ขึ้นกระฉูดแย่งกันซื้อ ข้าพเจ้าก็ดูไปตามธรรมดา ไม่ได้ซื้อได้ขายใด ตลาดหุ้นมันก็มีขึ้นมีลง เป็นไปของมันอย่างนี้เอง วันนี้ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ก็คงมีความสุขเป็นพิเศษ อันเนื่องมาจากวันคริสต์มาสนี้เหมือนกันครับ เพราะการเมืองก็ยังเหมือนเดิม ก็แค่เลือกตั้งเสร็จ ยังจัดทีมมาให้ดูหน้าตาไม่ได้เลย จะว่าเกี่ยวกับเลือกตั้งก็คงไม่ได้เต็มปาก..

ช่างมันเถอะ วันนี้มีรูปที่ข้าพเจ้าชอบ ที่แฟนถ่าย (ก่อนหน้านี้ในข้อเขียนอื่นๆก็ชอบนะครับ แต่ search มาจากของคนอื่นครับ ขอขอบคุณท่านทั้งหลายมานะที่นี้ และขอให้พรทั้งหลายที่ดีๆ ไปถึงเขาเหล่านั้นด้วยครับ) ส่งมาแนบพร้อมคำอวยพรที่ให้ ไว้ดูด้วยกันนะครับ ขอให้ทุกท่านร่าเริง สดใส เบิกบาน ไร้โรคภัย เช่นดังแกะในรูปทุกๆคนนะครับ

      copywriter_merryxmas

แกะร่าเริงดี ครึกครื้นดีนะครับ ดูเมื่อไหร่ก็ยิ้มออก ให้ทายครับว่าถ่ายมาจากที่ใด ถ่ายมาตอนไปเที่ยวด้วยกัน กับแฟนและแม่มาไม่นานนี้เอง เป็นสถานที่เที่ยวที่ประทับใจมากทั้งบรรยากาศและการให้บริการ ถือว่าดีมาก ทั้งที่รู้อยู่ก่อนไปแล้วเขาบริการดีมาก เขายังทำได้ดีมากกว่าที่คาดไว้อีก ไว้รอให้มีคนมาทายก่อน (ว่าแต่…จะมีคนมาทายหรือเปล่า หุหุ) แล้วจะมาเฉลยนะครับ..ข้าพเจ้าเอง 

พักหนาวกันหน่อย..

December 20, 2007

ลาพักร้อน (หนาว) ครั้งนี้ หายหน้าไปหลายวัน ต้องรีบกลับมาทำการบ้านส่ง blog ก่อนที่ท่านผู้มีพระคุณทุกๆท่านทั้งหลาย ที่หลงมาอ่านบ้าง ตั้งใจเข้ามาบ้าง (คงมีบ้างละ..นา) จะไม่ลืมเลือนกันไปก่อน ว่ามี blog นี้อยู่ จะนึกว่า blog ร้างไปแล้ว..ละแย่เลย

หลังจากเสร็จภาระกิจ ตรวจประสิทธิภาพของระบบเสร็จไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีที่ แผนงานในโครงการที่ทำไม่เลื่อนมาตรงกับวันลา ที่นัดหมายกันล่วงหน้าหลายเดือน ต้องเสียไป หรือไปอย่างไม่เป็นสุข เพราะที่ผ่านๆมาโครงการที่ทำอยู่นี้ ต้องมีการเลื่อน หรือการปรับแผนตลอด เป็นเพราะเราบ้างแต่ส่วนใหญ่เป็น เพราะลูกค้าจะเอานู้นเอานี่ ตามประสาลูกค้าที่ดี..จะฮา แต่ฮาไม่ออก..และจะต้องมีทั้งเจ้านายและน้องๆ โทรมาตาม กันตลอด (นี้ขนาดงานเสร็จไปบางส่วนแล้วนะ ยังมีโทรมา ให้พอตื่นเต้นบ้าง พอสมควร)

ไปเที่ยวครั้งนี้กับแฟนและแม่ สนุกมากๆ คุ้มสุดๆ แล้วค่อยมาเล่าให้ฟังต่อนะครับ..coming soon..ฮิฮิ 

แอบแว้บมาขึ้นประเด็นไว้ก่อนตอนพักเที่ยง ต้องไปทำงานก่อนนะครับ ช่วงนี้งานเยอะ ทั้งงานราษฎร์ งานหลวง แม่ก็ยังอยู่ที่บ้าน ยังไม่ได้กลับบ้านนอก แฟนก็ช่างงอน ต้องดูแลกันหน่อย ไปทำงานก่อนนะคร้าบ..เจ้านายดุ.ข้าพเจ้าเอง

พระราชอัจฉริยภาพทางจิตรกรรม

November 18, 2007

         queen_sirikit            

ภาพชื่อ “สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ”  
 สีน้ำมันพ.ศ. ๒๕๐๗, ๖๘ x ๘๓ ซม. ระหัส ภอ. ๔ – ๐๗

double_personal 
ภาพชื่อ “บุคลิกซ้อน” สีน้ำมัน ๖๗ x ๘๒ ซม.

king_untitled

“ไม่ปรากฎชื่อ” สีน้ำมัน พ.ศ. ๒๕๐๖, ๓๑.๕ x ๔๔.๕ ซม. ระหัส ภอ. ๑๔ – ๑๐ – ๐๖

ขออันเชิญ  ภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาแสดง ๓ ภาพ อันเนื่องมาจาก ได้ไปดูงาน นิทรรศการผลงานศิลป์ชั้นยอด ๒๐๐๗ “ศิลปินศินย์เก่าศิลปากร เทิดไท้ ๘๐ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์อัครศิลปิน” ที่ Central World เมื่อวันที่ ๑๔ ที่ผ่านมา สีที่เห็นในภาพไม่สวยและเพี้ยนกว่าของจริงเยอะนะครับ ข้าพเจ้าแนะนำให้ไปดูผลงานจริงครับ แล้วท่านจะประทับใจ

ในงานเขาเชิญมา ๕ ภาพ นะครับ ใครอยากเห็นรูปจริงๆว่างดงามเพียงใด ต้องไปดูนะครับ แต่ถ้าหมดงานแล้วต้องไปที่ วังสวนกุหลาบ ซึ่งปัจจุบันพระตำหนักนี้ ก็กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงงานจิตรกรรมจากฝีพระหัตถ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สามารถไปดูได้นะครับ หรือดูจาก Web site เครือข่ายข้อมูลกาญจนาภิเษก ที่ทำ link ไว้ด้านบนก็ได้ครับ ข้อมูลใน Web site นี้สุดยอดมากๆ ลองไปดูกันนะครับ

ส่วนใครไม่ได้ไปที่วังสวนกุหลาบ ก็ไปดูรูปในงานได้ งานนี้เขามีระหว่างวันที่ ๑๔-๒๕ พ.ย. นี้ นะครับ โดยวันที่ ๑๘ นี้เขาจะมีประมูลภาพของศิลปต่างๆที่ให้ผลงานมาแสดง ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี เพื่อนำเงินที่ได้ ทูลเกล้าถวายในหลวง 

ในงานนอกจากมีภาพจิตรกรรมฝีพระหัถต์ของในหลวง แล้ว ยังมีของสมเด็จพระเทพฯและพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ด้วยนะครับ

ส่วนภาพของศิลปิน ดังๆ ศิษย์เก่าศิลปากรก็มีมากหมาย มีทุกระดับตั้งแต่ระดับศิลปินแห่งชาติมาเลยครับ อาทิ อ.ชลูด นิ่มเสมอ อ.ถวัลย์ ดัชนี อ.อวบ สาณะเสน  อ.ช่วง มูลพินิจ อ.ประหยัด พงษ์ดำ อ.อิทธิพล ตั้งโฉลก อ.ปรีชา เถาทอง แต่ละท่านยอดฝีมือทั้งนั้น อ.พิษณุ ศุภนิมิต นักคิดนักเขียนคนนี้ก็ใช่ อ.อนุชัย ศรีจรูญภู่ทอง ช่างภาพฝีมือเอก ที่ขาดไม่ได้คือศิลปินชื่อดัง พูดดัง อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัตน์ แล้วก็มีอีกมากมายครับ ไม่สามารถกล่าวหมดได้ เชิญไปดูเองแล้วกันครับ

ถวายพระพรและชมเรือราชพิธี

November 4, 2007

บ่ายวันศุกร์ที่ ๒ ผ่านมา ๑ ในฝันของข้าพเจ้าก็เป็นจริง อันเนื่องมาจากเหตุการณ์เมื่อประมาณ ๒ สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ได้มีโอกาสไปลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศิริราช

Supannakrong

วันนั้นแม้นว่า ผู้คนจะเยอะแยะมากมาย ดูวุ่นวายทั้งคนป่วย หมอ พยาบาล คนมารอชื่นชมพระบารมี อากาศก็ร้อน แต่ทุกคนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเป็นอย่างยิ่ง  ข้าพเจ้ารอคิวลงชื่อถวายพระพรไม่นานนัก อาจเป็นเพราะไปช่วงหยุดพักเที่ยง ในวันทำงานปกติ ที่เข้าไปทำงานที่ Site ลูกค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากศิริราชมาก หลังจากนั่ง Taxi ไปที่ท่าช้างและนั่งเรือโดยสารข้ามฝากฟรี ที่กรมเจ้าท่าจัดมาให้ ข้ามฝั่งจากพระนคร ไปยังท่าพรานนก ทั้งไปและกลับ ถ้าไม่รวมเวลาไปดูหนังสือที่ร้านนายอินทร์ในศิริราช ข้าพเจ้าใช้เวลาทั้งหมดในภาระกิจนี้เพียงประมาณ ๑ ชม. เท่านั้นเอง คุ้มค่ายิ่งนัก

ขากลับเข้าฝั่งพระนคร ระหว่างเดินผ่าน ราชนาวีสโมสร บังเอิญเห็นป้ายประกาศขายบัตร ชมเรือพระราชพิธี ซึ่งในวันนั้นเปิดขายเป็นวันแรก ยิ่งคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม เพราะข้าพเจ้าได้จองตั๋ว ๓ ที่จ่ายค่าที่นั่งและของว่างให้ราชนาวีสโมสรรวม ๖๐๐ บาท  จองได้ในลำดับที่ ๔-๖ ได้แถวนั่งหน้าสุดริมแม่น้ำไม่มีอะไรขวางกั้น เพื่อจะได้ชมการซ้อมใหญ่ในวันศุกร์ที่ ๒ พ.ย. ๕๐

แม้จะไม่ได้ชมในวันจริงก็ไม่เสียดาย เพราะวันจริงวันที่ ๕ เดิมไม่ให้เข้าชม แต่เนื่องจากในหลวงไม่เสด็จ จึงพึ่งมาเปิดขายบัตรในวันที่ ๒ นี้เอง ข้าพเจ้าเตรียมตัวไม่ทัน

และเมื่อได้ไปชมจริงๆในวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่มีคำบรรยายใดๆ จะมาเปรียบได้ ประทับใจมาก

King_Boat49

ในการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ไทยนับแต่โบราณกาลมา นอกจากการเสด็จพระราชดำเนินทางบก ที่เรียกว่า “พยุหยาตราสถลมารค” แล้วการเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำ คือ พยุหยาตราชลมารค” ซึ่งเป็นเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญยิ่งเช่นกัน 

   สำหรับในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้มีการจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารคมาแล้วจำนวน ๑๕ ครั้ง ประกอบด้วย
 
  – ครั้งที่ ๑ พยุหยาตราชลมารคในการฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ เมื่อ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๐
  – ครั้งที่ ๒ กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๒
  – ครั้งที่ ๓ กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๔
  – ครั้งที่ ๔ กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๕
  – ครั้งที่ ๕ กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๗
  – ครั้งที่ ๖ กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๘
  – ครั้งที่ ๗ กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๐
  – ครั้งที่ ๘ กระบวนพยุหยาตรา (ใหญ่) ชลมารค ในคราวที่กรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 200 ปี เสด็จพระราชดำเนินไปบวงสรวงสมเด็จพระบูรพามหากษัตริย์เจ้า เมื่อ ๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๕
  – ครั้งที่ ๙ กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) แห่พระพุทธสิหิงค์ เมื่อ ๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๕
  – ครั้งที่ ๑๐ พระราชพิธีถวายพระกฐิน (ใหญ่) ณ วัดอรุณราชาวราราม เมื่อ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๕
  – ครั้งที่ ๑๑ กระบวนพยุหยาตรา (ใหญ่) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๐
  – ครั้งที่ ๑๒ กระบวนพยุหยาตรา (ใหญ่) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณาราชวราราม เมื่อ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๙
  – ครั้งที่ ๑๓ กระบวนพยุหยาตรา (ใหญ่) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณาราชวราราม เมื่อ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๒
  – ครั้งที่ ๑๔ กระบวนพยุหยาตรา (ใหญ่) ชลมารค ในการจัดประชุมการค้าเสรีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค ๒๐๐๓ เมื่อ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๖
  – ครั้งที่ ๑๕ กระบวนพยุหยาตรา (ใหญ่) ชลมารค ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี เมื่อ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๙ เรือ ๕๒ ลำ ชมรายละเอียดได้ที่ ขบวนเรือพระราชพิธี ฉลองสิริราชสมบัติ ๖๐ ปี

ในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๑๖ กระบวนพยุหยาตรา (ใหญ่) ชลมารค จำนวนเรือ ๕๒ ลำ ในวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราชลมารค เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๘๐ พรรษา

king_boat_museum 

ส่วนถ้าใครพลาดงานนี้ก็แวะไปดูเรือพระราชพิธี ที่พิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธีในคลองบางกอกน้อย อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟบางกอกน้อย ตอนนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย ยกพื้นที่ให้โรงพยาบาลศิริราชไปแล้วได้นะครับ ที่นี่ข้าพเจ้าเคยไปมาแล้ว ได้ดูได้ชมใกล้ๆกว่าในแม่น้ำเยอะ บรรยากาศแตกต่าง แต่รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนครับ รับประกัน ข้าพเจ้าเอง.

ปล. งานชมเรือที่ข้าพเจ้าไปชมมานี้ทุกอย่างดีหมด เสียอย่างเดียวราชนาวีสโมสร จัดไม่มืออาชีพเลย ทำมาแล้วตั้งหลายครั้ง ดูวุ่นวาย แล้วยังมาไล่ที่เร็วไปด้วย ยังไม่ครบตามเวลาที่แจ้งไว้เลยและอยู่ในระหว่างการดูการพายเรือกลับและการเก็บเรือเข้าในกรมอู่ ก็มาไล่แล้ว บอกว่ามีงานต่อชั้นบน ต้องใช้เก้าอี้และเดี๋ยวไม่ใครมาเก็บ บริการแย่มากๆ ไม่มี Service Mind เลย ไม่มีขอโทษแถมมีการเยาะเย้ยบอกว่าให้ซื้อชมวันจริงสิจะให้นั่งถึง ๒ ทุ่มเลยไม่มีใครมาไล่ สุดยอดราชการไทยจริงๆ ศักดินาไทยไม่เคยตาย อย่างที่จิตรว่าไว้จริงๆ ดูข้างนอกที่เอกชนที่ละ ๑๐๐ บาท ถูกกว่าแถมยังน่าจะสบายใจกว่าด้วย

สำหรับผู้ที่จะเข้าชม ถ้ามีโอกาศคราวหน้า แนะนำให้ไปชมที่ กรมอู่ ฝั่งตรงข้ามราชนาวีสโมสร นั้นแหละครับ ข้าพเจ้าได้แต่นั่งอิจฉาอยู่ฝั่งตรงข้าม มีที่นั่งยกไล่ระดับให้นั่ง ไม่บังกัน ไม่ร้อน มีเจ้าหน้าบรรยายก่อนเรือมา มีภาพประกอบให้ดู ไม่ไล่ที่ แถมได้ดูใกล้ชิดตอนเรือกลับเข้าอู่ด้วย ถ่ายรูป อะไรก็สวย ไม่ย้อนแสง ไม่มืด มีฉากหลังเป็นพระราชวัง วัดพระแก้วด้วย  คราวนี้ไม่ได้เตรียมตัว เป็นแค่บุญญาพาไปครับ เลยมีเวรกรรมเล็กน้อย คราวหน้าเจอกันที่นั้นนะครับ ต้องแข่งกันหน่อย เขามีแค่ ๘๐๐ ที่นั่ง เท่านั้นนะครับ