Archive for the ‘Stocks’ Category

งบไอทีซิตี้ ไตรมาสสาม ปี ๕๑ ครับ

November 7, 2008

itcity_q3_2008_2

ตัวเต็มลองไป download งบไตรมาสสาม q3 2008 ที่นี้ครับ  กำไรเพิ่มขึ้น งบก็ออกมาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีผลต่อตลาดแบบนี้ ก็ดีครับ มีเงินเมื่อไรจะมาตามเก็บ เต็มไปตามที่โทรไปคุยมาครับ

ตัดข่าวมาแปะ IT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2551 ด้วยกำไรสุทธิ 57 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 8%  และ 23% เทียบ YoY และ QoQ จากกำไรสุทธิ 53 และ 46 ล้านบาทตามลำดับ ขณะที่ผลการ ดำเนินงานงวด 9 เดือน กำไรสุทธิ 144 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 21% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากกำไรสุทธิ 119 ล้านบาท โดยยอดขายไตรมาส 3 เท่ากับ 1,619 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 8% และ 11% เทียบ YoY และ QoQ จากการเปิดสาขาใหม่ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงฤดูขายในกลุ่ม ไอที อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 13% จาก 12.7% ในไตรมาส 3’2550 และ 12.8% ในไตรมาส 2’2551 จากยอดขายที่มาก รวมถึงได้รับส่วนลดการค้าที่มากขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหารเพิ่มขึ้น 11% และ 3% เทียบ YoY และ QoQ จากค่าใช้จ่ายการเปิดสาขาใหม่ 3 สาขาคือปิ่นเกล้า, พิษณุโลก และอยุธยา รวมถึงการปรับเงินเดือน

itcity_q3_2008

ไปดูย้อนหลัง

บริษัท ฯ มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 1/2551 ได้ประมาณ 0.12 บาทต่อหุ้น เท่ากับ 40.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น10.80 ล้านบาท หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 36.45 % เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิของงวดเดียวกันในปีที่แล้ว

กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 2/2551 เท่ากับ 46.42 ล้านบาท ได้ 0.14 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 10.13 ล้านบาท หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 27.91 % เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิของงวดเดียวกันในปีที่แล้ว

สองไตรมาสแรกรวมได้ 0.26 กะว่าไตรมาสสี่ เศรษฐกิจมองในแง่ร้ายหน่อย ขายไม่ดีได้ซัก 0.09 รวมกับไตรมาสสามได้ไปแล้ว 0.17 รวมกันได้เท่าต้นปี 0.26 เท่ากัน มีข่าวว่าจะปันผล 100% ก็แสดงว่าทั้งปีได้ 0.52 บาทต่อหุ้น ปีหน้าเปิดสาขามากขึ้นก็น่าจะกำไรดีขึ้นหรือไม่ก็ได้เท่าเดิม ใครซื้อตอนนี้ราคา 4.3 บาท ก็แสดงว่าถ้าไม่ขายรอรับปันผลอย่างเดียวก็ได้ปีละ 12% จะไปฝากธนาคารไหนได้ดอกเยอะเท่านี้ไม่มีแน่

ของข้าพเจ้าไม่ได้ขายออกเลย ติดอยู่สูงกว่า 4.3 นี้เยอะแต่ไม่เป็นไร ถ้านับปันผลได้ปีละ 8% ก็พอไปได้ มากกว่าออมทรัพย์เยอะ เอาเถอะถ้าหุ้นตัวอื่นอาจได้เยอะกว่านี้แต่ไม่มีข้อมูลไม่มีความรู้ เอาเท่านี้ก็พอไปได้ครับ

ปีนี้เปิดได้ 4 สาขา ปิดไป 1 สาขา แต่เป็นสาขาเดียวที่ขาดทุนมายาวนานและต่อเนื่อง ปิดๆไปแหละดีแล้ว เย้ๆ ปีหน้าก็ยังโตได้เปิดอีกสัก 4 สาขาก็พอใจแล้ว ปีหน้าเปิดแน่ๆ 1 ที่แน่นอนแล้วไตรมาสแรกเพราะเลื่อนจากปีนี้ สาขาที่เหลือค่อยไปลุ้นเอาครับเขาบอกว่าจะลุยต่างจังหวัด แต่ข้าพเจ้าอยากได้ในกรุงและปริมณฑลมากกว่า ขออีกสัก 2-3 สาขา แถวๆนี้ได้มั้ยครับ มีทำเลในใจจากการเล็งไว้แล้ว ไว้วันหลังจะเอาผลการวิเคราะห์มาให้อ่านครับ..ข้าพเจ้าเอง

—————-

แถม..ตบด้วยข่าวประกอบเพิ่มครับ

กรุงเทพฯ–6 พ.ย.–คอร์แอนด์พีค

         นายกมล จันทิมา ประธานกรรมการ บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ใน 9 เดือนแรกปี 2551 ที่ผ่านมาว่า บริษัทฯ สามารถทำรายได้รวม 4,538.16 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 8.33% และมีผลกำไรสุทธิ 144.04 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 21.22% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2550

สำหรับไตรมาสที่สามของปี 2551 บริษัทฯ สามารถทำรายได้รวม 1,632.67 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 7.7% และมีผลกำไรสุทธิ 57.20 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 8.11% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2550
         ปัจจัยที่ทำให้ไอที ซิตี้ มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1. ตลาดคอนซูเมอร์ไอทีมีการเติบโตต่อเนื่อง และไอที ซิตี้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่เป็นทั้งคอนซูเมอร์ บริษัทขนาดเล็ก และขนาดกลางเพิ่มมากขึ้น 2. ไอที ซิตี้มีการขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้นทั้งจากสาขาใหม่ที่เปิด และสาขาเดิมที่มีอยู่ 3. ไอที ซิตี้ เป็นศูนย์รวมสินค้าไอทีที่ครบวงจร ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน 4. ไอที ซิตี้ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ทั้งจากในและต่างประเทศมากขึ้น 5. บริษัทฯโฟกัสในธุรกิจค้าปลีกที่เรามีความชำนาญ ยังผลให้เกิดงานที่มีคุณภาพและได้เปรียบด้าน Economy of Scale 6. ผลิตภัณฑ์ไอที จัดเป็นสินค้าที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านธุรกิจและการเรียนรู้ ยังผลให้กำลังซื้อยังมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
         ในไตรมาสที่ 3 บริษัทฯได้ปิดสาขาที่เปิดดำเนินการในศูนย์การค้าจัสโกสาขารัชดา ยังผลให้บริษัทฯ มีจำนวนสาขารวม 32 สาขา ในไตรมาสที่ 4 บริษัทฯ มีแผนงานที่จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 2 แห่งที่จังหวัดหนองคายและที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี จะเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อให้บริการต่อลูกค้ากลุ่มบ้านและกลุ่มองค์กร ขณะเดียวกันจะดูแลด้านค่าใช้จ่ายให้มีความสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและความสามารถในการทำรายได้ของบริษัทฯ นายกมลกล่าวสรุป

Advertisements

คอมเซเว่น ปะทะ ไอทีซิตี้

February 3, 2008

พึ่งเห็นข่าวนี้ครับ เอามาให้ดูกัน IT จะขยายแค่ ๕ สาขา แต่ คอมเซเว่นจะขยาย ๒๐ สาขา… โอ้โห..

อ่านข่าวก่อนนะครับ

—————-

‘คอมเซเว่น/ไอทีซิตี้’เหยียบคันเร่ง มุ่งขยายช็อปชิงส่วนแบ่งตลาดปี51 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2278 13 ธ.ค.  – 15 ธ.ค. 2550

http://www.thaivi.com/webboard/viewtopic.php?t=11980&start=570

ค้าปลีกไอทีไม่สนการเมืองซัด เศรษฐกิจยังซึม เดินหน้าเจาะตลาดปี2551เต็มสูบ “คอมเซเว่น” ปูพรมขยายสาขาเข้าห้าง 20 แห่ง รับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยน ด้าน”ไอทีซิตี้” เล็งเปิดเพิ่ม อีก5 แห่ง เชื่อตลาดในอีก 3 ปีข้างหน้าโตเฉลี่ย 10%ต่อปี

นายกฤชวัฒน์ วรวานิช ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด ผู้ค้าส่ง และค้าปลีกสินค้าไอทีภายใต้ชื่อ “บิ๊กไอที” และ “บานาน่า ไอที” เปิดเผยกับ”ฐานเศรษฐกิจ”ว่าภาพรวมตลาดไอทีปี 2551 จะเติบโตขึ้นไม่มากนัก โดยปัจจัยการเมืองและเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเติบโตของตลาด อย่างไรก็ตามก็คาดหวังว่าภายหลังการเลือกตั้งปลายปีนี้และการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่จะมีผลกระตุ้นตลาดให้มีการเติบโตขึ้น

ส่วนทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทปีหน้า จะมุ่งเน้นการขยายหน้าร้านค้าปลีกสินค้าไอที หรือช็อป ภายใต้ชื่อ บิ๊กไอที ไอ-สตูดิโอ และช็อปใหม่ที่เปิดขึ้นมาภายใต้ ชื่อ “บานาน่าไอที”อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละช็อปแต่ละแบรนด์จะมีคอนเซ็ปต์แตกต่างกัน โดย บิ๊กไอที จะอยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์หน้าร้านขายสินค้าไอทีครบวงจร ขณะที่ไอสูติโอ เป็นช็อปขายสินค้าของแอปเปิล ส่วนบานาน่า ไอที จะเป็นช็อป ที่เป็นไลท์สไตล์ลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านจะมีความรู้สึกเพลิดเพลิน

นายกฤชวัฒน์ กล่าวอีกว่าบริษัทจะมุ่งเปิดช็อปใหม่ภายใต้ชื่อแบรนด์ต่างๆ ไปในห้างสรรพสินค้า หรือ ช็อปปิ้งมอลล์ เป็นหลัก จากเดิมช็อปส่วนใหญ่จะอยู่ภายในศูนย์การค้าไอที ทั้งนี้เพื่อรองรับกับไลท์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะเดียวกันการขยายช็อปเข้าไปในห้างยังช่วยในการขยายไปตลาดกลุ่มใหม่ๆ เช่น กลุ่มคอนซูเมอร์ที่ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านไอที และช่วยเป็นจุดรองรับการให้บริการหลังการขายกับลูกค้าของคอมเซเว่น อีกทั้งยังเป็นสนามใหม่ที่ผู้ค้ารายอื่นยังไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร โดยคาดว่าปีหน้าจะสามารถทยอยเปิดช็อปแห่งใหม่ได้ 20 แห่ง จากปัจจุบันมีช็อปอยู่ประมาณ 80 แห่ง

“คอมเซเว่นเกิดขึ้นมาในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนี้เหตุการณ์เลวร้ายกว่าปัจจุบันมาก เราสามารถประคับประคองธุรกิจมาได้ ทั้งนี้มองว่าตลาดไอทีบ้านเรายังเติบโตได้อีกมาก เพราะการใช้งานคอมพิวเตอร์ยังน้อยอยู่”

ส่วนสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาดปีหน้ายังคงอยู่ที่คอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือโน้ตบุ๊ก ที่คาดว่าตลาดปีหน้าจะมียอดขายรวม 510,000 เครื่องจากปีนี้มียอดขายรวมกันทั้งตลาด 450,000 เครื่อง โดยมองว่าปี 2551 ราคาเครื่องโน้ตบุ๊กจะลดลงมาอีกเล็กน้อย โดยรุ่นที่เป็นเมนสตรีม มีสเปคเป็นที่นิยมใช้แพร่หลาย จะมีราคาเริ่มต้นประมาณ 28,000-29,000 บาท จากเดิมราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 กว่าบาท ส่วนอีกรุ่นที่ขายดี คือ รุ่นราคาประหยัด ราคา 19,000 บาท ซึ่งสินค้าราคาถูกยังเป็นที่ต้องการของลูกค้ากลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้เครื่องแรก

นายเอกชัย ศิริจิระพัฒนา ผู้อำนวยการบริหาร บริษัทไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ซูเปอร์สโตร์ค้าปลีกไอทีรายใหญ่ กล่าวว่าสถานการณ์ตลาดไอทีปีหน้ายังไม่มีความชัดเจน โดยมุมมองของภาคธุรกิจแล้วระยะสั้น หรือปี 2551 ยังแบ่งออกเป็น 2 ความคิด ความคิดแรกมองว่าตลาดจะเติบโตขึ้นดีกว่าปกติ ส่วนความคิดที่ 2 คือ ตลาดมีการชะลอตัวลง ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโตของตลาดปีหน้ามากสุด คือ ปัจจัยการเมือง หากการเมืองภายหลังเลือกตั้งยังมีความไม่แน่นอน ความรู้สึก หรืออารมณ์ของผู้บริโภคก็จะระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยเช่นเดียวกับปีนี้ อย่างไรก็ตามหากมองไปในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า ตลาดไอทียังมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณปีละ 10%

ทั้งนี้แม้ว่าตลาดปีหน้ายังมีความไม่ชัดเจน แต่บริษัทยังคงมุ่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการดำเนินขยายสาขาก็จะทำแบบระมัดระวังมากขึ้น โดยปีหน้าคาดว่าจะสามารถเปิดสาขาใหม่ ประมาณ 5 แห่ง จากปีนี้มีอยู่ 30 แห่ง ส่วนจะเป็นในกรุงเทพ หรือต่างจังหวัดมากกว่ากันนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับทำเลสถานที่ หรือความต้องการของพื้นที่นั้นๆ

“ตอนนี้ไม่แปลกใจที่ผู้ค้าไอที หรือ ห้างโมเดิร์นเทรด ต่างเร่งขยายสาขาและการทำตลาดสินค้าไอที ทั้งนี้เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้ซื้อที่มีความต้องการมากขึ้น โดยตอนนี้ต่างจังหวัดการเติบโตขึ้นมาเร็วมาก แต่หากคิดเป็นมูลค่าก็ยังน้อยกว่ากรุงเทพ” 

จบข่าว….

มาดูงบ ดีกว่า

it_com7

it_com7_2

it_com7_3

it_com7_4

margin ต่ำมากๆ จะไหวหรือเปล่า ต้องดูกันยาวๆ..จบงบครับ

IT City ปะทะ Powerbuy

January 8, 2008

รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง วันนี้มาดูงบคู่แข่งที่ใครก็มองว่าเป็น คู่แข่งรายใหญ่ในธุรกิจนี้ Powerbuy แห่งตระกูลกงสีเบอร์ต้นๆของประเทศ เซ็นทรัล เปรียบเทียบได้จากงบย่อฟรีๆ จาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เจ้าเก่า วันนี้งบย่อของปี ๔๙ กรมฯปรับปรุงไปได้แล้ว ๕๒% แต่ของ Powerbuy ก็ยังมีแค่ปี ๒๕๔๘ เหมือนเดิมเท่าที่เคยดูวันก่อน เอาไว้เขา Update เสร็จจะเอามาให้ดูใหม่นะครับ

 it_powerbuy48_1

 it_powerbuy48_2

Powerbuy มีสาขาตอนนี้ประมาณ ๘๐ สาขา เพราะได้เปรียบเรื่องเจ้าของสถานที่ครับ ตระกูลนี้มี ทั้งเซ็นทรัล โรบินสัน bigc homework ไม่รวมสาขาเดี่ยวและต่างจังหวัดที่ก็เยอะกว่ามาก ส่วน it city ไม่มีขาที่เกี่ยวกับเจ้าของห้างเองเสีบเปรียบเรื่อง place ไปเยอะ จึงมีสาขาตอนนี้ก็ประมาณ ๓๐ และตลาดต่างจังหวัดก็ยังไม่ได้รุกเต็มที่ มีเพียงจังหวัดใหญ่ อย่างชลบุรี เขียงใหม่ และอื่นๆอีกเล็กน้อย ดูจากสาขา powerbuy แล้ว it ยังขยายได้อีกเยอะครับ หน้านี้จากหน้า hilight แบบใหม่ใน http://www.set.or.th ครับ

  it_highlight_2006

ของปีที่ผ่านก็คงออกมาตามสภาพครับ รอดูงบรวมครับว่าจะได้เท่าไหร่ แต่ช่างมันเถอะรอดูของปีใหม่ล่าสุดดีกว่า งบ Q1/2008 น่าจะออกมาดี เพราะเปิดสาขาใหม่ ๒ สาขา ที่อยุธยา เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา และ ที่โลตัสปิ่นเกล้า (เมอร์ลี่คิงปิ่นเกล้าเดิม) สาขานี้ใหญ่มากติดอับดับชั้น ๕ ทั้งชั้นครับ พื้นที่ใหญ่ติดหนึ่งในสามของ itcity ในปัจจุบันแน่นอน พื้นที่มากกว่า 3,000 ตารางเมตร แล้วกำลังซื้อแถบนั้นก็เยอะ แต่ก็ต้องรอดูเหมือนกันครับว่าจะออกมาดีจริงหรือไม่..

ข้าพเจ้าได้ติดตามบางส่วนไปแล้วในกระทู้ร้อยคนร้อยหุ้นใน web thaivi.com เชิญติดตามได้ที่นั้นครับ ไว้จะมาสรุปใหม่อีกครั้ง ส่วนสาขาที่กำลังตามมาใน Q1/2008 ปลายๆ นี้ที่พิษณุโลกนั้น ..ก็ต้องติดตามตอนต่อไปครับ..ข้าพเจ้าเอง

IT City ปะทะ Data IT

December 20, 2007

รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

วันนี้มาดูงบ Data IT คู่แข่ง IT City ที่ปัจจุบันอ่อนแรงไปเยอะครับ 

เปรียบเทียบได้จากงบย่อฟรีๆ จาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่ต้องเป็นสมาชิกนะครับ ลองไปสมัครตาม link ข้าพเจ้าเป็นมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น จำปีที่สมัครไม่ได้ บอกว่าทดลองก็หลายปีแล้วนะครับ ต่อไปจะเก็บเงิน ปัจจุบันก็ยังฟรีอยู่ คาดว่าคงติดเรื่องสัญญากับ BOL

ปัจจุบันของปี ๔๙ เขาปรับปรุงไปได้แค่ ๓๔% ของ Data IT จึงมีแค่ปี ๒๕๔๘ ไว้เขา Update เสร็จจะเอามาให้ดูใหม่นะครับ ของฟรีก็เสียโอกาสอย่างนี้แหละ ข้อมูลปรับปรุงช้าไปหน่อย ของกรมฯ เขาทำงบย่อให้ดู ๓ ปี นะครับ ใครมีสัญญากับ BOL น่าจะเห็นงบปี ๔๙ ไปนานแล้วแหละครับ ข้าพเจ้าไม่มีครับ ได้แค่นี้แหละ

data_it48_1

เหอๆ วันนี้ดูของ Data IT ไปก่อนนะครับ แล้วเร็วๆนี้จะเอาของ Power Buy คู่แข่งที่เขาว่าเป็นตัวสำคัญ มาให้ดู แต่เมื่อดูงบย่อย้อนหลังแล้วยังไงข้าพเจ้าว่า IT City ก็ยังเก่งกว่าเยอะครับ แม้ว่าเขาจะพึ่งเปิดตัวชื่อใหม่อีกชื่อ ไม่รู้เปิดนานหรือยัง แต่ข้าพเจ้าว่าไม่นาน เพราะเดินห้างนี้อยู่บ่อยๆ พึ่งเห็นที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า มาเมื่อวานนี้เอง นั้นคือร้าน Power Buy IT เน้นสินค้า IT โดยเฉพาะ จำชั้นไม่ได้แล้วครับ คุ้นๆว่าอยู่ชั้นสองนะครับ ลองไปดูสิครับ ก็เล็กๆ น่ารักดี

ของน่าสนใจเก็บไว้ก่อน..มาดูงบ Data IT กันต่อดีกว่าครับ

data_it48_2

ดูเปรียบเทียบกับของ SCIBS ก่อนออกงบ Q3 ที่ผ่านมานะครับ ซึ่งเขาทำก่อนรู้ว่าจะมีเปิดสาขาใหม่เมื่อ ปลายเดือน พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ๑ สาขา ที่อยุธยา และ ปีหน้ามีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มอีกอย่างน้อย ๕ สาขา โดยจะเปิดใน Q1/08 อย่างน้อย ๑ สาขาที่พิษณุโลก และถ้างานทำได้ทันและเป็นไปได้จะเปิดอีกสาขาด้วย แต่ยังไม่ทราบสถานที่ อย่างที่บอกว่าแล้วในบทความก่อนหน้านี้ เรื่อง ผลจากงาน Opp Day IT Q3/07

จากที่ไปเที่ยวมา ข้าพเจ้าว่าที่เชียงใหม่ก็เหมาะดีนะครับ แม้ว่า Company Profile จะเห็นว่าที่เชียงใหม่มีอยู่ ๓ สาขาแล้วก็ตาม และเท่าที่เห็นก็มีร้านเล็กร้านน้อยอีกเยอะ ที่ IT City ยังแข่งได้ จังหวัดใหญ่ อำเภอเยอะ ประชากรมาก เฉพาะเด็กมหาวิทยาลัยก็มีเกือบ ๑๐ แห่ง ไม่นับสถาบันการศึกษาอื่นๆอีก มีศักยภาพแน่ๆ ยังมีช่องว่างอีกเยอะครับ คนลำพูนก็มาเชียงใหม่กันบ่อยๆอยู่แล้วด้วย ห่างกันแค่สามสิบกว่ากิโลเอง นักท่องเที่ยวก็เยอะแยะ ขายได้แน่ๆ ต้องดูกันต่อไปว่าผู้บริหารเขาจะทำไงต่อ

เอามาดูข้อมูลเปรียบเทียบหน่อยครับ ข้อมูลเก่าไปหน่อย Conservative หน่อยแต่ยังไหว

data_it_scibs

และนอกจากงบย่อแล้ว ข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรมทะเบียนการค้าเดิม ยังสามารถดูข้อมูลนิติบุคคลเรียงลำดับ ๑๐๐ อับดับแรกของประเทศได้ เรียงลำดับได้ ๓ อย่าง คือ เรียงตามกำไรสุทธิ เรียงตามสินทรัพย์ และเรียงตามรายได้ โดยมีให้ดู ๔ ประเภทคือ คือเรียงลำดับ ของ บริษัทจำกัด บริษัท มหาชน จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด และ ห้างหุ้นส่วนสามัญ แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่า Fortune ๕๐๐ อย่างที่ให้ดูใน PTT ๒๐๗ Fortune global ๕๐๐,๒๐๐๗ แค่นี้ก็พอไหวนะครับ

ในการดูงบ นั้นการค้นหา ยากสักหน่อย คือต้องรู้เลขทะเบียนการค้า หรือไม่ก็ต้องเป็นคำขึ้นต้นของชื่อบริษัท หรือชื่อที่ถูกต้องทุกประการ เท่านั้น ซึ่งหายากนะครับ โดยต้องดูชื่อจากฉลากสินค้าหรือส่วนที่เขาพิมพ์ชื่อเจ้าของเอาไว้นะครับ อย่าดูจากตราสินค้า เช่น ไทยรัฐ อย่าไปหาเลย หาไม่เจอหรอกครับ เขาใช้ชื่ออื่นๆ รู้ไหมครับ ชื่ออะไร ใบ้ให้ว่าเป็นชื่อ ซอยที่ดังซอยหนึ่งของกรุงเทพ หรือ MK สุกี้ นี้ก็อย่างไปหาเลยครับ เพราะเขาใช้ชื่ออื่น และชื่อต้องสะกดเป็นภาษาไทยเท่านั้นนะครับ ชื่อภาษาอังกฤษหาไม่ได้นะครับ

ซึ่งนอกจากงบย่อและการเรียงลำดับแล้ว ยังมีการบริการทาง Internet อีกหลายอย่างนะครับ เช่น เกี่ยวกับผู้สอบบัญชี ต่างๆ ก่อนหน้านี้จำได้ว่าดูผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ด้วย ตอนนี้ไม่มีแล้วครับ ลองดูนะครับ ของฟรี ดี มี ประโยชน์.. ข้าพเจ้าเอง

PTT ๒๐๗ Fortune global ๕๐๐,๒๐๐๗

December 15, 2007

หลังจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อวานนี้ บริษัทอันดับที่ ๒๐๗ ของ Fortune global ๕๐๐ ในปี ๒๐๐๗ หรือปี ๒๕๕๐ นี้ มาตามดูกันว่าปีหน้า ๒๕๕๑ PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จะได้อับดับที่เท่าไหร่

ก่อนไปไล่ดูประวัติศาสตร์ ptt ใน furtune global มาดูประวัติศาสตร์หน้าในศาลกันก่อน

การตัดสินคดีบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) หรือ PTT เช้าวันนี้ (๑๔ ธ.ค.) ตุลาการศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาไม่เพิกถอนหุ้น PTT ออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนและประชาชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ท่อส่งก๊าซ และท่องส่งน้ำมัน กลับคืนให้กับรัฐบาล
      
คดีนี้ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่าย นำโดย นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา เลขาธิการมูลนิธิ ฯ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ผู้จัดการมูลนิธิฯ และองค์กรเครือข่ายประกอบด้วย น.ส.รสนา โตสิตระกูล กรรมการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ฯลฯ ยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และนายวิเศษ จูภิบาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ต่อศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2549

                 2007_12_14_ptt_consumers
       
โดยให้ เพิกถอนพระราชกฤษฎีกา 2 ฉบับเกี่ยวกับการแปรรูป ปตท. ได้แก่ พระราชกฤษฎีกากำหนดอำนาจ สิทธิและประโยชน์ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2544 และ พระราชกฤษฎีกา กำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544 เนื่องจากไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ และขัดรัฐธรรมนูญ เช่น ขั้นตอนการดำเนินการขัดแย้งกับกฎหมาย การรับฟังความคิดเห็นไม่รอบด้าน ซึ่งศาลฯ มีคำสั่งรับคำฟ้องไว้ในสารบบ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2549 และศาลปกครองสูงสุด กำหนดวันพิพากษาคดีในวันที่ 14 ธ.ค. 2550

ตัดบางส่วนมาจากจากหัวข้อ ศาลพิพากษาคืนสมบัติให้ประชมชน แต่ไม่เพิกถอนการแปรูรูป ปตท. ใน web ของมูลนิธิ ตาม link ไปอ่านรายละเอียดได้ครับมี link ที่เกี่ยวข้องอื่นๆอีกเพียบ หรือจะ download ข้อมูลมาดูก็ไม่ว่ากัน ส่วนนี้ขอยก link อำนวยความสะดวกให้เลยครับ

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กรณี ปตท.
ข้อเท็จจริงกรณี ปตท. ทำไมต้องทวง ปตท.คืนมา
Doawload คำฟ้อง ปตท.
Doawload คำแถลงปิดคดี
 
  

ตามไปดูข้อมูลสำหรับนักลงทุนได้ที่ http://www.pttplc.com/th/ptt_core.asp?page=ir และข้อมูลใน furtune global

ptt_1

ptt2 

ptt3

บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในตลาดทุนไทย เมื่อเทียบในระดับโลกในเกณฑ์ของ fortune global ได้อับดับที่ ๒๐๗ ในปี ๒๐๐๗ (ข้อมูลเมื่อ ๒๓ กรกฎาคม ๒๐๐๗) แม้ว่าอับดับโลกจะดีขึ้นเรื่อยๆจาก ๓๗๓ ในปี ๒๐๐๕ เป็น ๒๖๕ ในปี ๒๐๐๖ ถ้าดูในอุตสาหกรรมเดียวกับอยู่อับดับที่ ๒๒ ก็ถือว่าดีแล้ว แต่ก็ยังแพ้คู่แข่งข้างบ้านอย่าง Petronas อยู่ตลอดทุกปี

   industryptt

ดูราคาและข้อมูลใน Settrade วันที่ ๑๔/๑๒/๒๕๕๐ อยู่ที่ราคา ๓๖๘ บาทต่อหุ้นไว้อีกปีมาดูกันใหม่

         ptt4

             ptt5

ส่วนราคาหุ้นหรือผลกระทบตามไปดูในกระทู้ ptt ยังลูกผีลูกคน และกระทู้ร้อยคนร้อยหุ้น ptt ใน thaivi.com ได้ครับ

เก็บหัวข้อนี้ไว้แล้วมาดูกันใหม่ว่า ปีหน้าจะเป็นไงนะครับ..หวังว่าหลังจากปลด sp แล้วราคาหุ้น ptt ในกระดานคงไม่เหลือน้อยกว่า ๒๐๗ บาทต่อหุ้น ตามลำดับใน fortune global ๕๐๐ ก็แล้วกันนะครับ

ptt จะลงมาเท่าไหร่ข้าพเจ้าไม่กลัวอยู่แล้ว จะกังวลอยู่อย่าเดียว ก็คือกลัวว่าคนที่ถือหุ้นตัวเดียวกับที่ข้าพเจ้าถือ จะบ้าขายตามภาวะตลาดมาด้วยก็แค่นั้นเอง..เซ็งแย่..กว่าจะรอให้ขึ้นมาได้..แค่เมื่อวานยังไม่ปลด sp ptt ตลาดก็บวก ยังมีคนกล้าขายกดราคาลงไปตั้งเยอะ..เห็นแล้วเซ็ง..ข้าพเจ้าเอง
 

ก้าวใหม่ ก้าวใหญ่ ไปรษณีย์ไทย

November 25, 2007

เมื่อไหร่รัฐวิสาหกิจชั้นยอดตัวนี้จะ IPO (พอร์ตเด็กๆอย่างข้าพเจ้า คงจองไม่ได้หรอก)ธุรกิจที่ควรจะให้เอกชนมาแข่งขันให้เต็มที่ได้ก็ไม่ยอมเข้าตลาด แม้จะมีคู่แข่งบ้างแต่ก็ยังเป็นกึ่งผูกขาด แม้ว่ารัฐวิสาหกิจที่ทำกิจการคล้ายคลึงในการขนส่งพัสดุเหมือนๆกัน เช่น ร.ส.พ. (องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ร.ส.พ. จัดตั้งครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ต่อมามีประราชกฤษฎีกาจัดตั้งเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๖ ) ตอนนี้หายไปจากระบบแล้ว

วันนี้ไปรษณีย์ไทย เปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่แปรรูป แยกออกมาจาก การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒  แยกกิจการเป็น ๒ บริษัท คือ  บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด  (มหาชน)  

ซึ่งไปรษณีย์จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๖ จาก ประวัติกิจการไปรษณีย์ไทย หรือดูรายละเอียดที่ ด่านศุลกากรไปรษณีย์ และดูรูปเก่าๆ เช่นรูป ไปรษณียาคาร ที่ทำการไปรษณีย์แห่งแรกของประเทศ สถาปัตยกรรม ก็สวยงาม ตามแบบสมัยนิยมในยุคนั้นนะครับ

                  prisaneyakan

ตอนที่แยกออกมานั้นใครๆก็คิดว่า กสท จะยิ่งใหญ่ ไปรษณีย์ จะไปไม่รอด ต้องให้รัฐคอยเลี้ยงดู แต่ ๕ ปีผ่านไป สลับกันครับ ไปรษณีย์ไทย แทนที่จะเหี่ยวลง กลับโตได้อย่างแข็งแกร่ง ไม่เชื่อท่านลองไปดูงบ การงบการเงินปี ๔๙ ที่ผ่านมาดูก็ได้ว่างบดีขนาดไหน ธุรกิจก็ดีเยี่ยม ซึ่งต้องขอบคุณวิสัยทัศน์ของ คุณธีระพงษ์ สุทธินนท์ อดีตผู้ว่า กสท. ที่เมื่อแปรรูปแล้วเลือกมาอยู่เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ที่นี่ ซึ่งตอนนี้เกษียณไปแล้ว ส่วน กสท. ไม่อยากพูดถึง ข้าพเจ้าว่ายังหัดคลานอยู่เลย

บริษัทใหม่นี้ หนี้สินก็น้อย ถ้าวัดกันที่กำไรก็โตต่อเนื่อง ปี ๔๗ กำไร ๒๒๙.๒ ล้าน ปี ๔๘ กำไร ๓๔๗.๖๗ ปี ๔๙ กำไร ๗๗๗.๐๑ ปี ๕๐ นี้ก็คงดีต่อเนื่อง เห็นมีบริการใหม่ๆ เพียบ ถือเป็นการปฏิวัติการไปรษณีย์ไทยก็ว่าได้ มีนวัตกรรมใหม่ๆ มาให้เห็นตลอด ทั้งของเดิมก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง EMS หรือ พัสดุลงทะเบียนก็มี Track&Trace ติดตามสิ่งของได้ มี Post e Mart สั่งซื้อของไปรษรีย์ส่งถึงที่ มีจำหน่ายบัตร Thai Ticket Major มีแสตมป์ส่วนตัว หรืออย่างตัวใหม่ที่กำลังโฆษณา Messenger Post ก็น่ากลัว เป็นคู่แข่งไว้รับงาน Out Source งานได้เพียบ

                thailandpost

หรือจะเป็นตัวเดิมที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ Pay at Post คู่แข่งสำคัญของ Counter Service ของ CPALL เจ้าของ 7-11 Thailand ด้วยจำนวนสาขา ปณท. กว่า ๑,๑๗๘ แห่งทั่วประเทศ ไม่นับที่ทำการไปรษณีย์อนุญาติอีก ๓,๓๖๘ แห่ง ที่สามารถเอามาต่อยอดได้อีก ซึ่ง 7-11 เองเคยเอ๋ยปากว่าน่ากลัว  ช่วงนี้ไปรษณีย์ไอเดียบรรเจิดอยู่ด้วย ด้วยสาขา คน และเครื่อข่ายที่มี (น่ากลัวใช่มั้ยละ ถ้าเกิดไปรษณีย์จะมาขายของแข่งกัน) 

วันนี้ข้าพเจ้าก็ได้ไปลองใช้มาหนึ่งแห่ง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ใช้ส่งไปรษณีย์ผ่านผู้ได้รับอนุญาติ ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ซึ่งก็มีบริการแบบเดียวกับไปรษณีย์เองเกือบทุกอย่าง ก็สะดวกรวดเร็วดี แต่ราคาน่าจะแพงกว่าหน่อยหนึ่ง แค่ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนธรรมดา มีกระดาษ A4 อยู่ข้างใน ๕ แผ่น ชั่งน้ำหนักแล้วคิดราคามา ๓๒ บาท

มาดูการแบ่งกลุ่มและรายได้ในปี ๔๙ หน่วยเป็นล้านบาท ธุรกิจสื่อสาร รายได้ ๑๑,๐๗๑.๘๖ กลุ่มธุรกิจขนส่ง ๑,๐๔๘.๖๖ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก ๑,๑๘๐.๘๖ กลุ่มธุรกิจการเงิน ๙๙๕.๔๘ ซึ่งอันหลังหนังนี้โตจากปีก่อนหน้าเยอะมาก และธุรกิจอื่นๆ ๑๔๓.๕๔ และยังมีรายได้อื่นๆ รวมดอกเบี้ยรับแล้วอีก ๒๖๔.๘๙ รายละเอียดการแบ่งส่วนต่างๆไปดูในรายงานเอาเองนะครับ แล้วงบกระแสเงินสดก็มีเงินสดเหลือบาน

แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของคู่แข่งไปรษณีย์และเป็นหัวใจของธุรกิจนี้คือ บุรุษไปรษณีย์ ที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถสร้างมาทดแทนหรือทำได้ดีเท่า ต่อให้ UPS หรือ FedEx ก็ไม่มีทางเทียบ บุรุษไปรษณีย์ไทย ได้แน่นอนครับ เพราะระบบบ้านเลขที่ของเรา ไร้ระบบอย่างที่สุด น่าจะติดอับดับโลกในทางแย่ จดหมาย หรือพัสดุไปรษณีย์ต่างๆ ก็ยังส่งมาถึงเราๆในบ้าน อาคารสำนักงานได้ถูกต้อง รวดเร็วตามนัดได้ในทุกๆวัน

            Stam_visaka_50

ยิ่งเดี่ยวนี้เขาทำงานทุกวันแล้วด้วยนะครับ แม้ว่าจะไม่ครบทุกระบบทั้งหมดก็ตาม แต่ที่ยังต้องปรับปรุงอีกก็คือ งานภายในข้าพเจ้าว่ายังติดระบบงานแบบราชการอยู่ ซึ่งยังไม่รู้จะแก้ยังไง งานเอกสารยังบาน ระบบยังซับซ้อนอยู่ โดยเฉพาะงานในส่วน ตราไปรษณียากร ที่ข้าพเจ้าเริ่มกลับมาสะสมอีกครั้ง ยังต้องปรับอีกเยอะ ไว้มาบ่นใหม่วันหลังอีก แม้ว่าระบบอื่นๆจะดีขึ้นเยอะแล้วก็ตาม ..ข้าพเจ้าเอง
 

ผลจากงาน Opp Day IT Q3/07

November 14, 2007

วันนี้ไปมาอีกงานแล้วครับ ปีนี้ก็ได้แค่สองตัวนี้เท่านั้นครับ พอมีเวลาอยู่แค่นี้ ที่ได้มาเปิดหูเปิดตาบ้าง นึกว่าจะเข้างานไม่ทันเสียแล้ว เที่ยงกว่าแล้ว เจ้านายยังไม่ยอมเลิกประชุม ต้องขอตัวออกก่อน บอกว่าลาพักร้อนบ่ายครับพี่ ขอตัวก่อน มีธุระสำคัญครับ รีบแทบแย่ เพราะต้องทานข้าวเที่ยง แล้วไป Central World ก่อนด้วย เพื่อซื้อหนังสือในงานนิทรรศการ ที่เปิดวันแรกวันนี้

The Art Exhibition par Excellence 2007 “Silpakorn Aulmni Artists Celebrate the 80th Birthday Anniversary of His Majesty the King, the Great Artist” เสพงานอย่างแดกด่วน แล้วมาตบหนังสือไป ๓ เล่มครับ เล่มละ ๔๕๐ บาทครับ แล้วรีบกลับมาฟัง IT City ครับ สายไปนิดหน่อย

มาถึงรีบเข้าห้องน้ำ เดินกลับมาเขาเข้าห้องกันหมดแล้วครับ ขนมก็เกลี้ยงตามระเบียบ เอกสารก็หมด บอกว่าจะส่ง mail ตามมาให้ ขอนามบัตรก็ให้ไป รอดูว่าจะได้หรือเปล่า แล้วก็ต้องย่องเข้าห้องไปครับ ประเด๋อประด๋านิดหน่อยไม่รู้จะนั่งไหน ไม่มีที่ไหนว่างเลย ไม่อยากไปเบียดใคร ให้เขารำคาญ ก็ต้องไปนั่งด้านหน้า ไปนั่งเสร็จก็ต้องร้องว่า ตูว่าแล้วทำไม ไม่มีใครมานั่ง ว่างกันเยอะ ก็ส่วนใหญ่ที่นั่งอยู่เป็นระดับผู้บริหารเขาทั้งนั้นนิครับ

แล้วก็นั่ง ฟังบรรยายไปเรื่อยๆครับ ยังนึกบ่นในใจว่าทำไม ต้องมาบอกประวัติอดีตกันไกลขนาดนั้น บอกกันตั้งแต่เริ่มตั้ง ข้าพเจ้าต้องการรู้แค่ปีนี้ กับปีหน้า เท่านั้นเอง ก็รอฟังไปเรื่อยๆ จนเขาบอกออกมาจนหมดครับ แล้วก็เปิดให้สอบถามได้

ให้ซักถามได้ประมาณ ๔๕ นาที ก็พอประมาณ แต่แปลกทำไม ไม่ค่อยมีใครจะถามกันเลย จนท่านประธานต้องถามแล้วถามอีกว่า นี้จะไม่ถามกันหรือ อยากรู้แล้วทำไมไม่ถามกัน ไม่เข้าใจ เล็งกันไปเล็งกันมา เอ็งถามสิ แกถามสิ เกรง เกร็งกันไปกันมาอยู่ได้ ทำให้ต้องถามเองไปหลายข้อ ไม่เหมือน UEC ที่ไม่ต้องออกแรงถามเองครับ หรือเป็นเพราะเขารู้กันหมดแล้ว แต่ข้าพเจ้าไม่รู้ก็ไม่ทราบได้เหมือนกัน ช่วยไม่ได้ถามเองก็ได้..ว่ะ

สรุปได้สาระบ้างไม่ได้บ้างดังนี้ครับ

ปีนี้ถือว่าไม่ดี อยู่ใน Defensive  mode จะเห็นว่าไม่เปิดสาขาใหม่เลย อะไรก็เลื่อนไปหมด เพราะเสี่ยงสูงเกินไป ถ้าเสี่ยงมากไปดูแล้วไม่คุ้ม IT จะไม่ทำ ปีหน้ายังบอกไม่ได้ว่าจะดีกว่าปีนี้มากหรือไม่ แต่น่าจะปีกว่าปีนี้ โดย IT จะเพิ่มสินค้าขายให้มากขึ้น หลากหลายขึ้น ซ้อมทำ Mega Store ซึ่งจะมีสินค้าเพิ่มมากและอาจมีสินค้ากลุ่ม AV ด้วย 

ปีนี้เปิด ๑ สาขา เดือนธันวาคม เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นแล้วที่ อยุธยา และปีหน้าเปิดอีกอย่างน้อย ๕ สาขา ใช้เงินลงทุนประมาณ ๑๒๐ ล้าน ไม่ต้องเพิ่มทุน หนี้ก็แทบไม่มี ใช้เงินหมุนเวียนก็พอ โดยจะมี ๑ สาขาเปิดภายในมกราคมที่พิษณุโลก และอีก ๑ สาขาภายในไตรมาศ ๑ โดยจะเน้นที่ต่างๆจังหวัด แต่ถ้าเศรษฐกิจดีอาจเปิดมากกว่านี้ พร้อมเปิดเสมอ ซึ่งรวมกึ่งๆ Mega Store และแบบ IT Express ปีหน้าน่าจะได้เห็นอย่างน้อย ๒ แห่ง แล้วปีหน้ามี ๑ ที่ ที่มีพื้นที่ประมาณ ๓๕๐๐ ตารางเมตรอีกที่ไว้ซ้อมมือทำ Mega Store

แต่ที่กรุงเทพฯและปริมณฑลก็ไม่ได้ทิ้ง แต่ตอนนี้หาสถานที่ได้ยากขึ้น เพราะ IT จะทำสัญญาเช่าระยะยาวปัจจุบันมีตั้งแต่ ๙ ถึง ๒๑ ปี ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนตรงนี้ได้ เฉลี่ยต้นทุนเช่าจะเพิ่ม 10% ทุกๆ ๓ ปี

เรื่องคู่แข่งไม่ต้องกังวลเพราะคลุมพื้นที่ได้อยู่แล้ว ต้นทุนเราก็ต่ำกว่าคู่แข่งแน่นอน เพราะมี Economy of scale มากกว่าคู่แข่ง ต้นทุนต่ำสุดในอุตสาหกรรมแน่นอน แล้วก็มี Net Margin ดีกว่าคู่แข่ง เยอะไม่เชื่อให้คัดงบบริษัทคู่แข่งมาดูได้ มี Gross ประมาณ 13% Net ประมาณ 3% กว่าๆ ซึ่งหน้าก็คงเฉลี่ยประมาณนี้ แต่ Same Store Sales คงดีขึ้นเพราะสินค้าจะมีหลากหลายขึ้น ปีนี้โตเฉลี่ย 5%

ทำ Event ดีมีประโยชน์ คู่ค้าชอบ ลูกค้าชอบ นักข่าวชอบ ได้โปรโมทบริษัท และยังได้ฝึกฝนพนักงานด้วย เรื่องกระตุ้นยอดขายเป็นเหมือนผลพลอยได้

ปีนี้ไม่ค่อยดีแต่ Q3 เริ่มอยู่ตัวแล้ว ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น Q4 ก็ยังคงอยู่ระดับเดิม ประมาณ 10% จาก Q1 ที่เพิ่มถึง 17% ไม่น่ากังวลแล้ว เรื่องสินค้าคงคลังก็ควบคุมได้ดีมีสินค้าที่มีอายุเกิน ๙ เดือนอยู่ไม่เกิน 3% ของยอดทั้งหมด ปีหน้าถ้าตลาดโต IT จะโตได้มากกว่าตลาดเสมอ แต่ปีนี้ยอดขายโตอยู่ในค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม เพราะคนหยุดซื้อของไม่จำเป็น มาซื้อของจำเป็นมากขึ้น ดูจากยอดขายปีนี้ยอดขาย Computer เพิ่มเป็น 43% จากเดิมเฉลี่ยอยู่ประมาณ 33% ส่วนนี้กำไรน้อย

ส่วนยอดขายส่วนอื่นๆ ลดลงแต่ใช่ว่าจะกำไรลดลง ส่วนที่กำไรสูงสุดคือพวก Accessories ลดลงจากเฉลี่ย 29% มาเหลือ 25% เปอร์เซ็นต์ลดเพราะ computer โตผิดปกติ แต่ยอดขายรวมในส่วนนี้ก็ยังเพิ่มขึ้น และส่วนนี้ทำกำไรให้ประมาณ 40-45% ของทั้งหมด

โดยปกติ IT จะขายของแพงกว่าร้านอื่นๆ เล็กน้อย แต่ก็ใช้หลัก One prices policy ซื้อที่ไหนราคาเท่ากันหมด ก็ไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแพงจากร้านอื่นๆ เพราะน่าเชื่อถือและมีโปรโมทชั่น มี Event ตลอด และเรายังมี Services ดี ทั้งก่อนขายและหลังการขาย ถ้าของไม่ดีจริงเฉลี่ยแล้วลูกค้ามาติดต่อ จะได้ของกลับไปใช้ภายในประมาณไม่เกิน ๒ ชม. ซึ่งลูกค้าพอใจมาก ส่วนใหญ่เป็นปัญหา User และ Software errors

ตอนนี้ Market Share ระหว่างกลุ่มซื้อของจากห้างกับร้านเล็กร้านน้อยประมาณ 20:80 ซึ่งดีขึ้นกว่าปีที่แล้วที่อยู่ประมาณ 17% ปีนี้ Market ไม่โตมาก แต่คนซื้อของจาก IT และห้างทำนองเดียวกันมากขึ้นซึ่งจะค่อยๆกิน share จากร้านเล็กๆไปเรื่อยๆ ต่อไปคงอยู่ประมาณ 50:50 เหมือนต่างประเทศ

ตลาดยังโตได้อีกเยอะ คนไทยยังมีอัตราส่วนการใช้ Computer น้อยมาก เฉลี่ยแค่ 10% ของประชากร เทียบกับมาเลเซีย 16% สิงค์โปร์ 62% จะเห็นว่ายังโตได้อีกเยอะโดยเฉพาะต่างจังหวัด ซึ่งยอดขายของ IT ที่ต่างๆจังหวัดก็โตกว่าในกรุงเทพ ตอนนี้ในกรุงฯ มี ๑๗ สาขา ต่างจังหวัด ๑๓ รวม ๓๐ สาขา มีคนเดินทุกสาขารวมกันเฉลี่ยรายเดือนละประมาณ ๓ แสนกว่าคน พื้นที่รวม ๓ แสน ๗ หมื่นกว่าตารางเมตร

มีสาขาที่ขาดทุน ๒ สาขา แต่ก็ได้ประโยชน์และ Know how จากทั้งคู่คุ้มแล้ว ๒ สาขาที่ว่ามา คือ พารากอน และ จัสโก้รัชดา ยอดขายทั้งคู่ก็ดีขึ้นตลอด ไม่น่ากังวลอะไร ที่จัสโก้ถ้าไม่สามารถลดพื้นที่เช่าลงได้ให้สอดคล้องกับยอดขายได้ อาจเลือกทางปิด แต่ก็ต้องรอให้สัญญาเช่าหมดก่อน ซึ่งอีกประมาณ ๒ ปี

ส่วนเรื่อง พรบ.ค้าปลีก ใหม่ IT City ไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มด้วย เดิมเคยกังวล ตอนนี้เลิกกังวลไปได้เลย

เอาไว้แค่นี้ก่อนละกันครับ ยาวพอแล้ว คงมีสาระบ้างไม่มากก็น้อย เผื่อมีประโยชน์บ้าง ขอบคุณครับ มีอะไรก็ถามได้ หรือไปถามต่อใน ร้อยหุ้น IT ใน thaivi ก็ได้ครับ ไป copy ไป post ไว้แล้วเหมือนกันครับ

ผลจากงาน Opp Day UEC Q3/07

November 13, 2007

Unimit Engineering Public Company Limited

วันนี้ไปงาน opp day มาครับ ที่ตลาดฯ เจอพี่ๆเพื่อนๆเฮียๆ เยอะแยะ ทั้งที่รู้จักไม่รู้จัก คุ้นหน้าไม่คุ้นหน้า

คำถาม เตรียมไปบ้าง ไม่ต้องถามเลยครับ มีคนถามให้ตลอด ได้ข้อมูลมาพอควร ไว้ติดตามครับ ความรู้อะไรก็ตาม คนไม่รู้ย่อมเสียบเปรียบคนรู้ คนรู้ก่อนก็ย่อมได้เปรียบคนรู้หลังครับ งานดีๆ ฟรีๆ แบบนี้ ใครไม่มีงานประจำ แล้วลงทุนในตลาดก็ควรไปครับ ย่อมได้เปรียบแน่นอน ดีกว่าไปเฝ้าหน้าจอในห้องค้าแน่ๆครับ แต่สำหรับ ซ้อๆ เฮียๆ ในห้องค้า เขาคงไม่ชอบ มันไม่มัน ไม่สนุกครับ เข้าไปหลับแน่

ข้าพเจ้าไม่มีหุ้น สักตัว ยังลางานไปเลยครับ เห็นเขาพูดถึงกันเยอะนัก อยากรู้ว่าเป็นไง ดีจริงหรือ เป็นไงหรือครับ..ก็ดีนะ..แต่ข้าพเจ้าว่าแพงไปหน่อยแล้ว..ไม่ได้มาจากคำนวณใดๆหรอกครับ..เดาเอา..

ใครจะสู้ราคาบ้างครับกำไร Q3 นี้ก็ไม่โตเยอะแล้วครับตอนนี้ ไปดูงบเอาครับ

ราคาวันนี้ p/e 16.61 p/b 5.32 ซื้อทั้งบริษัท 5720 ล้านบาท ราคาหุ้นละ 40 บาทครับ

อีกวันสองวันราคาจะลดไปเยอะ เพราะเขาลดพาร์นะครับ จาก ๑ บาท ไปเป็น ๒๕ สตางค์  ใครจะเสี่ยงก็เชิญครับ ข้าพเจ้าก็รอไปก่อนดีกว่า ไม่มีตังค์ครับ พอร์ตเล็กๆ จะกระจายไปเยอะก็ไม่มีประโยชน์อันใด

อ้าวใครสนใจ ข้าพเจ้าสรุปคร่าวๆ ไว้ ในห้องร้อยคนร้อยหุ้น UEC ใน thaivi เชิญไปเยี่ยมชมครับ มีอะไรก็สอบถามเพิ่มเติมได้ ถ้ารู้จะตอบครับ