ใครทำประกันชีวิตไว้ลดหย่อนภาษี งานเข้าแล้วครับ..

คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เคลียร์กับกรมถอนขนห่านยังไงครับนี้ หลังจากตามข่าวมาหลายวัน ดูเหมือนไม่มีความคืบหน้านะครับ ลองอ่านข่าว..จากสองแหล่งนี้ก่อนครับ

ข่าวแรกใหม่ๆหลังเคลียร์มาแล้วหลายรอบ  คปภ.-สรรพากรเคลียร์สิทธิหักภาษี  เนื้อหาข้างในครับ

คปภ.วิ่งหาสรรพากรอีกรอบ ชี้แจงผลกระทบก่อนฟันธง สิทธิหักลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกันชีวิต ด้านนายกสมาคมประกันชีวิต ย้ำทำให้ชัดเจน หวั่นคนสับสน

จากการประชุมร่วมระหว่างกรมสรรพากร และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ข้อสรุปล่าสุดเกี่ยวกับสิทธิของผู้เอาประกันในการหักลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกันชีวิตว่า กรมธรรม์นั้นจะสามารถจ่ายปันผลระหว่างปีในช่วง 3 ปีแรกได้ไม่เกินปีละ 20% ของเบี้ยรับประกันในแต่ละปี รวมถึงเบี้ยประกันจากสัญญาหลักเท่านั้นที่จะได้สิทธิดังกล่าว ไม่ครอบคลุมถึงเบี้ยประกันส่วนที่เป็นสัญญาเสริม

นางคมคาย ธูสรานนท์ รองเลขาธิการสายกำกับ คปภ. เปิดเผยว่า คปภ.จะเข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริงและนโยบายเพื่อประเมินภาพรวมด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงจะชี้แจงถึงผลที่อาจเกิดขึ้นหลังจากมีมาตรการเหล่านี้ออกมา ซึ่งด้านกรมสรรพากรอาจมองในอีกมุมหนึ่งที่ต่างไปก็ได้ การหารือร่วมกันครั้งนี้ต้องพิจารณาบนหลักการเพื่อให้เป็นข้อกำหนดที่ยอมรับได้ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ทาง คปภ.จะเข้าไปชี้แจงข้อมูลเท่านั้น ส่วนการกำหนดข้อสรุปออกมายังเป็นอำนาจการตัดสินใจของกรมสรรพากร

ทั้งนี้ ผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตมักซื้อประกันสุขภาพเป็นสัญญาแนบท้าย เพื่อคุ้มครองค่าเสียหายในกรณีเจ็บป่วย ซึ่งที่ผ่านมาผู้ถือกรมธรรม์สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ทั้งสองส่วน ขณะที่บริษัทประกันวินาศภัยในปัจจุบันก็สามารถขายประกันสุขภาพและประกันภัยโรคร้ายแรงได้เช่นกัน แต่ผู้เอาประกันจะไม่ได้รับสิทธิในการหักลดหย่อนภาษี จึงทำให้เกิดสิทธิประโยชน์ที่เหลื่อมล้ำกัน

“โดยส่วนตัวแล้วอยากให้ผู้ถือกรมธรรม์ได้รับสิทธิหักลดหย่อนภาษีทั้งคู่ ไม่ว่าจะซื้อประกันสุขภาพที่แนบท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิต หรือประสุขภาพที่บริษัทประกันวินาศภัยขายโดยตรง เพราะถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่ช่วยจูงใจให้ผู้บริโภคเตรียมความ พร้อมสำหรับอนาคตด้วยตนเอง ขณะเดียวกันภาครัฐก็ประหยัดงบประมาณในการจัดสรรสวัสดิการด้านสุขภาพให้กลุ่มคนเหล่านี้ลงไปได้เช่นกัน” นางคมคายกล่าว

ด้านนายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคม ประกันชีวิตไทย กล่าวว่า เงื่อนไขเกี่ยวกับการหักลดหย่อนภาษี ถือเป็นหลักเกณฑ์ที่มีมาแต่เดิม เพื่อช่วยสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในประเทศที่อัตราการถือครองกรมธรรม์ยังต่ำอยู่ สิทธิประโยชน์เหล่านี้ถือว่าช่วยได้มาก

“ปัจจุบันการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตในประเทศไทยมีสัดส่วนแค่ 22.5% ของประชากรทั้งหมด ดังนั้นหลักเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่ผู้ถือกรมธรรม์ควรจะได้รับต้องมีความชัดเจน และไม่สร้างความสับสนแก่ผู้บริโภค” นายสาระกล่าว

——-จบข่าวแรก ——ต่อด้วยข่าวจากกรมถอนขนห่าน——

ข่าวกรมสรรพากร Revenue Department News เลขที่ข่าว ปชส. 1/2552 วันที่แถลงข่าว 28 ตุลาคม 2551
เรื่อง การคํานวณภาษี เพื่อลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต กรณีมีเบี้ยประกันอื่นควบอยู่ด้วย  
 เนื้อหาข้างใน pdf ตามอ่านครับ

ตามที่กรมสรรพากรได้เสนอแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย เพื่อขยายวงเงินการหักค่าลดหย่อน ในการคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สําหรับการหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต จากเดิมที่กฎหมายกําหนดให้หักได้ไม่เกินปีละ 50,000 บาท เป็นให้หักได้สูงสุดปีละ 100,000 บาท ซึ่งมีผลสําหรับ เบี้ยประกันภัยที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป นั้น

ปัจจุบัน กฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ ได้ผ่านขั้นตอนทางกฎหมายและมีผลใช้บังคับแล้ว สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จึงได้มาหารือกับสํานักงานเศรษฐกิจการคลังและกรมสรรพากรในวันที่ 21 ตุลาคม 2551 โดย คปภ. มีความเป็นห่วงว่า ผู้เอาประกันอาจไม่ทราบถึงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ในการหักลดหย่อนทางภาษี จนเป็นเหตุ ให้มีการเสียภาษีผิดพลาด ทั้งนี้ โดยเฉพาะกรณีการเอาประกันชีวิตที่มีประกันอื่นควบกันอยู่ เช่น ประกันชีวิต ควบกับประกันสุขภาพ

ผลการประชุมได้ข้อสรุปว่า การพิจารณาการหักค่าลดหย่อนในการคํานวณภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา สําหรับค่าเบี้ยประกันชีวิต นั้น จะพิจารณาจากหลักฐานที่ทางบริษัทผู้รับประกันภัยออกให้ ซึ่งบริษัทจะต้องแยกให้ชัดเจนว่า เป็นส่วนของค่าเบี้ยประกันชีวิตเท่าไหร่ เป็นส่วนของค่าประกันประเภทอื่นเท่าไหร่ เพื่อให้ทราบว่าวงเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะสามารถนําไปใช้หักเป็นค่าลดหย่อนทางภาษี ได้เป็นจํานวนเท่าใด

นายสาธิต รังคสิริ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ” ในประเด็นการออกเอกสารหลักฐานข้างต้นนั้น คปภ. รับจะไปเป็นผู้กําชับให้บริษัทประกันภัยดําเนินการให้ถูกต้องต่อไป”

—-จบข่าว—-

งานเข้า..จบกันแน่ธุรกิจประกันชีวิต โดยเฉพาะ AIA ใครเป็นตัวแทนขาย กรมธรรม์ใหม่ยากขึ้นแน่ มีข่าวนี้ มาเพิ่มข่าวร้าย ข่าวบริษัทแม่เดี้ยงก็ยังไม่จาก เจอข่าวใหม่ ไม่รู้จะเพิ่มสิทธิทำไมให้เป็นหนึ่งแสน ใครจ่ายเพิ่มซื้อกรมธรรม์หลักน้อยๆ ซื้อเสริมเยอะๆ แย่แน่ จบกันแน่

เราประชาชน ตาดำ ก็ซวยสิครับ ระบบรัฐสวัสดิการ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ก็ไม่ได้เรื่อง ไม่ช่วยอะไรแล้ว พอประชาชน ทำประกันไว้ช่วยเหลือตนเอง ก็มาทำแบบนี้อีก ดีนะที่ไม่ซื้อประกันชีวิตเพิ่ม เพราะเท่าที่จ่ายๆอยู่ตอนนี้ก็มากโขอยู่ แต่ยอมกัดฟันจ่าย เพราะได้ประโยชน์สองทาง ป้องกันความเสี่ยงตัวเองและที่สำคัญคือจะเอามาลดหย่อนภาษี เซ็งครับ..จ่ายเท่าเดิม..แต่ได้สิทธิลดหย่อนลดลง..ปีนี้จะเหลืออะไรให้ลดหย่อนเนี้ย ขอคืนภาษียากๆอยู่ด้วย..

มีรัฐบวมมมม ถังแตก นักเลือกตั้งขี้โกง บวก ข้าราชการเฮงซวยก็งี้แหละ..แน่จริงก็ประกาศ ยกเลิกการหักภาษี ณ ที่จ่ายซะด้วยเลยสิ…เอาแค่ส่วนเงินเดือนก็ได้ ได้กินแกลบแน่ๆไอ้รัฐบ้าๆบอๆ..ใครจะอยากจ่ายภาษีให้ พวกเอ็งไปโกงกินกัน จบข่าว..ข้าพเจ้าเอง

Tags: , , , , , ,

7 Responses to “ใครทำประกันชีวิตไว้ลดหย่อนภาษี งานเข้าแล้วครับ..”

  1. HIPPIE SMELL Says:

    เห็นด้วยนะคะ …

    จากการที่ดิฉันได้ศึกษามา ประเทศใดที่มีเเนวโมการทำประกันชีวิตสูง

    ประเทศนั้นมีเเนวโน้มในการพัฒนาเศรษฐกิจสูงเช่นกัน

    เเต่ ประเทศเรา ถ้ารัฐบาล ไม่ช่วยสงเสริมให้ ประชาชน ได้สวัสดิการจากการทำประกันชีวิต

    ในเรื่องการลดหย่อนภาษี หรือเรื่องใดก็ตามเเต่

    เเล้ว อย่างนี้ เเนวโน้มการทำประกันชีวิตของประเทศไทยจะสูงขึ้นได้อย่างไร??

    • RAK Says:

      แต่ก็มีประกันที่เน้นให้คนไทยออมเงินแบบระยะสั่นก็มีนะ
      และก็ลดหย่อนภาษีได้ด้วย สัญญาการประกันแบนี้ก็สิบปีเหมือนกัน แต่จ่ายเบี้ยสั่นกว่าเท่านั้นเอง
      ใครที่ยังไม่มีการทำประกันชีวิตยังไม่ครบ 100,000 และยังต่องเสียภาษีนะ
      ขอและนำให้มีนะบัด…Now!
      เพราะโดนเหมือนกัน รับปรึกษานะ 080-0990645
      ไม่คิดตังค์หรอก

  2. kritsanarat sub-udomphol Says:

    เมื่อไรก็ตามที่คนในประเทศยังมุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวกทั้งนักการเมือง ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ อย่าไปคาดหวังอะไรเลย บทลงโทษกับคนเหล่านี้ที่ทุจริตก็ไม่หนักพอให้เข็ดหลาบเพื่อไม่ให้คนอื่นเอาอย่าง ทุกครั้งที่พบว่ารวยผิดปกติทำไมไม่ให้เขาเอาหลักฐานมาพิสูจน์ว่ารวยขึ้นมาได้อย่างไร? จะง่ายกว่าการหาหลักฐานมาเอาผิดเขา น่าจะถึงเวลาแล้วที่จะเอาผิดกับคนที่รวยผิดปกติ เคยเห็นมั้ยวันนี้ถนนไม่เสียแต่วันรุ่งขึ้นถนนพังหมดเต็มไปด้วยรอยแบคโฮ เห็นแล้วน่าสมเพสประเทศนี้จะได้เจริญได้อย่างไรทุจริตจนน่าเกลียด การรถไฟก็ขาดทุนทุกปี และมีอีกหลายอย่างที่ภาครัฐทำขาดทุนทุกปี ทำไมไม่ให้เอกชนทำเพราะภาครัฐขาดประสิทธิภาพในการบริหารงาน เหตุผลที่อ้างขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ของตนเองทั้งนั้น

  3. Anonymous Says:

    มันเฉพาะประกันชีวิตที่มีอายุ10ปีขึ้นไปนะครับ แล้วมันไม่รวมพวกสัญญาเพิ่มเติมด้วย
    ศึกษาดีๆนะ

  4. ที่พักเชียงใหม่ Says:

    เห็นด้วยนะครับ

  5. ya_yee191@hotmail.com Says:

    จบอย่างไรคะ อธิบายสิ AIA ไม่แยกค่าเบี้ยชีวิต กับค่าเบี้ยอื่นตรงไหนคะ งงงงงงงงงงงงง
    very งง

  6. ผ่านมา Says:

    เบื่อนักการเมือง โคตรรรรรรรรร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: