Archive for November, 2008

ไปงานพระเมรุมาครับ

November 30, 2008

img_2008

 

img_2095

 

img_2085

 

img_2200

img_2239

 

img_2568

 

img_2574

ไปมาสองวันได้มาแค่นี้แหละครับ ไปงานนี้เหมือนเป็นงานอวดกล้องยังไงก็ไม่รู้ครับ ถ่ายมาจากกล้องที่เขาเรียกว่ากล้องปัญญาอ่อนของแฟนครับ เห็นคนอื่นๆถ่ายมาอวดกันก็เยอะแยะครับ อยากอวดบ้างครับ  ดูแบบไกลๆไปก่อนนะครับ เสียดาย รัฐให้อยู่ชื่นชมไม่กี่วัน เก็บไว้นานหน่อยก็น่าจะได้นะครับ

Advertisements

itcity กับระยะทางในเมืองหลวง ๑

November 10, 2008

it20k

ใครเดินทางไปเที่ยวห้างในรัศมี ๒๐ กิโลเมตรบ้างครับ นี่นับเฉพาะสาขาที่อยู่ในเมืองกรุง เมืองนน และ ปากน้ำ นะครับ ช่วยไม่ได้ข้อมูลฐานมีแค่นี้เอง เอาแค่นี่ก่อนละกัน แค่นี่ก็พอมีประโยชน์ครับ

it15k

รัศมี ๑๕ กิโลเมตร

it10k

รัศมี ๑๐ กิโลเมตร

it5k

รัศมี ๕ กิโลเมตร

it3k

3 กิโลเมตร

รูปแค่นี้ก็น่าจะตอบคำตอบ หลายๆ คำถามได้นะครับ อย่างนี้สิเรียกว่าใช้ประโยชน์จาก GIS

เรียกว่าการใช้แบบไม่ได้ใช้..ฮาฮา..ข้าพเจ้าเอง

งบไอทีซิตี้ ไตรมาสสาม ปี ๕๑ ครับ

November 7, 2008

itcity_q3_2008_2

ตัวเต็มลองไป download งบไตรมาสสาม q3 2008 ที่นี้ครับ  กำไรเพิ่มขึ้น งบก็ออกมาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีผลต่อตลาดแบบนี้ ก็ดีครับ มีเงินเมื่อไรจะมาตามเก็บ เต็มไปตามที่โทรไปคุยมาครับ

ตัดข่าวมาแปะ IT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2551 ด้วยกำไรสุทธิ 57 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 8%  และ 23% เทียบ YoY และ QoQ จากกำไรสุทธิ 53 และ 46 ล้านบาทตามลำดับ ขณะที่ผลการ ดำเนินงานงวด 9 เดือน กำไรสุทธิ 144 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 21% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากกำไรสุทธิ 119 ล้านบาท โดยยอดขายไตรมาส 3 เท่ากับ 1,619 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 8% และ 11% เทียบ YoY และ QoQ จากการเปิดสาขาใหม่ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงฤดูขายในกลุ่ม ไอที อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 13% จาก 12.7% ในไตรมาส 3’2550 และ 12.8% ในไตรมาส 2’2551 จากยอดขายที่มาก รวมถึงได้รับส่วนลดการค้าที่มากขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหารเพิ่มขึ้น 11% และ 3% เทียบ YoY และ QoQ จากค่าใช้จ่ายการเปิดสาขาใหม่ 3 สาขาคือปิ่นเกล้า, พิษณุโลก และอยุธยา รวมถึงการปรับเงินเดือน

itcity_q3_2008

ไปดูย้อนหลัง

บริษัท ฯ มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 1/2551 ได้ประมาณ 0.12 บาทต่อหุ้น เท่ากับ 40.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น10.80 ล้านบาท หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 36.45 % เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิของงวดเดียวกันในปีที่แล้ว

กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 2/2551 เท่ากับ 46.42 ล้านบาท ได้ 0.14 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 10.13 ล้านบาท หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 27.91 % เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิของงวดเดียวกันในปีที่แล้ว

สองไตรมาสแรกรวมได้ 0.26 กะว่าไตรมาสสี่ เศรษฐกิจมองในแง่ร้ายหน่อย ขายไม่ดีได้ซัก 0.09 รวมกับไตรมาสสามได้ไปแล้ว 0.17 รวมกันได้เท่าต้นปี 0.26 เท่ากัน มีข่าวว่าจะปันผล 100% ก็แสดงว่าทั้งปีได้ 0.52 บาทต่อหุ้น ปีหน้าเปิดสาขามากขึ้นก็น่าจะกำไรดีขึ้นหรือไม่ก็ได้เท่าเดิม ใครซื้อตอนนี้ราคา 4.3 บาท ก็แสดงว่าถ้าไม่ขายรอรับปันผลอย่างเดียวก็ได้ปีละ 12% จะไปฝากธนาคารไหนได้ดอกเยอะเท่านี้ไม่มีแน่

ของข้าพเจ้าไม่ได้ขายออกเลย ติดอยู่สูงกว่า 4.3 นี้เยอะแต่ไม่เป็นไร ถ้านับปันผลได้ปีละ 8% ก็พอไปได้ มากกว่าออมทรัพย์เยอะ เอาเถอะถ้าหุ้นตัวอื่นอาจได้เยอะกว่านี้แต่ไม่มีข้อมูลไม่มีความรู้ เอาเท่านี้ก็พอไปได้ครับ

ปีนี้เปิดได้ 4 สาขา ปิดไป 1 สาขา แต่เป็นสาขาเดียวที่ขาดทุนมายาวนานและต่อเนื่อง ปิดๆไปแหละดีแล้ว เย้ๆ ปีหน้าก็ยังโตได้เปิดอีกสัก 4 สาขาก็พอใจแล้ว ปีหน้าเปิดแน่ๆ 1 ที่แน่นอนแล้วไตรมาสแรกเพราะเลื่อนจากปีนี้ สาขาที่เหลือค่อยไปลุ้นเอาครับเขาบอกว่าจะลุยต่างจังหวัด แต่ข้าพเจ้าอยากได้ในกรุงและปริมณฑลมากกว่า ขออีกสัก 2-3 สาขา แถวๆนี้ได้มั้ยครับ มีทำเลในใจจากการเล็งไว้แล้ว ไว้วันหลังจะเอาผลการวิเคราะห์มาให้อ่านครับ..ข้าพเจ้าเอง

—————-

แถม..ตบด้วยข่าวประกอบเพิ่มครับ

กรุงเทพฯ–6 พ.ย.–คอร์แอนด์พีค

         นายกมล จันทิมา ประธานกรรมการ บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ใน 9 เดือนแรกปี 2551 ที่ผ่านมาว่า บริษัทฯ สามารถทำรายได้รวม 4,538.16 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 8.33% และมีผลกำไรสุทธิ 144.04 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 21.22% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2550

สำหรับไตรมาสที่สามของปี 2551 บริษัทฯ สามารถทำรายได้รวม 1,632.67 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 7.7% และมีผลกำไรสุทธิ 57.20 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 8.11% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2550
         ปัจจัยที่ทำให้ไอที ซิตี้ มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1. ตลาดคอนซูเมอร์ไอทีมีการเติบโตต่อเนื่อง และไอที ซิตี้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่เป็นทั้งคอนซูเมอร์ บริษัทขนาดเล็ก และขนาดกลางเพิ่มมากขึ้น 2. ไอที ซิตี้มีการขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้นทั้งจากสาขาใหม่ที่เปิด และสาขาเดิมที่มีอยู่ 3. ไอที ซิตี้ เป็นศูนย์รวมสินค้าไอทีที่ครบวงจร ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน 4. ไอที ซิตี้ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ทั้งจากในและต่างประเทศมากขึ้น 5. บริษัทฯโฟกัสในธุรกิจค้าปลีกที่เรามีความชำนาญ ยังผลให้เกิดงานที่มีคุณภาพและได้เปรียบด้าน Economy of Scale 6. ผลิตภัณฑ์ไอที จัดเป็นสินค้าที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านธุรกิจและการเรียนรู้ ยังผลให้กำลังซื้อยังมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
         ในไตรมาสที่ 3 บริษัทฯได้ปิดสาขาที่เปิดดำเนินการในศูนย์การค้าจัสโกสาขารัชดา ยังผลให้บริษัทฯ มีจำนวนสาขารวม 32 สาขา ในไตรมาสที่ 4 บริษัทฯ มีแผนงานที่จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 2 แห่งที่จังหวัดหนองคายและที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี จะเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อให้บริการต่อลูกค้ากลุ่มบ้านและกลุ่มองค์กร ขณะเดียวกันจะดูแลด้านค่าใช้จ่ายให้มีความสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและความสามารถในการทำรายได้ของบริษัทฯ นายกมลกล่าวสรุป

CNN Will I Am Hologram, First time on TV

November 6, 2008

ลอง post vdo ครั้งแรกครับ จาก link นี้ครับ http://www.youtube.com/watch?v=deoOTqT-SMI เป็นเรื่องทันสมัย ใหม่ๆซิง ต่อเนื่องกับงานเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครับ เพราะเขามาใช้ในวงการทีวีครั้งแรกในงานนี้ครับ

ไม่ได้เป็นคนที่นิยมหนังพวก Star Trek หรือ Star Wars นะครับ แต่พอนึกถึงภาพฮอโลแกรม ก็ต้องนึกถึงหนังพวกนี้ก่อนครับ แต่คราวนี้เขาเอามาใช้ในวงการทีวี แต่หลายเสียงว่ายังไม่ใช่เป็นฮลโลแกรม แต่ช่างมันเถอะจะแท้จะเทียม เอาเป็นว่าต่อไปเราคงได้เห็นเทคโนโลยีด้านนี้พัฒนามากยิ่งขึ้นครับ

ของเล่นในหนังเริ่มเห็นแนวทางเป็นเรื่องจริงได้อีกเรื่องแล้วครับ ต่อไปข้างหน้าเวลาเราโทรศัพท์คุยกัน หรือส่ง message ไปหากัน ใครจะไปรู้ อาจส่งทั้งรูปทั้งเสียงแบบ ๓ มิติไปแบบฮอโลแกรมก็ได้..ดีจริงๆ

ถ้าเอาไปใช้แบบสร้างสรรค์หรือทำลายก็ไม่รู้ แต่เริ่มมีหลายคนพูดกันแล้วว่า ต่อไปอาจจะได้ดูคลิปโป๊แบบสามมิติก็ได้..ต่อไปถ้าดาราคนไหนทำหลุดออกมาอีกละยุ่งแน่..งานนี้ไม่ต้องปฎิเสธ หรือให้สัมภาษณ์แบบกั้กๆ ไม่ใช่หรอกครับ..เป็นไปไม่ได้..หน้าคล้ายกันครับ..ต้องรอดูก่อนครับ..คำพูดแบบนี้จะหายไปแต่จะเป็นแบบไหนก็รอฟังอีกสัก ๑๐ ปี รอฝันค้างไปก่อนนะครับ ๑๐ ปี น่าจะเป็นไปได้..เหอๆ..ข้าพเจ้าเอง

Obama: ‘This is your victory’

November 5, 2008

U.S. chooses 'change'

ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 44

John Kerry, right, and Obama confer at the 2004 DNC, where Obama wowed the crowd with his keynote address.

กับรองคู่ใจ

ตัดข่าวจาก cnn มาครับ Obama: ‘This is your victory’ ดูเนื้อหาข้างในครับ

(CNN) — Barack Obama told supporters that “change has come to America” as he claimed victory in a historic presidential election.

“The road ahead will be long. Our climb will be steep. We may not get there in one year or even one term, but America — I have never been more hopeful than I am tonight that we will get there. I promise you — we as a people will get there,” Obama said in Chicago, Illinois, before an estimated crowd of up to 240,000 people.

With Obama’s projected win, he will become the first African-American to win the White House.

Obama had an overwhelming victory over Sen. John McCain, who pledged Tuesday night to help Obama lead.

“Today, I was a candidate for the highest office in the country I love so much, and tonight, I remain her servant,” McCain said.

McCain called Obama to congratulate him, and Obama told the Arizona senator he was eager to sit down and talk about how the two of them can work together.

President Bush also called Obama to offer his congratulations.

Bush told Obama he was about to begin one of the great journeys of his life, and invited him to visit the White House as soon as it could be arranged, according to White House spokeswoman Dana Perino.

Obama will be working with a heavily Democratic Congress. Democrats picked up Senate seats in New Hampshire, New Jersey, North Carolina and Virginia, among others.

“While the Democratic Party has won a great victory tonight, we do so with a measure of humility and determination to heal the divides that have held back our progress,” Obama said.

Flanked by American flags, Obama told the roaring crowd, “This is your victory.”

“To those Americans whose support I have yet to earn — I may not have won your vote, but I hear your voices, I need your help, and I will be your president too,” he said.

Supporters in Chicago cheering, “Yes, we can” were met with cries of “Yes, we did.”

More than 1,000 people gathered outside of the White House, chanting “Obama, Obama!”

Sen. Hillary Clinton, Obama’s former rival for the Democratic nomination, said in a statement that “we are celebrating an historic victory for the American people.”

“This was a long and hard fought campaign but the result was well worth the wait. Together, under the leadership of President Barack Obama, Vice President Joe Biden and a Democratic Congress, we will chart a better course to build a new economy and rebuild our leadership in the world.”

Sen. Ted Kennedy said Americans “spoke loud and clear” in electing Obama.

“They understood his vision of a fairer and more just America and embraced it. They heard his call for a new generation of Americans to participate in government and were inspired. They believed that change is possible and voted to be part of America’s future,” the Massachusetts senator said in a statement.

As results came in Tuesday night, Obama picked up early wins in Pennsylvania and Ohio — states considered must-wins for McCain.

Obama also won Virginia, a state that has not voted for a Democratic president since 1964.

Going into the election, national polls showed Obama with an 8-point lead.

Voters expressed excitement and pride in their country after casting their ballots in the historic election. Poll workers reported high turnout across many parts of the country, and some voters waited hours to cast their ballots.

Tuesday marks the end of the longest presidential campaign season in U.S. history — 21 months.

Obama, 47, will now begin his transition to the White House. He will be sworn in at the 44th president on January 20, 2009.

—————

 us_president_2008_1

ผลล่าสุดชนะขาด

us_president_2008_2

ดูเป็นรายรัฐ สีฟ้าชนะ รอบนี้ไม่ต้องลุ้น ถูกตามแค่ช่วงรัฐแรกๆ หลังจากนั้นทิ้งไม่เห็นฝุ่น โดยเฉพาะรัฐใหญ่ที่มีเสียงเยอะๆ อย่างฟอริดารัฐเจ้าปัญหาเมื่อครั้งก่อน ก็กินเรียบ

 us_president_2004_1

เปรียบเทียบกับเมื่อ 4 ปีก่อน ที่ต้องลุ้นถึงรัฐสุดท้าย

us_senate_house_2008_2

ผลการเลือกตั้ง ส.ว. และ ส.ส. ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ ก็กวาดเสียงรวมเกินกึ่งหนึ่งไปทั้งสองสภา

us_senate_2008_1

ดู ส.ว. เดโมแครต กวาดเสียงรายรัฐ

us_house_2008_1

 รูปนี้ ส.ส. ทีมเดิมก็กวาดเสียง

us_governor_2008_1

ผู้ว่าการรัฐ ก็กวาดเรียบ

all data very thanks http://www.CNN.com รอบนี้เดโมแครตกวาดเรียบทุกสนาม อะไรก็เป็นใจไปหมด คงเบื่อตาบุชน่าดู เศรษฐกิจก็ร่วงๆๆ ที่นู้นถึงเวลาเปลี่ยน แต่ที่นี่ยังเหมือนเดิม..ฝนที่ตกทางนู้น..ก็ยังหนาวถึงคนทางนี้เช่นเดิม..เหอๆ..ข้าพเจ้าเอง

ใครทำประกันชีวิตไว้ลดหย่อนภาษี งานเข้าแล้วครับ..

November 4, 2008

คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เคลียร์กับกรมถอนขนห่านยังไงครับนี้ หลังจากตามข่าวมาหลายวัน ดูเหมือนไม่มีความคืบหน้านะครับ ลองอ่านข่าว..จากสองแหล่งนี้ก่อนครับ

ข่าวแรกใหม่ๆหลังเคลียร์มาแล้วหลายรอบ  คปภ.-สรรพากรเคลียร์สิทธิหักภาษี  เนื้อหาข้างในครับ

คปภ.วิ่งหาสรรพากรอีกรอบ ชี้แจงผลกระทบก่อนฟันธง สิทธิหักลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกันชีวิต ด้านนายกสมาคมประกันชีวิต ย้ำทำให้ชัดเจน หวั่นคนสับสน

จากการประชุมร่วมระหว่างกรมสรรพากร และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ข้อสรุปล่าสุดเกี่ยวกับสิทธิของผู้เอาประกันในการหักลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกันชีวิตว่า กรมธรรม์นั้นจะสามารถจ่ายปันผลระหว่างปีในช่วง 3 ปีแรกได้ไม่เกินปีละ 20% ของเบี้ยรับประกันในแต่ละปี รวมถึงเบี้ยประกันจากสัญญาหลักเท่านั้นที่จะได้สิทธิดังกล่าว ไม่ครอบคลุมถึงเบี้ยประกันส่วนที่เป็นสัญญาเสริม

นางคมคาย ธูสรานนท์ รองเลขาธิการสายกำกับ คปภ. เปิดเผยว่า คปภ.จะเข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริงและนโยบายเพื่อประเมินภาพรวมด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงจะชี้แจงถึงผลที่อาจเกิดขึ้นหลังจากมีมาตรการเหล่านี้ออกมา ซึ่งด้านกรมสรรพากรอาจมองในอีกมุมหนึ่งที่ต่างไปก็ได้ การหารือร่วมกันครั้งนี้ต้องพิจารณาบนหลักการเพื่อให้เป็นข้อกำหนดที่ยอมรับได้ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ทาง คปภ.จะเข้าไปชี้แจงข้อมูลเท่านั้น ส่วนการกำหนดข้อสรุปออกมายังเป็นอำนาจการตัดสินใจของกรมสรรพากร

ทั้งนี้ ผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตมักซื้อประกันสุขภาพเป็นสัญญาแนบท้าย เพื่อคุ้มครองค่าเสียหายในกรณีเจ็บป่วย ซึ่งที่ผ่านมาผู้ถือกรมธรรม์สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ทั้งสองส่วน ขณะที่บริษัทประกันวินาศภัยในปัจจุบันก็สามารถขายประกันสุขภาพและประกันภัยโรคร้ายแรงได้เช่นกัน แต่ผู้เอาประกันจะไม่ได้รับสิทธิในการหักลดหย่อนภาษี จึงทำให้เกิดสิทธิประโยชน์ที่เหลื่อมล้ำกัน

“โดยส่วนตัวแล้วอยากให้ผู้ถือกรมธรรม์ได้รับสิทธิหักลดหย่อนภาษีทั้งคู่ ไม่ว่าจะซื้อประกันสุขภาพที่แนบท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิต หรือประสุขภาพที่บริษัทประกันวินาศภัยขายโดยตรง เพราะถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่ช่วยจูงใจให้ผู้บริโภคเตรียมความ พร้อมสำหรับอนาคตด้วยตนเอง ขณะเดียวกันภาครัฐก็ประหยัดงบประมาณในการจัดสรรสวัสดิการด้านสุขภาพให้กลุ่มคนเหล่านี้ลงไปได้เช่นกัน” นางคมคายกล่าว

ด้านนายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคม ประกันชีวิตไทย กล่าวว่า เงื่อนไขเกี่ยวกับการหักลดหย่อนภาษี ถือเป็นหลักเกณฑ์ที่มีมาแต่เดิม เพื่อช่วยสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในประเทศที่อัตราการถือครองกรมธรรม์ยังต่ำอยู่ สิทธิประโยชน์เหล่านี้ถือว่าช่วยได้มาก

“ปัจจุบันการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตในประเทศไทยมีสัดส่วนแค่ 22.5% ของประชากรทั้งหมด ดังนั้นหลักเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่ผู้ถือกรมธรรม์ควรจะได้รับต้องมีความชัดเจน และไม่สร้างความสับสนแก่ผู้บริโภค” นายสาระกล่าว

——-จบข่าวแรก ——ต่อด้วยข่าวจากกรมถอนขนห่าน——

ข่าวกรมสรรพากร Revenue Department News เลขที่ข่าว ปชส. 1/2552 วันที่แถลงข่าว 28 ตุลาคม 2551
เรื่อง การคํานวณภาษี เพื่อลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต กรณีมีเบี้ยประกันอื่นควบอยู่ด้วย  
 เนื้อหาข้างใน pdf ตามอ่านครับ

ตามที่กรมสรรพากรได้เสนอแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย เพื่อขยายวงเงินการหักค่าลดหย่อน ในการคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สําหรับการหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต จากเดิมที่กฎหมายกําหนดให้หักได้ไม่เกินปีละ 50,000 บาท เป็นให้หักได้สูงสุดปีละ 100,000 บาท ซึ่งมีผลสําหรับ เบี้ยประกันภัยที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป นั้น

ปัจจุบัน กฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ ได้ผ่านขั้นตอนทางกฎหมายและมีผลใช้บังคับแล้ว สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จึงได้มาหารือกับสํานักงานเศรษฐกิจการคลังและกรมสรรพากรในวันที่ 21 ตุลาคม 2551 โดย คปภ. มีความเป็นห่วงว่า ผู้เอาประกันอาจไม่ทราบถึงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ในการหักลดหย่อนทางภาษี จนเป็นเหตุ ให้มีการเสียภาษีผิดพลาด ทั้งนี้ โดยเฉพาะกรณีการเอาประกันชีวิตที่มีประกันอื่นควบกันอยู่ เช่น ประกันชีวิต ควบกับประกันสุขภาพ

ผลการประชุมได้ข้อสรุปว่า การพิจารณาการหักค่าลดหย่อนในการคํานวณภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา สําหรับค่าเบี้ยประกันชีวิต นั้น จะพิจารณาจากหลักฐานที่ทางบริษัทผู้รับประกันภัยออกให้ ซึ่งบริษัทจะต้องแยกให้ชัดเจนว่า เป็นส่วนของค่าเบี้ยประกันชีวิตเท่าไหร่ เป็นส่วนของค่าประกันประเภทอื่นเท่าไหร่ เพื่อให้ทราบว่าวงเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะสามารถนําไปใช้หักเป็นค่าลดหย่อนทางภาษี ได้เป็นจํานวนเท่าใด

นายสาธิต รังคสิริ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ” ในประเด็นการออกเอกสารหลักฐานข้างต้นนั้น คปภ. รับจะไปเป็นผู้กําชับให้บริษัทประกันภัยดําเนินการให้ถูกต้องต่อไป”

—-จบข่าว—-

งานเข้า..จบกันแน่ธุรกิจประกันชีวิต โดยเฉพาะ AIA ใครเป็นตัวแทนขาย กรมธรรม์ใหม่ยากขึ้นแน่ มีข่าวนี้ มาเพิ่มข่าวร้าย ข่าวบริษัทแม่เดี้ยงก็ยังไม่จาก เจอข่าวใหม่ ไม่รู้จะเพิ่มสิทธิทำไมให้เป็นหนึ่งแสน ใครจ่ายเพิ่มซื้อกรมธรรม์หลักน้อยๆ ซื้อเสริมเยอะๆ แย่แน่ จบกันแน่

เราประชาชน ตาดำ ก็ซวยสิครับ ระบบรัฐสวัสดิการ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ก็ไม่ได้เรื่อง ไม่ช่วยอะไรแล้ว พอประชาชน ทำประกันไว้ช่วยเหลือตนเอง ก็มาทำแบบนี้อีก ดีนะที่ไม่ซื้อประกันชีวิตเพิ่ม เพราะเท่าที่จ่ายๆอยู่ตอนนี้ก็มากโขอยู่ แต่ยอมกัดฟันจ่าย เพราะได้ประโยชน์สองทาง ป้องกันความเสี่ยงตัวเองและที่สำคัญคือจะเอามาลดหย่อนภาษี เซ็งครับ..จ่ายเท่าเดิม..แต่ได้สิทธิลดหย่อนลดลง..ปีนี้จะเหลืออะไรให้ลดหย่อนเนี้ย ขอคืนภาษียากๆอยู่ด้วย..

มีรัฐบวมมมม ถังแตก นักเลือกตั้งขี้โกง บวก ข้าราชการเฮงซวยก็งี้แหละ..แน่จริงก็ประกาศ ยกเลิกการหักภาษี ณ ที่จ่ายซะด้วยเลยสิ…เอาแค่ส่วนเงินเดือนก็ได้ ได้กินแกลบแน่ๆไอ้รัฐบ้าๆบอๆ..ใครจะอยากจ่ายภาษีให้ พวกเอ็งไปโกงกินกัน จบข่าว..ข้าพเจ้าเอง

พรุ่งนี้อยากไปเลือกตั้งครับ ทำไงดีครับ ประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไป ไม่กี่ชม.ก็รู้ผลแล้ว

November 3, 2008

บารัค โ��บามา

บารัค โอบามา สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐอิลลินอยส์

บารัค โอบามา (Barack Obama) มีชื่อเต็มว่า บารัค ฮุสเซน โอบามา (Barack Hussein Obama) เกิดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1961 (พ.ศ. 2504) ปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตัวแทนจากรัฐอิลลินอยส์ สังกัดพรรคเดโมแครต

จ��ห์น แมคเคน

จอห์น แมคเคน สมาชิกวุฒิสภาจากมลรัฐแอริโซนา

จอห์น ซิดนี่ย์ แมคเคน ที่ 3 (John Sidney McCain III) เกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1936 (พ.ศ.2479) เป็นวุฒิสมาชิกของวุฒิสภาแห่งสหรัฐอเมริกาจากมลรัฐแอริโซนา และเป็นว่าที่ตัวแทนพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2008

ขอบคุณข้อมูล http://th.wikipedia.org/ เช่นเดิม กับข้อมูลดีๆเช่นเคย

ดูเอาก็รู้นะครับว่าเชียร์ใคร ตื่นเต้นๆ การเมืองประเทศที่คนส่วนใหญ่ของเขามีความรู้ดี ทำให้เห็นอะไรดีๆหลายๆอย่าง การทำงานเป็นทีม ไม่ยึดติดกับคน ทำงานเป็นพรรค เรื่องของพรรค เรื่องของประเทศมาก่อน ไม่ต้องกางมุ้ง มียุงให้ตบ เหมือนการเมืองน้ำเน่า บ้านเรา เน่าสนิท เอาอะไรมาช่วยฟอกก็ไม่ไหว ต้องปล่อยให้ตายๆไปเอง

แต่ชาวบ้านร้านตลาดบ้านเราก็ทนเหลือกำลัง น้ำเน่า เหม็นหึ่งแบบนี้ก็ทนอยู่ได้ สงสัยบริโภคละครเน่าๆ ข้อมูลผิดๆ เยอะเกินขนาด ทำให้มีวัคซีค ไว้ใช้ป้องกันภัยอย่างดี ป้องกันได้ครบหลายเชื้อหลายพันธุ์ เชื้อโรคมากมาย กลายพันธุ์แล้วกลายพันธุ์อีก ทั้งไวรัส ทั้งเชื้อรา ทั้งบัคเตเรีย โปรโตซัว พยาธิ ผสมข้ามเผ่ากันแล้วด้วย คนไทยเราก็ยังมีภูมิคุ้มกัน อยู่กันได้แบบไทยๆ ไม่น่าเชื่อจริงๆ จะน่าภูมิใจดีมั้ยเนี้ย…

อ้าว..ลองดูจะทนได้ไปถึงไหน หรือกลายเป็นซอมบี้ ถูกล้างสมอง หรือไม่มีสมองให้ล้างอยู่แล้ว อย่างไรก็ไม่ทราบได้..นอกเรื่องไปซะได้ เขียนแบบไม่มีร่างก็งี้แหละ ไหลไปทางไหนก็ไปกัน..พอๆก่อน….ขายสิทธิเลือกตั้งในเมืองไทย ใครจะซื้อบ้างครับ หรือจะโอนสิทธิไปไกลๆ อยากไปเลือกตั้งต่างเมือง จะทำไงดีครับ ที่เมืองมะกันนู้นครับ อยากได้ประธานาธิบดีผิวสีคร๊าบ…ข้าพเจ้าเอง

การรุกเข้ามา ของชุมชนร้านค้าข้างๆบ้าน โชห่วยมีหรือจะรอด

November 2, 2008

เมื่อวานได้ไปแวะกินแวะเดินเล่นที่ Park Town in Town ชุมชนร้านค้า ที่เขาเรียกกันเท่ห์ว่า Community Mall ของ เทสโก้ โลตัส คนเพียบครับ เป็นไปตามแผนขยายสาขาในรูปแบบ Community Mall ออกเป็น 3 แบรนด์ คือ @Oasis เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายชุมชนระดับบน A @Park เจาะกลุ่มระดับกลาง B  และ  @Garden  เจาะกลุ่มระดับล่าง C D

พึ่งเปิดไม่นาน ดูแล้วผลที่ได้ก็เป็นไปตามแผน ลูกค้าเพียบ รถจอดกันเต็มครับ ร้านค้าที่มีส่วนใหญ่เปิดถึงสี่ทุ่มนู้น ที่เปิดทั้งวันทั้งคืนก็มี lotus express และก็ mc ซึ่งเป็นร้านกาแฟ mc cafe จาก แมคโดนัลด์ด้วย แถบนั้นเป็นทั้งที่อยู่อาศัยคนอยู่เพียบ และเป็นแถบร้านอาหารมานั่งกินลมชมวิว กลางค่ำกลางคืนด้วย เจาะตลาดได้ถูกกลุ่มจริงๆ

ร้านค้าที่เห็นนอกจากที่ว่าก็มี ธนาคาร kbank และ scb มีร้านหนังสือนายอินทร์ มีร้านไอติม swensen’s มีร้าน pizza the pizza company มีร้านขาย steak ร้านขายติมซำ ร้านขายหมี่ทั้งไทย ทั้งเทศ ร้านขายขนมหวาน ขายเค็ก ร้านนีโอสุกี้ ร้านเสริมสวย ลดน้ำหนัก โรงเรียนสอนดนตรี มีแมงป่อง ขาย dvd vcd ขายเอ็นเตอร์เทน แล้วมีลานจอดรถกะจากสายตา น่าจะจอดได้ประมาณ ๔๐ ถึง ๕๐ คันจะเห็นได้ว่าพร้อมพรั่ง พร้อมรบเต็มที่

trend ชุมชนร้านค้า แบบนี้ นับวันยิ่งมาแรง จาก เจ อเวนิว ทองหล่อ ของ บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) sf บริษัทในกลุ่มเมเจอร์กรุ๊ป major ที่ดังเป็นพลุเมื่อสองสามปีก่อนได้มั่ง จำไม่ได้ครับ เดี่ยวนี้มีเพียบครับ ถูกใจประชาชน ชาวบ้านไม่ต้องเดินทางไปเดินห้างไกลๆ จากเดิมที่คาดว่าคนทั่วไปต้องเดินทางในรัศมี ๑๐ ถึง ๒๐ กิโลเมตรรอบบ้าน เพื่อไปเดินห้างละแวกบ้าน ถ้าไม่มีอะไรจำเป็นนัก ก็ทำให้ลดระยะทางลงมาได้มาก

โดยปกติ คงมีน้อยคนที่ยอมเดินทางไกล ๒๐ กิโลเมตร เพื่อไปเดินเล่นตามห้าง ส่วนใหญ่ถือว่าเป็นกรณีพิเศษ เพราะนอกจากจะไปเรียนพิเศษ นัดเพื่อน นัดแฟน หรือมีกิจกรรมพิเศษที่ห้างนั้น ทำให้ต้องแห่ไป ซึ่งในที่นี่รวมถึงการไปเที่ยวงานแฟร์ต่างๆด้วย ทั่วๆก็คงมีไม่บ่อยนัก เช่น งานในศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ งานที่ไบเทค งานที่เมืองทองธานี แต่ถ้าอยู่ในกระแสแรงๆ เรียกคนได้เยอะ เดี่ยวนี้ต้องรวม งานที่พารากอนฮอลล์รวมไปด้วย

ถ้าปกติก็เป็นร้าน เป็นห้าง ในละแวกบ้านนี่แหละครับ ที่กินเงิน กระชากเงินออกจากกระเป๋าได้เยอะ และบ่อยๆที่สุด เพราะอะไรคุณก็รู้อยู่อยู่แล้ว เพราะส่วนใหญ่ คนไปเดินห้าง เวลานี้เป็นการไปเดินพักผ่อน เดินเล่น เจออะไรก็ซื้อๆมา น้อยคนที่ตั้งใจไปซื้อ ซื้อเสร็จดังใจก็กลับ ส่วนใหญ่นิยมเดินเล่นต่อ ดังนั้นการซื้อที่เหลือจึงเป็นการซื้อตามอารมณ์ ซึ่งเงินหายจากกระเป๋าได้ง่ายกว่า พวกที่ตั้งใจไปซื้อเยอะ

ดังนั้นอย่าแปลกใจว่าทำไม ห้างต่างๆ จึงรุกมาใกล้บ้านมากขึ้น ทั้งนี่รวมถึง ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store) หรือ Minimart ต่างๆ และร้านค้าเล็กๆใน สถานที่บริการน้ำมัน ซึ่งเราเริ่มเรียกร้านพวกนี้ติดปากแล้วว่า ไปซื้อของ เซเว่น ร้านแบบนี้มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายป็นลูกค้าที่ต้องการความสะดวก ต้องการซื้อสินค้าใกล้บ้านหรือใกล้สถานที่ทำงาน และที่สำคัญเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ก็มีทั้ง 7-eleven am/pm 108shop และ Family Mart ถึงมาอยู่ใกล้บ้านท่านมากยิ่งขึ้นทุกๆวัน

นี่ไม่รวม ร้านค้าประชันชนิด (Category Killer) อย่าง พาวเวอร์บาย พาวเวอร์มอลล์ ร้านค้าเงินสดและบริการตนเอง (Cash & Carry) อย่าง makro พวกซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) อย่าง tops foodland พวกซูเปอร์เซ็นเตอร์ (Supper Center) อย่าง bigc lotus carfour หรือพวกห้างสรรพสินค้า (Department Store) ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เป็นศูนย์รวมสินค้าทุกชนิดครบวงจร (One Stop Shopping) อย่าง โรบินสัน central the-mall และห้างในเครืออย่าง paragon เอ็มโพเรี่ยม และยังมีร้านค้าเฉพาะอย่าง (Specialty Store) อย่างพวก ร้าน service เกี่ยวกับรถๆ อย่าง Car-Lack b-quick หรือห้างร้านอย่าง วัตสัน homepro homework office-center itcity ย้ำอีกที ไอทีซิตี้ ฮาฮา

ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) แบบนี้ มีห้างร้านขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ออกแบบร้านวางสินค้าเป็นหมวดหมู่ ความสวยงาม และเป็นระเบียบ บริการทันสมัย อย่างที่บอกข้างต้นซึ่งบางทีเราก็เรียกว่า Discount Store หรือ Hypermarket ดังนั้น ร้านค้าปลีกดั้งเดิม (Tradition Trade) หรือร้านโชห่วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นห้องแถวเก่าๆ ราคาสินค้าก็ไม่ได้ถูกกว่า เลือกสินค้าก็ไม่ได้ ภาษีเสียถูกต้องบ้าง ไม่ถูกต้องบ้าง ย่อมอยู่ได้ยากขึ้นทุกๆวัน

เดี่ยวนี้พฤติกรรมคนก็เปลี่ยนไป นิยมเดินห้างมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น เพราะไปห้างหาอะไรก็ได้ เลือกได้ แถมบางที่ก็ยังต่อรองราคาได้เหมือนเดิม อย่างพวกตลาดสดติดแอร์ หรือร้านพวกเปิดท้ายขายของ ร้านขายของเล็กๆน้อยๆต่างๆ ส่วนใหญ่เดี่ยวนี้ก็ย้ายมาอยู่ในห้างหมดแล้ว อย่างโซนร้านค้าติดอันดับตลอดกาล ละแวก สยาม มาบุญครอง เป็นต้น หรือที่วางแผงอยู่รอบๆห้าง ก็มีให้เห็นๆกันทั่วไป หรืออย่างห้างพล่าซ่าขายผ้า ขายของต่างๆ แถบประตูน้ำ แถมพาหุรัด แถมคลองถมก็กลายเป็นห้างติดแอร์ไปเยอะแล้ว และที่มีห้างมากขึ้นอีกอย่างก็เพราะ รัฐ ทำตัวปากว่าตาขยิบ ทำให้ห้างร้านสมัยใหม่ได้เปรียบมากยิ่งขึ้นทุกๆวัน เพราะเก็บภาษีจากห้างพวกนี้ได้เป็นกอบเป็นกำ..ฮาฮา..จงอย่างแปลกใจ..ข้าพเจ้าเอง

VCD DVD ปลอมๆ ดีๆ ถูกๆ ถูกเหลือเชื่อ ช่วยกระตุ้นตลาดได้ดี

November 1, 2008

ไม่ได้เดิน ตลาดนัด ข้างบ้านนานแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสไปเดินเล่น สำรวจตลาด ชาวบ้านร้านตลาด ว่ามีของกินอะไรบ้าง สภาพตลาดก็ไม่มีอะไรมาก มีร้านค้าแพงลอย รวมได้ซัก ๒๐ ถึง ๒๕ ร้าน ก็มีร้านขายของสด ปลา หมู ไก่ ร้านขายผัก ขายผลไม้ ขายขนมหวาน ขายขนมจีน ขายไก่ย่าง หมูย่าง ปลาทอด ขายเสื้อผ้ามือหนึ่ง มือสอง ขายของเล่น ขายนู้นนี้อีกหน่อย

แล้วที่สำคัญคือมีร้านขาย VCD DVD เถื่อนอยู่ ๔ ถึง ๕ ร้าน แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็น VCD หนัง เพลง อาจจะไม่ทันสมัยซักหน่อย แต่ราคาก็ถูกเหลือเชื่อ ร้านที่ถูกที่สุด ขายแผ่นละ ๒๐ บาท สามแผ่น ๕๐ สุดยอด ทำไมถึงได้ถูกขนาดนี้ก็ไม่รู้ แต่มันทำให้ใครๆก็เข้าถึงได้ เครื่องเล่นก็ราคาถูกมากๆ ในห้างทั่วไป หรือไฮเปอร์มาร์ทก็ดี ถ้าเอาแบบไม่เน้นยี่ห้อ ราคาเครื่องไม่ถึง ๑๐๐๐ ก็เห็นมีขาย

ทั้งเครื่องเล่นราคาถูกลงมาก ทั้งราคาแผ่น VCD DVD เถื่อนๆราคาถูกๆแบบนี้ คงมีน้อยบ้านที่ไม่มีเครื่องเล่นที่ว่านี้แน่ๆ ไม่เหมือนยุค VDO ที่ราคาแม้ว่ายุคใกล้ดับแล้วก็ยังแพงกว่านี้เยอะ แบบนี้ VCD DVD คงอยู่ในตลาดได้อีกนาน แม้ว่าจะมีเครื่องเล่นแบบใหม่ อย่างบลูเรย์ มาเตรียมแทนที่แล้วก็เถอะ

จะว่าไปแล้ว ตามตลาดนัด ร้านค้าในห้าง หรือแพงลอย ก็มีของเถื่อนแบบนี้วางขายเยอะแยะมาก ยิ่งเป็นแหล่งของเถื่อนขนาดใหญ่ทั้งหลายที่ติดอับดับต้นๆของเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นคลองถม บ้านหม้อ สะพานเหล็ก พันธ์ทิพย์ ตะวันนา ก็มีขายเยอะแยะ ถูกมาก DVD แผ่นละ ๖๐ บาทก็ยังมี ใครจะไม่ซื้อละ แล้วตำรวจมีหรือ จะไม่รู้ ไม่เห็น ฮาฮา เป็นไปไม่ได้ ผ่านไปทีไรก็เห็นเดินเต็มยศอยู่ตลาดก็มีเป็นประจำ แล้วบางที่ยังมีสถานีตำรวจอยู่ติดตลาดด้วยซ้ำ ฮาฮา มาบอกว่า ไม่รู้ได้ไง ตลก เงินเงินทองทองนี่มันปิดปากได้ทุกระดับจริงๆ

แม้ว่ามันจะกระตุ้นตลาดให้โตๆๆก็เถอะ เจ้าของร้านเถื่อน และผู้ถือกฏรวยไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ก็เซ็งแย่ครับ ถูกละเมิดกันง่ายๆ ของจริงแท้ๆดีๆที่ว่าถูกต้องจริง คุณภาพก็ไม่เห็นแตกต่าง ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมขายไม่ได้ แล้วทำไมผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้นละ ในเมื่อของถูกๆดีๆมีเต็มตลาด ถ้าจะจับการละเมิดตามบ้านทั่วๆไป ละก็มีหวังได้ติดคุกกันทุกบ้าน

แต่ก็มีข่าวว่า เจ้าของลิขสิทธ์บางราย เดี่ยวนี้ก็ลงมาเล่นตลาดเถื่อนบ้างเหมือนกันนะครับ ข้าพเจ้าว่าก็น่าจะมีส่วนจริงบ้าง ขายถูกต้อง ภาษีก็ต้องจ่าย ขายไม่เถื่อนดีว่า รับเนื้อๆเน้นๆ ..เงินๆทองๆ..ทำให้คนเปลี่ยนมาเยอะแล้ว ดูอย่างพวกคนเดือนตุลาหลายๆคนเป็นตัวอย่างได้ วันนี้ก็มีพวกเหลืองพวกแดงจัดงานสร้างข่าวกัน ตลกๆ ไม่รู้เป็นไงบ้าง ช่างมันเถอะ ผลก็คงเหมือนเดิม เกมส์เน่าๆ น่าเบื่อ..ดู วีซีดี ดีวีดี ดีกว่า..ข้าพเจ้าเอง