ฉือจี้ องค์กรการกุศลที่คุณควรจะรู้จัก

คนละไม้คนละมือ การให้ ย่อมสร้างความสุขกว่า การรับ ฉันใด ฉันนั้น ถ้าไม่เคยให้ จะรู้ได้อย่างไรว่า เมื่อได้ทำกรรมที่ชื่อว่า “ให้” นั้นทำให้มีสุข ได้อย่างไร ทั้งความรู้สึกก่อนจะให้ เมื่อตั้งใจที่จะให้ ขณะที่กำลังให้ และแม้แต่หลังจากการได้ให้แล้ว เมื่อนึกถึงเมื่อใดย่อมมีสุข

ทาน หรือ การให้ เป็นการตัดความโลภ การให้ทานนี้ต้องให้เพื่อการสงเคราะห์อย่างเดียว ไมให้เพื่อหวังผลตอบแทน ทานบารมี เป็นบารมีต้น ในบารมี ๑๐ ทัศ (ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา) เมื่อได้ให้ ก็ทำทาน ก็เป็นปัจจัยให้เกิดบารมีอื่นๆ ตามมาได้ เพราะ การให้เป็นการตัดความโลภ  ตัดโลภะ เพราะการให้ทานเป็นการสงเคราะห์ เป็นการให้ ส่วนโลภเป็นตัวดึงเข้ามา นี่เป็นศัตรูกัน

เมื่อตัดกิเลสตัวโลภะ ความโลภได้ กิเลสอีกสองตัวคือ โทสะ ความโกรธ และโมมะ ความหลง ก็จะทรงอยู่ไม่ได้ เพราะมันทั้ง ๓ ส่วน เหมือนกับโต๊ะ ๓ ขา หากทำลายขาใดขาหนึ่งไปได้ ที่เหลืออีก ๒ ตัวก็ทรงตัวไม่ไหว มันก็ต้องสลายไปด้วย 

การให้ทาน ก็แบ่งออกเป็น ๓ ระดับ คือ

๑. ทาสทาน เวลาที่เราจะให้ทาน เราก็ให้ของเลวกว่าที่ของที่เรากินเราใช้

๒. สหายทาน เวลาที่เราให้ทาน เราก็ให้ของเสมอกับที่เรากินเราใช้

๓. สามีทาน เวลาที่เราจะให้ทาน เราก็ให้ของดีกว่าที่เรากินเราใช้

ทานทั้งหมด แม้หลายคนจะบอกว่าการให้ ธรรมทาน เป็นทานสูงสุด แต่สิ่งที่สูงกว่านั้นก็ยังมีอีกนั้นคือ การให้ อภัยทาน การถือศีล และการเจริญภาวนา ซึ่งการระลึกถึงทานที่ให้เป็นนิตย์ ก็คือเป็นการเจริญภาวนาอย่างหนึ่ง ที่เรียกว่า จาคานุสสสติกรรมฐาน ๑ ใน  อนุสสติ ๑๐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำสมาธิ คือที่เรียกว่า สมถภาวนา เป็นส่วนหนึ่งของกรรมฐาน ๔๐ กอง ซึ่งเป็นการเจริญภาวนาที่นำไปสู่การเจริญภาวนาที่ดีกว่า นั้นคือ การเจริญวิปัสสนาภาวนา หรือ การเจริญปัญญา

จะเห็นได้ว่าแค่การ “ให้” แค่นี่เองง่ายๆ สามารถนำคุณไปสู่จุดสูงสุด คือการเจริญปัญญาได้ แต่หลายคนยังสงสัยอยู่ดี ว่าทานที่ว่ามาทั้งหมด ต่างกับ จาคะ หรือที่เราแปลว่าเสียสละ อย่างไร เอาเป็นว่า ตามไปอ่าน  การทำทานโดยลำดับ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี สอนไว้เมื่อ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม  พ.ศ.  ๒๕๒๘ ณ วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่  จังหวัดหนองคาย

ดังนั้น “พึงเข้าใจเถิดว่า  จาคะ  กับ  ทำทาน มันต่างกัน เอาละ ความเมตตาปรารถนาหวังดี อันนั้นได้ชื่อว่าให้  ทาน โดยแท้เขาทำ  ทาน   ปรารถนาหวังดีแก่เรา เราแผ่เมตตาถึงเขา ก็เรียกว่าให้ ทาน ได้ให้น้ำใจเป็น  ทาน  ให้  อภัยทาน นั้นเป็นเครื่องสนองตอบแทนซึ่งกันและกัน”

ที่กล่าวมาทั้งหมดเอามาเรียบเรียงใหม่ จากหนังสือหลายเล่ม ของ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ หรือ พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) อ.เมือง จ.อุทัยธานี หนังสือ ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ มาชวนทำบุญอีกแล้วครับ ชวนพิมพ์หนังสือ วิธีสร้างบุญบารมี และอำนาจอันยิ่งใหญ่แห่งกรรม และธรรมของหลวงปู่เทสก์

ถ้าคัดลอกมาผิดพลาดประกาศใด ก็ขออภัย มา ณ ที่นี่ด้วยครับ

ที่เขียนมาทั้งหมด ก็เพราะเช้านี่ได้ดูรายการ คนละไม้คนละมือ ของสถานีไทยพีบีเอส พี่พูดถึง มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน ในประเทศไทย ซึ่งเป็นมูลนิธิการกุศลที่วางรากปักฐานที่มณฑลไต้หวันและได้แผ่กิ่งก้านสาขาไปยังทั่วทุกมุมโลก ก่อตั้งโดยท่านธรรมจารย์ เจิ้ง เหยียน เป็นการกระตุ้น กระตุกเตือน คนละไม้คนละมือ

ข้าพเจ้าเคยอ่านเรื่องของท่านเจิ้ง เหยียน และมูลนิธิของท่านจาก นิตรสารสารคดี เมื่อนานมาแล้ว ยังจำเรื่องนี้ได้ดี แต่ก็ปล่อยมันทิ้งไป เหมือนทุกครั้ง ให้ อภัยทาน ข้าพเจ้าเถอะครับ วันนี้ไปรื้อมาให้ครับ ตามไปอ่านเองเถอะครับ ท่านทั้งหลายเขาเขียนไว้ดีเยี่ยมอยู่แล้ว

บทความพิเศษ : จิตอาสา พลังสร้างโลก บทเรียนรู้จากขบวนการพุทธฉือจี้ไต้หวัน ขบวนการที่เน้นหัวใจของความเป็นมนุษย์ เรื่องและภาพ : อำพล จินดาวัฒนะ

ไปรื้อมาอีกเจออีกเพียบครับ

ริมธาร : ขุมทรัพย์ในกองขยะ เรื่อง : รินใจ / ภาพประกอบ : อ้อย กาญจนะวณิชย์

จาก blog บรรณาธิการในฝัน วันชัย ตัน ฉือจี้ “ยิ่งทำงานหนัก ตัวตนยิ่งเล็กลง ” 

ไม่มีอะไรจะบอกต่อ เชิญพิจารณา ฉือจี้ องค์กรการกุศลที่ยิ่งใหญ่ ที่ควรจะรู้จัก คนละไม้คนละมือ..ข้าพเจ้าเอง

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: