Archive for August, 2008

มนุษย์ไฟฟ้า

August 31, 2008

ไฟฟ้า น้ำ พลังงาน สิ่งสำคัญของเหล่าพลโลกในยุคนี้ ใครบอกว่าไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าบ้าง อาจจะมีแต่น้อยมาก เอาเป็นว่า ๙๐ ส่วนใน ๑๐๐ ส่วน ของเหล่าพลโลก บริโภคไฟฟ้า น้ำ บริโภคพลังงานกันมหาศาลจริงๆ แล้วก็ขาดไม่ได้ เพราะติดความสบายที่ได้เสพ ไม่เชื่อก็ลองขาดดูสิครับ

เมื่อวานก็พึ่งเจอมา ไปขนของย้ายบ้านให้น้อง ช่วงขนของไฟดับ โอ้..อยู่ชั้น ๕ จะบ้าตาย รอก็ไม่ได้เพราะข่าวบอกว่าไฟจะมาบ่ายสาม แต่ตอนนั้นยังไม่บ่ายโมงเลย จะทิ้งไว้ก็ไม่ได้ เพราะมีคนอื่นๆเขาก็ขนของเขาเพียบ และข้าพเจ้าเองก็มีภารกิจต่ออีกเพียบ ทำให้ต้องรีบยกของขึ้นๆลงๆบันได ๕ ชั้นอยู่หลายรอบ หนึ่งในนั้นมีรอบที่ต้องขนทีวี ๒๙ นิ้วรวมอยู่ด้วย ดีนะแต่ละชั้นไม่สูงมาก

ที่ดับเพราะ การไฟฟ้านครหลวง ตัดต้นไม้ที่อยู่ทับแนวสายไฟฟ้า เขาต้องตัดไฟ ตัดต้นไม้ ทั้งสามการไฟฟ้าในบ้านเราแหละครับ มีพฤติกรรมเหมือนกันหมด ทั้ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือ กฟผ. หรือ EGAT ที่ดูแลการผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศ ทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. หรือ PEA ที่ดูแลไฟฟ้าในต่างจังหวัดทุกจังหวัดยกเว้นจังหวัดที่การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. หรือ MEA ดูแลไฟฟ้า ซึ่ง กฟน. ดูแลพื้นที่สามจังหวัดในเขตเมืองหลวง คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี และ สมุทรปราการ

ทั้งสามหน่วยมีงานหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ตัดต้นไม้ริมทางโดยเฉพาะ ทำให้ต้นไม้ริมทางบ้านเราที่ดูทับแนวสายไฟฟ้า ต้องแหว่งๆขาดๆ ใหญ่แต่ต้น แต่ไม่มียอด ไม่มีร่มเงา เขาไม่ตัดก็ไม่ได้นะครับ โดยเฉพาะฤดูที่ทั้งลมมีทั้งฝน เพราะเหตุที่ทำให้ไฟฟ้าดับเยอะๆก็เพราะต้นไม้ทับสายไฟเยอะมากนะครับ จะเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดินทั้งหมดก็ไม่ไหว เพราะเขาว่าแพงไปครับ

ข้าพเจ้าว่าถึงแพงก็ต้องทำนะ คุ้มกว่าเยอะ แก้ปัญหาต่างๆได้เยอะ ภูมิทัศน์ก็ดีกว่า ไม่รกลูกตา ปลูกต้นไม้ก็ไม่ต้องมาคอยตัด ให้เปลืองงบประมาณ คิดแค่ค่าเงินเดือนลุงๆ บวกค่าล่วงเวลา ช่างไฟฟ้า ที่ทำหน้าที่มาตัดต้นไม้ของทั้งสามหน่วยงานที่ว่า รวมๆกันเดือนๆหนึ่ง หลายหมื่น รับกันเหยียบแสนก็หลายคนนะครับ

บ้านเราหาเสาไฟฟ้าที่เป็นไม้ยากมาก หรือแทบจะไม่มีอยู่แล้ว ถ้ามีก็เป็นเสาไฟฟ้าที่เก่ามากๆ แต่ที่อเมริกานู้น มีแต่เสาไฟฟ้าที่เป็นต้นไม้ แต่ละต้นแต่ละเสาทั้งสูงทั้งใหญ่ หาที่เป็นปูนหรือเหล็กยากมาก ยกเว้นจะเป็นพวกสายส่งไฟฟ้าใหญ่ๆเท่านั้น ถ้าเป็นตามบ้านเรือนนอกๆเมืองหน่อย เห็นแต่เสาไม้ทั้งนั้นครับ ส่วนในเมืองหรือครับ ไม่มีหรอกนะครับ จะมีก็แค่เสาเหล็กเล็กๆที่เป็นโคมไฟฟ้า ส่วนเสาสายต่างๆเขาอยู่ใต้ดินทั้งหมดครับ

ไม่มีพาดรกรุงรัง เหมือนบ้านเราหรอกนะครับ ยิ่งพวกสายโทรศัพท์พาดไปรกๆ ก็ไม่เห็นเลยครับ จริงๆตามเสาไฟฟ้าบ้านเราที่เห็นว่ารกๆ ดูยุ่งๆนั้น ไม่ใช้สายไฟฟ้า หรอกนะครับ ลองไปมองๆดูสิครับ ที่เห็นรกๆนั้นนะสายโทรศัพท์ตามบ้านตามสำนักงานทั้งแหละครับ รกมากจนไม่สามารถแยกแยกได้ว่าเส้นไหนไปบ้านไหน ถ้าขาดก็เดินใหม่คุ้มกว่าครับ สายแบบไฟเบอร์ก็ไม่ยอมใช้ ใช้อยู่ได้แบบโบราณๆ ไม่ยอมเปลี่ยน องค์การโทรศัพท์ตกยุคเลี้ยงชีพได้ด้วยค่าสัมปทานจริงๆ

สายไฟฟ้าพาดรกๆอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ พาดแบบนั้นมีหวัง ตูมตามกันทั้งวัน ไม่ต้องใช้ไฟกันพอดี ยิ่งสายแรงสูง แรงกลาง ที่อยู่สูงๆพวกนั้น เป็นพวกสายเปลือยด้วยนะครับ ไม่มีฉนวนนะครับ แรงดันก็หลายเควี ไปจับโดนไปก็ไม่ต้องเลี้ยงต่อแล้วครับ หารอดยาก บอกว่าจับไม่ได้ แต่เคยเห็นนกเกาะสายไฟไหมครับ ไม่มีฉนวนนะครับทำไม มันไม่ถูกดูดละครับ…ไปลองคิดดูนะครับ

พวกมนุษย์ไฟฟ้า พวกนี้ ไม่อยากบอกเลยว่าทำงานกันเป็นอย่างไรบ้าง …เอาเป็นว่าเวลาไฟดับแล้วบอกว่าจะติดเมื่อไหร่ ขอเถอะครับ ให้มันใกล้เคียงกับที่บอกหน่อย หลอกให้ขนขึ้นลง ๕ ชั้นตั้งหลายรอบ พอขนชุดใหญ่จะเสร็จ เหลือนิดหน่อย พึ่งผ่านบ่ายโมงไปไม่เท่าไหร่ ไฟก็มาซะงั้น..ทำกันได้..เหนื่อยนะคคค้าบบบบ..ข้าพเจ้าเอง

Advertisements

เครียดๆ ลอง Splash Mountain ใน Disneyland สิครับ ช่วยได้

August 24, 2008

ช่วงที่ลาเที่ยวต่อ สถานที่เป็นสวนสนุก และเครื่องเล่นที่ชอบสุดๆ ยกให้รายการในหัวข้อเรื่องนี้เลยครับ สุดๆ ในเหล่าเครื่องเล่นที่ได้เล่นทั้งหมดในงานนี้ รูปสวยๆ นี่ต้องขอบคุณทีมงาน เพราะตัดมาจากรูปของทีมงานที่ไปนะครับ

Disneyland Railroad รถรางรอบเมือง นั่งหลังกินข้าวเที่ยงนี้มันง่วงจริงๆนะครับ

Haunted Mansion บ้านผีสิง ให้นั่งรถละสามคน แต่นั่งได้แค่สอง ถ้าจำไม่ผิดผีที่แดนเนรมิตน่ากลัวกลัวเยอะครับ

Pireates of the Caribbean ไปเรือดู Captain Jack Sparrow และพวกพ้อง

Big Thunder Mountain Railroad รถไฟเหาะชนภูผา

Splash Mountain ทั้งเปียก ทั้งสนุก Splash ดีๆจริงๆ ถ้านายช่างผู้ออกแบบ คำนวณผิดไปหน่อยหนึ่ง ตกรถไปจะทำไงเนี้ย ไม่มีอะไรให้เกาะให้มั่นใจได้เลย

Indiana Jones Adventure เล่นมาเยอะ ชักมึนๆ indiana หรือ india chaina  กันแน่

Jungle Cruise นั่งเรือติดไฟเขียวไฟแดง ดูวิธีริมน้ำ มีทั้งคนป่า ปิรันย่า ไดโนเสาร์ น่าถีบคนบรรยายให้ตกน้ำ ช่างทำไปได้

Buzz Lightyear Astro Blasters คนได้ที่หนึ่งในวันนี้ยิงไปได้ไง ล้านกว่าแต้ม บ้าไปแล้ว ยิงแทบตายได้แค่เจ็ดหมื่น

Disneyland Monorail นั่งรถเที่ยวอีกรอบ

 

Space Mountain ออกมามึนตึบๆ ดีนะที่ยังไม่กินข้าวเข้าไปก่อน ออกมามีหวัง อ้วกออกหมด

Star Tours ให้หุ่นกระป๋องมาขับยานอวกาศก็งี้แหละ เกือบไม่รอด

King Arthur Carrousel แย่งเด็กๆเล่น ขี่ม้าหมุน หนุกๆ ดีจัง ถ้าได้ควงปืนแก็บขึ้นไปยิงเล่นด้วยจะมันกว่านี้

Show Whites’s Scary Adventures อันนี้ก็แย่งเด็กเล่น แต่มันน่ากลัวตรงไหนเนี้ย งงงงง จบแล้วหรือ

Peter Pan’s Flight อันนี้รอนานมากๆ มีคนคุมอยู่คนเดียว ยานบินก็น้อยเหลือเกิน ยืนรอเหนื่อยเลย แวบเดียวจบแล้ว

แล้วก็มีเดินเล่นครบทุกย่านทั้ง  Main Street. U.S.A แหล่งชอบปิ้ง

Adventureland ตะลุยแดนป่า

New Orleans Square ที่นี่น้ำไม่ท่วม ไม่มีพายุถล่ม และยังมีเพลงบลูให้ฟัง

Critter Country เดินดูเจ้าหมี Pooh เจ้าเสือ Tigger และเพื่อนๆ มีคนเข้าคิวถ่ายรูปกันเพียบ

Frontierland รู้สึกยังกะเดินใน death valley ร้อนมากๆ

Mickey’s Toontown เมืองนี้สวยสุด น่ายกบ้านมาสักหลัง ไปตอนแดดร่มลมตกพอดี เสียดาย small world ปิด

Fantasyland ย่านนี้คนแก่ๆชอบ มีแต่ของเล่นน่ารักๆ

Tomorrowland เมืองอนาคต รวมถึง Downtown Disney District ชอปชอปอีกรอบ เดินกันขาลาก แถมยังได้ดู Shows & Parades อีก ๓ รายการ

Walt Disney’s Parade of Dreams ดู parade Mickey และชาวคณะบนรถ เต้นกินรำกิน…อุ้ย..ไม่ใช่..เต้นแร้งเต้นกา…ฮาฮา

Fantasmic! เรือไฟ Mickey และชาวคณะ อีกรอบ พร้อมแสงสีเสียง

“Remember…Dreams Come True” Fireworks Specacular จุดพลุทั้งสีและแสง Jingle Bells จะอยู่ได้ไง หนีออกจากปราสาท..ดีกว่า จุดเสร็จค่อยกลับมา…ฮาฮา

คุ้มๆ ค่าบัตรมากๆ ทั้งรายการเครื่องเล่น และการแสดงทั้งหลายแหล่ ที่ได้ดูได้เล่นใน Disneyland Park ที่ Anaheim California ที่เล่นมาทั้งหมด ใน ๑ วัน ช่างทำไปได้ เริ่มตั้งแต่ประมาณ ๙ โมงกว่าๆเกือบ ๑๐ โมง ออกจากหลังจุดพุลก็ประมาณเกือบ ๔ ทุ่ม แทบตายครับ เดินทั้งวันตั้งแต่เช้า ยันมืด ของเล่นก็สนุก ของกินก็อร่อย ใครไปก็อย่าลืมไปลอง ขาไก่งวง นะครับ หอม อร่อย แม้ว่าจะเค็มไปหน่อย กินจนเหนื่อย แน่นพุงกางแล้วก็ไม่หมดครับ

เหนื่อยแต่ก็สนุก เล่นไปเพียบเลยครับ คนก็เยอะนะครับ แต่ละช่องแต่ละเครื่องเล่นต่อคิวกันยาวมากๆ ไม่รู้รอไปได้อย่างไร แต่ก็คุ้มครับ บรรดาเครื่องเล่นทั้งหมดที่เป็นสุดยอดของเครื่องเล่นต้องยกให้รายการนี้ครับ….Splash Mountain สุดยอดจริงๆ ต้องลองไปเล่นดูนะครับ การได้ร้องแหกปาก เป็นการคลาดเครียดได้ดีนะครับ ขนาดกรี๊ดไม่ออกนานแบบข้าพเจ้า ยังแหกปากลั่นไปหมด..ฮาฮา..ข้าพเจ้าเอง

ขุนช้างขุนแผน ในงาน ศิลป์แผ่นดินครั้งที่ ๕

August 17, 2008

ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวานเช้า ได้ไปชมงาน นิทรรศการผลงานชิ้นเอก ของโรงฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

คิดว่าคนทั่วๆไปคงจะชอบงานฝีมือช่างทอง ช่างเงิน ช่างแกะหรือช่างอื่นๆ ในงาน แต่ตัวข้าพเจ้ากลับชื่นชอบงานชิ้นหนึ่งเป็นพิเศษคือ ผ้าปักไหมน้อย “ป่าหิมพานต์” ที่สุด เพราะชอบงานที่ปักได้สอดคล้องกับเนื้อหาจาก เสียงเสภาบรรยาย ตามบทเสภาขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ช่วงที่ขุนแผนบุกถึงห้องนอนขุนช้าง และเห็นม่านปักฝีมือนางวันทอง

เป็นงานปักที่สวยมา ยิ่งได้ฟังบรรยายตามไปด้วย ยิ่งถูกใจ ฟังไปดูไปหลายรอบมาก ไปค้นมากว่าจะเจอสำนวณ ตามหาใน net อยู่ตั้งนาน ไปพบที่ส่วนหนังสือหายากอิเล็กทรอนิกส์ ของหอสมุดธรรมศาสตร์ ดีจริงๆ ลองไป download มาอ่านดูนะครับ บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนความเก่า ตอน ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง พระนคร, โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, 2468. 57 หน้า. อ่านสนุกดีนะครับ คำที่ใช้ในร้องกรองนี่อัศจรรย์บรรเจิดกว่าพวกร้อยแก้วเยอะจริงๆ

เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ความเก่า สำนวณที่ ๒  ตอน ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง คัดลอกพิมพ์มาเฉพาะ ส่วนที่ใช้ปักม่านมาให้อ่านครับ ตรงหน้าที่ ๒๘ ถึง หน้า ๒๙

ม่านนี้ฝีมือเจ้าวันทอง              นั่นก็ฝีมือน้องพี่จำได้
ปักเปนเขาพระเมรุไกร            โตใหญ่สูงเยี่ยมมหิมา
มีรูปรามสูรอสุรี                    ไล่ชิงมณีเมขลา
ปักเปนองค์พระสุริยา              เสด็จคลาล่องโลกชโลธร
ทรงรถโอภาสประหลาทเลิศ       แสนประเสริฐเทียมเทพไกรสร
แล้วปักเปนองค์พระศศิธร         เสด็จจรแจ่มแจ้งจักรพาฬ
รถทิพย์เทียมม้าพลาหก           บุษบกลอยล่องส่องแสงฉาน
แล้วปักพระอินทรจรจักรวาฬ      สำราญทรงช้างเอราวัณ
มีพระมเหษีทั้งสี่นาง                งามสำอางดังหนึ่งแสร้งประสงค์สรรค์
มีเขาวินัตกนั้นเรียงรัน              อัสสกรรณอิสินธรยุคุนธร
แล้วปักเปนไกลาสประหลาทผา    พระอุมากับองค์มหิศร
มีสระอโนดาตอันบวร               พระสี่กรทรงอนันตนาคา
นางลักษณวดีลักษมี                มเหษีบำเรออยู่ซ้ายขวา
มีคนธรรพเทพกินรา                ถัดมาสถานพิมานครุฑ
ทั้งวิทยาธรนารีผล                  ติดต้นไม้ใหญ่ลม้ายสุด
รูปร่างแลกับอย่างมนุษย์           มีสมุทรวารีสีทันดร
ฝูงนาคามัจฉาชล่าโลด             ช้างน้ำดำโดดแลสลอน
ชมพลางทางคิดจิตต์อาวรณ์       เอาดาบซอนรานสานกระจายลง

 งานอื่นๆก็สวยก็เยี่ยมนะแต่ก็ดูก็ฟังผ่านๆ มีชอบอยู่อีกชิ้นสองชิ้นคือ สุพรรณเภตา สวยมาก ต้องไปดู

อีกชิ้นชื่อ สีวิกากาญจน์ ลองไปดูนะครับ

งานอื่นๆก็ใช่ว่าจะไม่สวยไม่เด่นนะครับ ค่าเข้าชมก็ ๑๕๐ บาท ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษาก็ ๗๕ บาท เท่านั้น ไม่แพงหรอกครับ เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์นะครับ รายละเอียดต่างๆไปที่ web site ทางการของงานนี้ได้ที่ http://www.artsofthekingdom.com/ ถ้าไปแถวนั้นแล้วยังไงก็ลองแวะ  พิพิธภัณฑ์แห่งชาติด้วยก็ดีครับ ไม่ไกลกันมากนัก แล้วที่สำคัญอย่างลืมดูชิ้นงานอย่างเดียว จนลืมดูความงามของ พระที่นั่งฯ นะครับ

บ้านเรานี้การจัดการงานแบบนี้ยังขาดความเป็นมืออาชีพด้านนี้อีกมากจริงๆครับ ทั้งผู้ชม ผู้ดูแล ไม่เป็นระเบียบเลยครับ แล้วเรื่องการเข้าคิวอะไรก็เป็นอะไรที่แปลกมาก มีคิวก็แปลกๆ คนฝั่งเอเซียนี่เข้าคิวกันไม่เป็นหรือไงก็ไม่รู้ เห็นไปที่อเมริกา เห็นแต่คนเอเชียนี่แหละ มีคิวที่ไหนเป็นทำมั่วทุกที แย่งกันมั่วมากๆ อายแทนประเทศชาติ

คิวที่นี่ก็เป็นครับ ทั้งส่วนที่อยู่นอกงาน ร้านกาแฟดอยตุงข้างนอก ทั้งส่วนที่ต้องรับเครื่องหูฟังคำบรรยาย ทั้งส่วนขายบัตร โดยเฉพาะส่วนที่ผู้หญิงที่ไม่ใส่กระโปรงมา หรือผู้ชายที่นุ่งสั้นมา ต้องซื้อผ้าคลุม ๔๐ บาท (เอากลับบ้านได้เลย) มาคลุมทับกางเกง นุ่งแล้วตลกมาครับ เพราะแค่สวมทับไปเท่านั้น มันแปลกๆนะครับ

ทำไมไม่ประชาสัมพันธ์งานให้ดีกว่านี่ จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาเลือกผ้าห่มผ้ากัน คนเตรียมงานก้ต้องเตรียมผ้ามาขายอีก วุ่นวายดีแท้ เพราะเห็นต้องเปลี่ยนกันประมาณ ๙ ส่วนใน ๑๐ ของผู้หญิงทั้งหมดเลยครับ ทำให้ต้องเสียเวลารอตอนซื้อบัตรมากๆ

แปลกจริงๆ นุ่งทำไมถึงนุ่งกางเกงขายาวไม่ได้ กฏเก่าแบบนี้ปรับเปลี่ยนไปบ้างก็ได้นะครับ ถ้ากางเกงขาสั้น กระโปงสั้นๆก็ว่าไปอย่าง ข้าพเจ้าเห็นทั้งสาวๆทั้งแก่ๆ พวกนุ่งกระโปรงสั้นๆ เห็นบางคนสั้นมาก กลับเข้าได้ไม่ต้องเปลี่ยน มันแปลกๆนะครับ..ข้าพเจ้าเอง

เช็คคืนภาษีของท่าน ส่งไปรษณีย์แล้ว ตามที่อยู่

August 16, 2008

กลับมาแล้ว ยังไม่ตายนะครับ ก็ต้องเล่น net ซะหน่อย เข้าไปตรวจสอบผลการขอคืนภาษีใน web ของ กรมสรรพากรมา เมื่อครู่ เห็นข้อความใหม่ว่า

“เช็คคืนภาษีของท่าน ส่งไปรษณีย์แล้ว ตามที่อยู่
….
เมื่อวันที่ 04/08/2551
หากยังไม่ได้รับ
โปรดติดต่อ
สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 23
หมายเลขโทรศัพท์”

มีเรื่องที่อยากเขียนถึงอื่นๆ เยอะแยะ ลืมไปก่อนเลย ได้ข้อความเด็ดมา เขียนเรื่องนี้ก่อนละกันครับ

อยู่ที่นู้นแบกเครื่อง notebook ไป internet ก็พอมีให้เล่นได้บ้าง ก็ลองเข้าไปตรวจสอบ ไม่เคยทำได้เลย กลับมาถึงเมื่อวานเย็นๆ เครื่อง delay ด้วย กลับมากรื้อกระเป๋า แยกสมบัติ ซักผ้า กว่าจะได้นอนก็ปาไปสามทุ่มกว่า ตื่นมาตี ๑ ไม่ไหว เช้าไป นอนต่อ ตื่นมาอีกรอบ ตี ๔ ทำนู้นทำนี้ พึ่งเข้า internet เช้านี้ก็ได้รับข่าวดี..ดีดีดี

แหม…ดีใจจริงๆ นะเนี้ย แต่ไม่รู้ว่าได้ครบตามที่ขอหรือเปล่า แต่ช่างมันเถอะครบไม่ครบไม่เป็นไร ขอให้ได้คืนเถอะ รอมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ นี่ปาไปสิงหาคม กรมถอนขนห่านช่างทำงานได้รวดเร็วจริงๆ ให้รอเกือบ ๖ เดือน ไหนบอกว่ารอ ๑๕ วันไงครับ ปีหน้าไม่ยื่นผ่าน internet อีกแล้ว ลากิจ ไปยื่นเองดีกว่าเยอะ บริษัทให้ลากิจได้ตั้ง ๔ วัน ทุกๆปี ปีทั้งปีแทบไม่เคยได้ใช้

วันจันทร์เข้าที่ทำงานวันแรก สิ่งแรกที่ต้องไปดูเลยคือ กองจดหมายที่โต๊ะเลขาแผนก คงได้กองใหญ่เลยละ ก็สิ่งตีพิมพ์ทั้งหลาย หรือไปสมัครอะไรไว้ก็ให้ส่งมาที office ทั้งนั้นนิครับ ส่งมาที่บ้านกลัวหาย ยิ่งเป็นพวกจดหมายลงทะเบียน พวก ems ถ้าส่งมาทีบ้านก็วุ่นวาย ถ้าไม่อยู่บ้าน ก็ต้องไปรับเองที่ไปรยณีย์อีก เสียเวลา ส่งมาที่ทำงานดีแล้ว มีคนจัดการให้ทั้งหมด ดีจริงๆ

ที่ทำงานเป็น mobile office ก็งี้แหละ มี locker ให้เล็กๆ จะไปเก็บอะไรได้ มีอะไรส่งมาก็ต้องกองที่โต๊ะส่วนกลาง ยิ่งช่วงที่ผ่านมาจดหมายเยอะมากจากรายงานประจำปีของบริษัทในตลาด มีหุ้น ๑๐๐ หุ้นไว้ตามข่าวหลายตัว ถ้าส่งมาที่บ้านก็แย่เลย ส่งไปที่ทำงานดีที่สุด มีจดหมายเป็นกองๆเป็นประจำ เพราะที่ผ่านๆมาไม่ค่อยได้เข้าทำงานที่ office บ่อยๆ ส่วนใหญ่อยู่ประจำที่ site งานลูกค้าตลอด เข้าไปครั้งใด ได้จดหมายเป็นกองๆทุกครั้งไป

กองจดหมายรอบนี้ ซองแรกที่จะเปิดคือ ซองคืนภาษี ได้เช็ค ก็ได้เงิน ชดเชย เอามาหนุนค่าใช้จ่าย ค่าโสหุ้ยที่ลาไปเที่ยวได้บ้างก็ยังดี มีกระแสเงินสดไหลเข้ามาอีกก้อน หมุนวงเวียนชีวิตต่อไป ปกติก็โชคดีอย่างนี้เสมอ กระแสเงินสดดี ไม่เคยมีปัญหาเงินสดขาดแคลนเลย..เหอ…ดีใจจัง..เช็คคืนภาษีของท่าน ส่งไปรยณีย์แล้ว ตามที่อยู่..ข้าพเจ้าเอง

หนังสือ สิ่งมหัศจรรย์ อันดับหนึ่งของโลก อีกสักครั้ง

August 2, 2008

ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน ใกล้ไกล โดยปกติ สิ่งที่ยากยิ่งเสมอๆของข้าพเจ้า คือการตัดสินใจเลือกหนังสือสักเล่มสองเล่ม ติดกระเป๋าไปด้วย เนื่องด้วยเวลาต้องไปนั่งรออะไรสักอย่าง เช่น รอล้างรถ รอซ่อมรถ รอรับรอพบคนต่างๆ หรือระหว่างการเดินทางต่างๆที่สามารถอ่านหนังสือได้ แล้วไม่ทำให้รู้สึกอยากอ้วก จำพวก รถไฟ เรือเมล์ เป็นต้น ลิเก ตำรวจ ไม่เกี่ยว เป็นคนประเภทไม่ชอบกับการนั่งรอเรื่อยเปื่อย คิดเฟ้อเจ้อไปเรื่อยๆ

เห็นหลายคนอ่านหนังสือในขณะนั่งรถได้ก็อยากอ่านบ้าง แต่ก็ทำไม่ได้ครับ เลยต้องเปลี่ยนไปฟังแทนครับ เมื่อก่อนก็มีเจ้าพวก sony walkman เป็นคู่ติดหูอยู่เสมอ หลังจากเทคโนโลยีดีขึ้นก็ยิ่งสบายครับ เหลือเครื่องเล็กๆ อย่างที่มีอยู่ตอนนี้ก็มีเป็นเครื่องเดียวสารพัดประโยชน์ เป็นทั้งมือถือ เป็นทั้งเครื่องเล่น mp3 เป็นวิทยุ เป็นนาฬิกา เป็นไฟฉายก็ได้ สารพัดประโยชน์จริงๆ

แต่ไม่ว่าเทคโนโลยีจะดีไปแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดของจำพวกเครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบนี้ก็คือพลังงาน ถ้าหมดไม่ไรละก็จบข่าว จากเครื่องมือสุดไฮเทคก็จะกลายเป็นก้อนภาระเล็กใหญ่ตามขนาด กลายเป็นก้อนหินหนักๆดีๆนี้เอง พลังงานสำคัญกับโลกยุดใหม่มากมายมหาศาล นับวันยิ่งสำคัญมากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ต่างๆคิดค้นวิธีการหาพลังงานมาใช้ การกะเก็บพลังงานเอาไว้ใช้นาน การให้พลังงานทางเลือกมากมาย

วัสดุสิ่งของในโลกนี้ ต่างก็มีวิวัฒนาการไปตลอดเวลา ปรับเปลี่ยนรูปแบบรูปทรง วิธีการใช้งานไปเรื่อยๆ หลายๆสิ่งก็เปลี่ยนไปมาก หลายๆสิ่งก็เปลี่ยนแปลงน้อย เป็นไปตามธรรมดา นับตั้งแต่การเริ่มมีของสิ่งนั้นขึ้นมา เช่นเดียวกับของเปลี่ยนแปลงน้อยอื่นๆ รูปแบบการบันทึกตัวอักษร เพื่อเก็บและถ่ายทอดภูมิปัญญาของมนุษย์ นั้นมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก

นับตั้งแต่มนุษย์รู้จักการประดิษฐ์สัญลักษณ์มาสื่อความต่างๆ การบันทึกก็เริ่มต้น ไม่ว่าจะบันทึกลงบนเนื้อไม้ ใบไม้ สลักไว้ตามก้อนหิน ริมผา ประติมากรรมต่างๆ ยิ่งเมื่อมนุษย์สะสมความรู้เพียงพอในการผลิตกระดาษ สร้างหนังสือได้ การเปลี่ยนแปลงของโลกนี้ก็ถือว่านับเป็นการเปลี่ยนยุคของข้อมูลข่าวสาร ยิ่งต่อมามีเครื่องพิมพ์ ผลิตแท่นพิมพ์มาได้ อย่างของกูเต็นเบริก์ Johannes Gutenberg สามารถสร้างหนังสือมาครั้งละมากๆได้ ไม่ต้องคัดลอกเหมือนในอดีต ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ยิ่งมี internet มี computer มาช่วยยิ่งเปลี่ยนไปกันใหญ่

แต่หนังสือก็ยังเหมือนเดิม เหมือนสมัยที่เริ่มผลิตได้ครั้งหลายพันปีก่อน แค่มีกระดาษ มีสัญลักษณ์ที่คนในกลุ่มใช้สื่อสารกันได้ มีรูปเล่มบ้าง ไม่มีรูปเล่มบ้าง หลังจากนั้นก็ไม่ต้องการอะไรอีก ไม่ต้องใช้พลังงาน จะหยิบจะฉวยมาเมื่อไหร่ก็ได้ ลงมือดูรู้เรื่องสัญลักษณ์ก็สามารถ เฮฮา เศร้าโศก ดีใจ รื่นเริง บันเทิง สรรสาระไปได้ตามบทอารมณ์ของ ผู้ประพันธ์ผู้คิดค้นแต่ละคนได้เหมือนๆกัน ความรู้ที่ได้ก็งอกเงยไปได้เรื่อยๆ ไม่รู้จบ

ครั้งนี้ก็เหมือนทุกๆคราว แต่หลังๆนี้ด้วยประสบการณ์ทำให้ใช้เวลาในการเลือกน้อยลงไปเยอะ เดินทางไกลเริ่มต้นก็ต้องมีหนังสือติดตัว ยิ่งไกลยิ่งต้องมีหลายเล่ม เผื่อทั้งไปและกลับ ครั้งนี้เลือกได้ ๓ เล่ม มีทั้งเล่มที่เคยอ่านแต่ยังไม่จบ เล่มที่ซื้อมาค้างอยู่ในตู้ที่บ้าน และเล่มที่ไปเลือกมาใหม่ไม่กี่วันนี้  ทั้งสามเล่มที่ว่าก็คือ

เล่มแรกคือ Freakonomics โดย Steven D. Levitt & Stephen J. Dubner หรือชื่อไทยว่า เศรษฐพิลึก ฉบับของคุณพูนลาถ อุทัยเลิศอรุณ โดยสำนักพิมพ์ วิเลิร์น

เล่มที่สองคือ The Wonderful Story of Henry Sugar and Six More by Roald Dahl. โดยสำนักพิมพ์ Puffin Books อ่านๆวางๆมาหลายรอบ ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง เลยไม่จบสักครั้ง หวังว่าคราวนี้จะจบ

สุดท้ายกะไว้ให้ขากลับ คือ พระราชพงศาวดาร กรุงศรีอยุธยา ฉบับหมอบรัดแล สำนักพิมพ์โฆษิต เล่มใหญ่สุด ๔๐๐ กว่าหน้า น่าสนุกสุด เล่มนี้ซื้อมาดองไว้นานแล้วเหมือนกัน ได้เวลาอ่านสักที

หนังสือที่ไม่ได้เปิดอ่าน ก็ไม่ต่างอะไรกับก้อนหิน นะครับ กองไว้ก็รกบ้าน ไว้ให้เป็นอาหารของมอด ปลวก หยิบๆมาอ่านกันเยอะๆนะครับ..ข้าพเจ้าเอง

ปล. หนังสือ สิ่งมหัศจรรย์ อันดับหนึ่งของโลก เคยเขียนไว้เมื่อหลายปีก่อนครับ ลองตามไปอ่านดู

วันนี้ทำพินัยกรรมไว้ ไม่กี่ชม.ผ่านไป เกือบต้องเอามาใช้ซะแล้ว

August 1, 2008

ไม่แปลกใจเลยที่พระพุทธเจ้าของว่า ความตาย ความเสื่อมไปเป็นธรรมดาของโลก วันนี้ส่งพินัยกรรมให้แฟนเก็บไว้ ไม่ได้เป็นทางการอะไรหรอกครับ ไม่มีการรับรอง ไม่มีพยาน แค่ร่างบอกไว้ว่า ทรัพย์ที่มีอยู่ ถ้าร่างกายนี้ไม่อยู่แล้ว จะกระจายไปทำอะไรบ้าง จ่ายหนี้อะไร เก็บอะไร บริจาคอะไร ลงทุนอะไรต่อ เสร็จร่างส่ง mail ไปทิ้งไว้เมื่อตอนบ่ายๆ ค่ำหน่อยเกือบได้ใช้ซะแล้ว

พรุ่งนี้จะเดินทางไกล ไปต่างประเทศซะด้วย เกือบไม่ได้ไปแล้ว ทั้งที่พึ่งรู้ตัวเมื่อสัปดาห์ก่อนนี้เองว่าจะถูกส่งไปทำงานต่างๆประเทศ แทนน้องในทีมหนึ่งคน ที่มีเหตุจำเป็นส่วนตัวไม่สามารถไปงานนี้ได้ งานก็ค้างค้างเดิมๆมาก็ต้องรีบสะสาง ที่ส่งต่อได้ก็ต้องกระจายให้ทีมไปมีเยอะแยะ ต้องทำงานดึกๆดื่นๆมาหลายคืน เกือบไม่ได้ไปเที่ยวซะงั้น

ไปทำงานก่อนครับ แล้วอยู่เที่ยวต่อ ทำงานครั้งนี้ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แล้วก็ไม่ได้ไปบ่อยๆด้วย เนื้องานที่ได้รับมา ก็แค่ไปร่วมงานสัมมนา ดูแลลูกค้า และมีประชุมกับฝรั่งมังค่านิดหน่อยประมาณ 1 สัปดาห์ที่ san diego california นู้นครับ เสร็จงานแล้วก็อยู่เที่ยวต่อแถวที่เขาฮิตกันละแวกนั้นแหละครับ ไปแล้วก็ไปอีกได้ ก็อาศัยน้องๆในทีมที่เขาเตรียมการไว้แล้วล่วงหน้า ก็พลอยเขาไปไหนไปด้วย ดีที่รถที่เขาจองไว้ยังพอแทรกตัวไปได้ โชคดีจริงๆ

คนอื่นๆเขารู้ตัวล่วงหน้าเป็นเดือนๆ เขาก็มีเวลาเตรียมการเยอะกว่า ข้าพเจ้ารู้ตัวล่วงหน้าประมาณ 10 วัน ยุ่งน่าดู อาศัยว่าเป็นเด็กบ้านนอก เกี่ยวกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าเรื่องทำอะไรกระทันหัน ต้องไปนู้นไปนี้ เดินทางแบบนี้สบายๆ พอได้อยู่ครับ เรื่องงานก็พอถูกไถไปได้ครับ แต่เรื่องของฝากนี้สิดูท่าทางเหนื่อย รายการสั่งเพียบครับ จากคนที่คุณก็รู้ว่าใคร

ได้ไปคราวนี้ก็ดีเหมือนกันครับ ตั้งแต่มาทำโครงการที่ทำอยู่ตอนนี้ แทบไม่ได้ไปไหนเลยครับ ผมดำๆตอนเริ่มต้น ตอนนี้ขาวหงอกเต็มหัวแล้วครับ อายุก็ยังไม่เยอะเลย.. บอกตัวเองว่าเหมือนไม่เครียด แต่ร่างกายมันคงไม่ไหวครับ แสดงอาการให้รู้เพียบ ทั้งโรคที่เคยบอกว่าเป็นที่คอ คออักเสบ รักษานานสองนานก็ไม่หายนั้นด้วย ตอนนี้รู้โรคที่เป็นแล้วนะครับ ก็ดูแลอยู่ตลอดแต่ก็ไม่หายสักที คราวนี้ได้ไปทำงานไกลๆ ไหนๆก็ไปแล้วทำเสร็จได้ไปพักผ่อนยาวๆบ้างก็ดีครับ เลยลาพักผ่อนต่อไปอีก 1 สัปดาห์ ดีจริงๆครับ

เดินทางไกล ต่างบ้านต่างเมือง เตรียมงานที่ทำด้านหน้าแล้ว เรื่องเที่ยวก็ตามเขาไป เอาเงินไปผลาญเล่นบ้าง ก็ต้องเตรียมการเผื่อคนด้านหลังด้วยครับ คนเราต้องเตรียมพร้อมไว้ เผื่อไม่ได้กลับ จึงร่างพินัยกรรมไว้ซักหน่อย พินัยกรรมก็ไม่มีอะไรมากครับ เพราะรู้เรื่องทรัพย์สิน หนี้สินที่มีดีอยู่แล้ว เพราะทำรายการทรัพย์สินไว้ตลอดทุกๆ ปรับปรุงทุกๆครึ่งปี ก่อนหน้านี้ก็เคยทำบ้าง แต่มาทำจริงๆจังๆมาสองสามปีแล้วครับ ก็ดีนะครับ ไว้มาเล่าวันหลัง ไว้กลับมาจากเที่ยวและยังไม่ได้ใช้พินัยกรรมที่ร่างไว้นะครับ

ไม่รู้เตรียมพร้อมเกินไปหรือเปล่า สวรรค์นรกเลยอยากลองดู ว่าดีจริงหรือเปล่า ทำเสร็จไม่กี่ชั่วโมงเกือบได้ใช้ซะงั้น จริงๆ ไม่มีอะไรมากหรอกเขียนหัวเรื่องให้ดูตื่นเต้นไปงั้นแหละ ก็แค่ประมาทเองครับ ฝกตกๆ ขับรถทางแคบๆ รถสวนกัน เห็นอาการรถคู่กรณีมาแต่ไกลแล้ว ใส่ไฟไปแล้ว มันก็ยังดื้อ ข้าพเข้าก็ดื้อ ก็เลยถูกเฉี่ยวไปนิดหน่อยครับ คู่ขา…ไม่ใช่คู่กรณีคันที่มาชนก็หนีไปตามระเบียบ

โชคดีที่ไม่มีอะไรเสียหายมาก ร่างกายถึงตอนนี้ก็ยังสบายดี มีแค่ง่วงเพราะนอนน้อยมาหลายคืนติดต่อกัน ทรัพย์สินก็แค่รถถูกเฉี่ยวครับ ความเสียหายก็แค่กระจกข้างคนขับ กรอบครอบกระจกด้านหลังหลุด ต้องเสียกระตังค์ไปหาซื้อมาซ่อมครับ..อย่างนี้เขาเรียกว่าเกือบไปไหมครับ..ง่วงเหลือเกิน..ไปเตรียมตัวเดินทางต่อก่อนนะครับ..ข้าพเจ้าเอง