โป้ง-แปะ ครั้งที่ ๑,๐๐๐

วันนี้ได้ไปทำบุญและฟังธรรมหลวงพ่อปราโมช ที่ศาลาลุงชินมาครับ ได้ฟังธรรมมา ก็คงมีบุญอยู่บ้าง เอาบุญมาฝากครับ แล้วก็เอาบทความจากคอลัมน์ หนูน้อยอารีย์ นิตยสารบ้านอารีย์ฉบับที่ ๑๑ ที่เขาแจกมาฝากครับ ก่อนจะพิมพ์กะว่าจะตาม link ไปคัดลอกมาง่ายๆ ปรากฏว่า http://www.baanaree.net/mag.php ตามไปแล้ว ไม่มีหน้าที่ต้องการลอกมา ทำไมมาลืมหน้านี้ได้ไม่เข้าใจเลย แต่ไม่เป็นไรครับ พิมพ์ใหม่ก็ได้ ง่ายๆ สบายๆ อยู่แล้ว ตามนี้เลยครับ

เสียงรถเก๋งที่เคลื่อนเข้ามาจอดตรงบริเวณโรงรถได้ยินเข้าไปถึงด้านใน ทำให้เด็กหญิงหน้าขาว ตาใส ชวนเอ็นดู วัย ๔ ขวบ ที่ชื่อ “ต้นข้าว” รีบผลักประตูบ้านพรวดพราดออกมา มองคุณแม่กำลังก้าวลงมาจากรถ พร้อมเสียงทักทาย

“นับแล้วนะ..หนึ่ง..สอง..”

แม้ไม่ค่อยเหมือนคำทักทายทั่วไปสักเท่าไหร่ แต่หนูน้อย “ต้นข้าว” กลับจำได้ดีรอยยิ้มเปิดกว้างบนหน้าใสน้อยๆนั้นพร้อมกับเสียงร้อง “วิ้ด..ดด” อย่างดีใจ หันหลังวิ่งจี่กลับเข้าไปในบ้าน พร้อมกับตะโกนออกมา

“อย่างเพิ่งนับแม่..อย่างเพิ่งนับ ซ่อนก่อนค่ะ”

ด้านหลังโซฟาตัวใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากผนังประตูห้องรับแขก เป็นช้องพอเหมาะสำหรับตัวคนขนาดกะทัดรัด โดยข้างๆมีม่านห้อยลงมาจดพื้น สามารถเอามาคลุมตัวได้มิด จึงไม่มีตรงไหนในบ้านจะปลอดภัยไปกว่าบริเวณนี้แน่ๆ

“เก้า..สิบ..เอาละนะ”

ไม่มีเสียงขานรับ แปลว่าถึงเวลาแห่งการค้นหา ขณะที่เท้าผู้เป็นแม่ย่างก้าวเข้ามาใกล้ๆ หูเล็กๆทั้งสองข้างเงี่ยฟังตลอดเวลาด้วยความตื่นเต้นระทึกขวัญ

“อยู่ไหนเอ๋ย แม่รู้แล้วในห้องน้ำแน่ๆ” เสียง “เอี๊ยด” ของประตูห้องน้ำ “ไม่มี..เอ๊ะ อยู่ไหนน้า!! ใต้โต๊ะกินข้าวแน่ๆ..ก็ไม่มี”

ต้นข้าวแอบลอบยิ้มอยู่ภายใต้ชายผ้าม่านที่คลุมศรีษะเอาไว้ ทันใดนั้นคุณแม่ก็ยื่นหน้ามามองด้านหลังโซฟา พร้อมกับเอื้อมดึงผ้าม่านออกรวดเร็ว “โป้ง ต้นข้าว” เด็กหญิงหัวเราะร่าอย่างชอบใจ “ทำไมหานานจังค่ะ คุณแม่ไม่รู้เหรอว่าต้นข้าวซ่อนอยู่ตรงนี้”

“คุณพ่อขา ทำงานเสร็จรึยังคะ” ผู้เป็นพ่อนั่งหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ พอได้ยินเสียงแจ้วๆ ของลูกสาวตัวน้อย จึงเปลี่ยนท่าทางเป็นก้มหน้าปิดตามตนเองฟุบลงกับโต๊ะ “นับแล้วนะ..หนึ่ง..สอง”

ต้นข้าวร้อง “วิ้ด..ดด” อย่างดีใจ หันหลังวิ่งจี๋ไปที่ด้านหลังโซฟา “อย่าเพิ่งนับ..อย่าเพิ่งนับ ซ่อนก่อน”

เท่าของคุณพ่อเดินเข้ามาเฉียดช่องว่างระหว่างโซฟากับผนัง ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นอย่างตั้งใจ โดยแกล้งผ่านไปมา เสมือนผ้าม่านที่คลุมอะไรสักอย่างด้านหลังโซฟานั้นมันเป็นปกติซะจนไม่น่าสงสัย

“ตึ๊กๆตึ๊กๆ..ตึ๊กๆตึ๊กๆ..” ต้นข้าวใจเต้นระทึก แง้มผ้าม่านที่คลุมศรีษะอยู่ลอบมองออกมา และยิ้มด้วยความดีใจ ก่อนจะพรวดพราดออกมาเอื้อมมือแตะขาคุณพ่อ

 “แปะ!!”

ทุกครั้งที่พ่อหรือแม่เอามือปิดตาตนเองแล้วเริ่มนับเด็กหญิงต้นข้าวจะรีบวิ่งเข้าไปแอบยังที่ซ่อนเดิมๆด้วยความตื่นเต้นดีใจ แม้ว่ามันจะเป็นการเล่นซ่อนหาครั้งที่สิบ ร้อย หรือครั้งที่หนึ่งพันแล้วก็ตาม เธอก็ยังคงสนุกสนานได้ราวกับเหมือนว่าเพิ่งเคยเล่นเป็นครั้งแรก

“นับแล้วนะ..หนึ่ง..สอง..”

สิ่งที่น่าเบื่อมากๆ อย่างหนึ่ง คือการใช้ชีวิตแบบซ้ำๆซากๆ ทำงานซ้ำๆ เจอเรื่องราวซ้ำๆ เหมือนกันทุกวัน จนบางทีอยากจะหนีชีวิตแบบนี้ไปให้ไกลๆ โดยลืมความรู้สึกดีๆ เมื่อครั้งต้องเริ่มต้นกับมันไปอย่างหมดสิ้น แต่มีบางคนสามารถสนุกตื่นเต้นกับเรื่องที่ทำซ้ำๆทุกวัน ทุกเวลา ได้โดยไม่รู้สึกเบื่อ ราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

จงมีความสุขอยู่กับปัจจุบันขณะ

เมื่ออ่านจบรอบแรกขณะรอหลวงพ่อเทศน์ ก็คิดไว้เลยว่าต้องเอามาบอกต่อ ขอบคุณกับปัจจุบันดีๆ แต่แค่ไม่ถึงสองชั่วโมงนับจากที่ได้อ่าน ก็กลับลืมสิ้น ความสุข ปัจจุบันอะไร หายหมด

ขณะขับรถกลับ รถติดมาก กว่าจะออกจากปากซอยได้ใช้เวลาสี่สิบกว่านาที ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ารถต้องติดแน่ๆ ก็คนมากมายขนาดนั้น ขับรถมาเองเกือบทั้งนั้น ตอนออกมาก็ปล่อยให้คนอื่นๆออกไปก่อนหน้าพักใหญ่แล้วก็ตาม ขณะที่ขับไปหยุดไป ก็เก็บงำอารมณ์เสียเอาไว้ เมื่อผ่านมาได้ก็รีบร้อนเอาเป็นเอาตาย ทั้งๆที่ไม่รู้จะรีบไปทำอะไร เจอรถคันไหนขับช้าๆเก้งๆก้างๆก็บีบแตรไล่เขาไปทั่ว

เจออยู่คันหนึ่งขับช้าแล้ว ไม่รู้ทำอะไรกัน หรือมัวแต่นั่งโม้กันอยู่ในรถก็ไม่ทราบได้ ขับช้าแล้วก็มาอยู่เลนขวา เลนซ้ายก็ว่างโล่ง ไล่ก็ไม่ยอมหลบ ขับตามมาก็นาน ชาวบ้านชาวเมืองก็ฉีกออกไปหมดแล้ว ในที่สุดอารมณ์การรอก็ถึงจุดสิ้นสุด ปาดซ้าย แล้วก็ปาดขวากลับทันที ฮาฮา ก็เจอทั้งแตรทั้งเปิดไฟไล่ มาโกรธที่ตัดหน้า ก็ไม่สนใจ รู้คิดทันอารมณ์ก่อนปาดด้วยแต่กายสั่งหักพวงมาลัยไปแล้ว ห้ามไม่ทัน ช่างมัน ก็อารมณ์ดีเร่งเครื่องวิ่งฉิวมาอย่างสบายใจ

ขับมาซะไกล ถึงหน้าห้างแห่งหนึ่งรถติด ปรากฏว่ารถคู่เวรคู่กรรม เร่งเครื่องตามมาติดอยู่ข้างๆด้วย ทั้งๆที่วิ่งช้าๆอย่างนั้นไม่น่าจะตามทัน เจอบีบแตรก็ต้องหันไปดู พี่แกคงโกรธหน้าดู เลยซิ่งตามมาตลอดทาง ทำท่าทาง ชี้มือชี้ไม้ บริกรรมคาถาให้พรชุดใหญ่ แม้ว่าจะไม่ได้ยิน แต่ก็รับรู้ได้ถึงความบ้าคลั่งของคนโกรธได้ ถึงมีเหตุการณ์อารมณ์ไม่ทันยั่งคิดได้บนหน้าหนังสือพิมพ์ได้บ่อยๆ เมื่อรับความความรู้สึกได้เต็มๆ ก็กลายเป็นทุกข์ขึ้นมาทันที..ขณะนั้นเกิดอารมณ์ขึ้นมามากมาย โชคดีที่พี่แกเลี้ยวต่อไปอีกทางไม่อย่างนั้น..

ขอโทษครับ วันหลังจะไม่ทำอีกแล้วครับ..ความสุขอยู่กับปัจจุบันขณะ..ไม่ง่ายเลย…ข้าพเจ้าเอง

……………….

ข้อมูลเพิ่มเติมครับ  

“บ้านอารีย์” เริ่มต้นจากการเป็นสถานที่ทำงานของกลุ่มญาติธรรมที่มีใจอุทิศทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา จากจุดเริ่มต้นที่เป็นสถานที่ทำงานเบื้องหลัง โดยเปิดให้ผู้สนใจอื่น ๆ เข้ามาศึกษาสื่อที่นำมารวบรวมเพื่อทำงานนั้น  ได้ขยายวงได้ก่อประโยชน์กับชุมชนจนพัฒนาขึ้นเป็นห้องสมุดธรรมะ จนปัจจุบันได้พัฒนาไปเป็นมูลนิธิ ในนาม มูลนิธิบ้านอารีย์

วัตถุประสงค์ของมูลนิธิบ้านอารีย์
๑. เป็นไปโดยการส่งเสริมและสนับสนุนในการเผยแผ่พุทธศาสนา
๒. ส่งเสริมด้านวัฒนธรรม
๓. เป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์
๔. ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
๕. ไม่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด

Tags: , , , ,

6 Responses to “โป้ง-แปะ ครั้งที่ ๑,๐๐๐”

  1. Anonymous Says:

    เคยได้ยินมั้ย
    The Present is a gift, Man, That is why it is called the Present.

  2. กูรูขอบสนาม Says:

    อ้อ..คำคมๆข้างบนของกูรูเอง
    มือเผลอกดส่งไปยังไม่ได้เซ็นต์ Approve
    ขอประทานโทษด้วย อุอุ

  3. กูรูขอบสนาม Says:

    เอาฉบับเต็มไปเลย จะได้รู้ที่มาที่ไป

    The Present
    Author Unknown

    Imagine there was a bank that credited your very own account each morning with a large sum of money. But, it carried over no balance from day to day. Every evening it deleted whatever part of the balance you failed to use during the day.

    What would you do? Draw out all of it, of course!

    Each of us has such a bank. Its name is – Time.

    Every morning, it credits you with 86,400 seconds. Every night it writes off, as lost, whatever of this you have failed to invest to good purpose. It carries over no balance. It allows no overdraft.

    Each day it makes a new deposit for you. Each night it burns the remains of the day. If you fail to use the day’s deposits, the loss is yours. There is no going back. There is no drawing against the “tomorrow.”

    You must live in the present on today’s deposits. Invest it so as to get from it the utmost in health, happiness, and success!

    The clock is running. Make the most of today. And remember that time waits for no one.

    Yesterday is history. Tomorrow is a mystery. But today is a gift. That’s why it’s called The Present!

  4. dcopywriter Says:

    ขอบคุณครับพี่กูรูฯ
    เห็นข้อความพี่แล้ว ทำให้นึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งในตู้ ไปรื้อมาแล้วครับ

    “The Present” The Gift that Makes You Happy and Successful at Work and in Lift

    by Spencer Johnson the Author of “Who Moved My Cheese?”

    ใครไม่เคยอ่านแนะนำนะครับ เล่มเล็ก ทำให้อ่านจบได้ง่ายๆครับ

    ตัดมากระตุ้น

    Once there was a boy, who listened to a wise old man, and thus began to learn about The Present.

    The old man and the boy had known each other for more than a year, and enjoyed talking together. One day the old man said, “It is called simply ‘The Present’ because, of all the gifts you might receive, you will find this present is the most valuable one of all.”

    “Why is it so valuable?” the boy asked.

    The old man explained. “Because when you receive this gift, you become happier and better able to do whatever you want to do.”

    “Wow!” the little boy exclaimed, although not fully understanding. “I hope someone gives me The Present someday. Maybe I’ll get it for my birthday.”

    Then the boy ran off to play.
    The old man smiled.
    …..
    …..
    …..
    “Is The Present like a magic wand that can make all my wished come true?”
    “No,” The old man answered with a laugh…….
    ….
    ….
    “The Present is a gift you give to yourself. Only you have the power to discover what it is,” the old man explained.
    The teen was disappointed with the answer and left the old man.
    ….
    ….
    “When you are fully engaged in what you are doing your mind doesn’t wander and you are happy.” the old man had said. “You are intent only on what is happening at the moment.”
    ….
    ….
    The Present Is Not The Past And It Is Not The Future.

    The Present Is The Present Moment!

    The Present Is Now!

  5. moodee Says:

    ชอบคำที่เขียนข้างบนเกี่ยวกับ present ค่ะ
    ปัจจุบันขณะเป็นสิ่งที่อยู่กับเราเสมอ แต่เรามักจะมองไปข้างหน้า
    หันไปข้างหลัง จนลืม ลืมของขวัญชิ้นสำคัญที่อยู่กับเราเสมอ
    แล้วทำให้มันดีๆ ในเวลานั้นๆ จะได้ไม่่ให้วันข้างหน้าย้อนมา
    เสียดาย ไม่ต้องกังวลว่ามันจะดีรึปล่าวอีกในวันที่ยังไม่มาถึง

  6. dcopywriter Says:

    สวัสดีครับ คุณ moodee ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
    คนเราส่วนใหญ่ โดยปกติก็จมอยู่กับอดีตแล้วก็ฝันถึงอนาคต
    น้อยคนที่จะอยู่กับปัจจุบันได้

    ยิ่งปัจจุบันขณะ ยิ่งไปกันใหญ่ จะมีสักกี่คนกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: