รถไฟไทย ฉึกๆฉักๆ ยึกๆยักๆ ไม่พัฒนา ถ้า ร.๕ ทรงทราบได้คงเสียพระทัยมาก

                             R5_200.jpg

เห็นข่าวตัวเรือดบนรถไฟแล้ว ถ้าในหลวงรัชกาลที่ ๕ ทรงทราบได้ พระองค์คงต้องเสียพระทัยมากๆ ที่การรถไฟไทย ทำงานกันไม่เป็นระบบ ไม่พัฒนา มีแต่ปัญหา ถ้านับตั้งแต่พระองค์ทรงตั้ง กรมรถไฟ ในเดือนตุลาคม ๒๔๓๓ ถึงวันนี้ ๒๕๕๑ ผ่านมา ๑๑๘ ปีแล้วนะครับ

เสียดายเวลาที่ผ่านมานัก ดูประวัติการรถไฟ พระมหากษัตริย์ไทยและเหล่าเสนาบดี ที่ผ่านมาบริหารได้อย่างดียิ่ง ทั้งตัดเส้นทาง พัฒนาเส้นทางใหม่ ปรับปรุงคุณภาพนู้นนี้มาตลอด อันนี้นับเฉพาะก่อนการเปลี่ยนการปกครองมาเป็นระบบประชาธิปไตยเท่านั้น นะครับ เพราะหลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองมาแล้วดูเหมือนการรถไฟจะถูกแช่แข็งตลอดมานับแต่บัดนั้นถึงบัดนี้

    HistoryTrain_400.gif

ได้แต่บอกว่าขาดทุน ขาดทุน ขาดทุน ซ้ำๆซากๆอยู่ได้ทุกๆปี อ้างไปสาระพัด ที่ควรทำไม่ทำ มีผู้บริหารเก่งแต่เรื่องตั้งงบประมาณ จัดซื้อ เอามากองไว้เต็มไปหมด เก่งแต่เอาหินปูราง ปรับปรุงราง ทาสี ทำป้ายสถานี พนักงานก็เลียแข้งเลียขาบ้าง ขัดแข้งขัดขากันบ้าง หวังแต่ผลประโยชน์ส่วนตนของหน่วยงาน ของพนักงาน แล้วผลประโยชน์ของประชาชนละเคยดูกันบ้างไหม เหอะๆ การรถไฟที่อื่น ถ้ารถไฟเขาถ้าสามารถทำรางวิ่งไปดวงจันทร์ได้ เขาทำไปถึงหมดแล้ว

ดูรถไฟของญี่ปุ่นสิครับ เริ่มก่อนเราไม่นาน ไม่กี่ปีเขาไปไหนต่อไหนกันแล้ว อยากรู้ก็ตามไปดูประวัติการรถไฟของญี่ปุ่นก่อนนะครับ รถไฟสายแรกของเขาคือ 1872 – Opening of Japan’s first railway between Shimbashi (Tokyo) and Yokohama นับเป็นปีไทยก็ ๒๔๑๕ อย่างนั้นดูสายแรกของไทยบ้างครับ ยกประวัติมาทาง web การรถไฟ

“ในปี พ.ศ.๒๔๓๙ การก่อสร้างทางรถไฟสาย กรุงเทพฯ – นครราชสีมา สำเร็จบางส่วนพอที่จะเปิดการเดินรถได้ ดังนั้น ในวันที่  ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๔๓๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟ ระหว่าง สถานีกรุงเทพ – อยุธยา ระยะทาง ๗๑ กิโลเมตร  และเปิดให้ประชาชนเดินทางไปมาระหว่าง กรุงเทพ – อยุธยา ได้ตั้งแต่วันที่  ๒๘ มีนาคม พ.ศ.๒๔๓๙ เป็นต้นไป ในระยะแรกเดินขบวนรถขึ้นล่องวันละ ๔ ขบวน มีสถานีรวม ๙ สถานี คือ สถานีกรุงเทพ บางซื่อ หลักสี่ หลักหก คลองรังสิต เชียงราก เชียงรากน้อย บางปะอิน และกรุงเก่า”

ดูสิครับต่างๆกันแค่ ๒๔ ปีเท่านั้นเอง แต่ดูรถไฟไทย เทียบกับรถไฟญี่ปุ่นสิครับต่างกันขนาดไหน เขาพัฒนาไปไกลมาก นี่ไม่นับว่าญี่ปุ่นผ่านสงครามใหญ่ๆ มานับไม่ถ้วน เป็นผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่ ๒ แล้วดูอย่างไทย ประเทศที่เอาตัวรอดมาได้แบบหวุดหวิดสิครับ คนไทย ข้าราชการไทย รัฐวิสาหกิจไทย ก็ดีแต่ปากกันเป็นส่วนใหญ่ เก่งแต่เรื่องเอาตัวรอด ได้หน้า ได้ตา ประแป้ง ปลูกผักชี เช้าชาม เย็นครึ่งชามกันเป็นปกติ ที่เห็นมาหน่วยไหนๆก็เหมือนกันหมด

มาดูที่เฉพาะรถไฟไทย แต่ละตู้ แต่ละขบวน หัวจักรก็อีก อายุใช้งานไม่รู้กี่สิบปี ดีแต่ซื้อของเก่า มือสองมาใช้ แถมยังไม่ปรับปรุงอีก ปล่อยให้ผุๆพังๆ สกปรกก็งั้น ช้าก็อีก ตรงเวลาก็นานปีเจอครั้ง รถแอร์ก็กลายเป็นตู้อบก็บ่อย รถร้อนก็เขอะไปหมด ห้องน้ำห้องท่า ก็ดูไม่ได้ มีที่ไหนยังให้ปล่อยให้ของเสียทั้งหลาย ลงรางโดยตรงอยู่อีก ระบบจองตั๋วก็ต้องรอ ๖๐ วัน ทำไมต้องรอด้วย สถานีหัวลำโพงก็งั้นแหละ ติดแอร์ทำใหม่ก็ไม่เห็นจะดีขึ้น มาเฟียเต็มไปหมด ดูเหมือน.แตะไปตรงไหนก็มีแต่ไม่ดีไปเสียหมด..แล้วที่บ่นมาก็เรื่องจริงทั้งนั้น

นี้ไม่นับทรัพย์สินที่มีมากมายก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นที่ดิน มีมากมายทั่วประเทศ ตลอดรายทางรถไฟ ซึ่งส่วนใหญ่ถึงตอนนี้ที่เหล่านั้น โดยเฉพาะตามสถานีใหญ่ๆ ของแต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอ ทั้งหมดอยู่ในใจกลางเมืองทั้งสิ้น เฉพาะในกรุงนี้ก็นับไม่ถ้วน แต่ที่ดินเหล่านั้นการรถไฟก็แทบจะไม่ได้พัฒนาอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันเลย

แล้วนี้..ข้าพเจ้ามีกำหนดการที่จะใช้บริการรถไฟเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดในเดือนหน้า ทั้งวางแผนและจองตั๋วไว้นานมาแล้วยังไงก็ต้องใช้บริการละครับ ก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขบวนการเรือดยังอยู่อีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ และในฐานะที่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาที่ เป็นลูกค้าคนหนึ่งที่ใช้บริการมาตลอด แม้หลังๆจะไม่ได้ใช้บริการมากก็เถอะ ขอบ่นหน่อยเถอะครับ เท่าที่เห็นมา รถไฟไทยไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยที่ได้เรื่องเลยสักอย่างจริงๆ

วันๆไม่รู้ผู้บริหารที่นี้ทำอะไรกัน อยากรู้จริงๆ รัฐวิสาหกิจชั้นนำ ผูกขาดมีเจ้าเดียวทั้งประเทศ งานพัฒนาโครงสร้างหลัก คนรุ่นก่อนเขาก็ทำมาให้ดีแล้ว แค่บริหารให้ดีขึ้น บริการให้เด่น งบประมาณก็เยอะ รายได้ก็มาก แต่ต้องมากผูกขาดขายทุนด้วยไม่รู้จะพูดแก้ตัวได้อย่างไร ไม่อยากจะโทษอะไรมาก ดูเรื่องโกงกิน..ก่อน..ไม่อยากจะพูด เดี่ยวจะว่ามากล่าวหากัน ใครทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจ

หน่วยงานอย่างนี้ต้องปรับปรุง ควรแปรรูป จะแปรรูปแบบเข้าตลาดหลักทรัพย์หรือไม่เข้าก็แล้วแต่ผู้ปกครองประเทศเค้า งานด่วนที่ต้องทำเลยมีเยอะแยะมากมาย ไม่ใช่จะมายุ่งแต่เรื่องทำรางคู่ เห็นโครงการมาไม่รู้กี่สิบปีแล้ว ไม่เห็นได้เรื่องตรงไหน เรื่องค่าเช่าเซ็นทรัลก็อีก จะน้อยจะมาก จะเอาของจุฬาฯ เอามาบุญครองมาเปรียบเทียบอะไรก็ตามใจเถอะ จะทำอะไรก็รีบทำเข้าเถอะ อย่ามัว ฉึกๆฉักๆอยู่วันๆแบบนี้อีกเลย..แย่จริงๆ..ข้าพเจ้าเอง

Tags: ,

2 Responses to “รถไฟไทย ฉึกๆฉักๆ ยึกๆยักๆ ไม่พัฒนา ถ้า ร.๕ ทรงทราบได้คงเสียพระทัยมาก”

  1. pdy Says:

    เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่แปลก ๆ อยู่ว่าจัดการบริหารยังไงถึงขาดทุนได้อยู่เรื่อย ๆ แล้วก็ไม่มีการพัฒนามาตั้งแต่สมัยครั้งกระโน้น ผมว่ามันเป็นการเดินทางหลักของประเทศ มันควรจะเป็นอะไรที่พัฒนามากกว่านี้

  2. nay Says:

    ก็อย่างว่า ครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: