เศรษฐกิจเศษสตางค์

นโยบายนี้คงไม่ได้ช่วยระบบเศรษฐกิจอะไรมากนัก เป็นเพียงเฟืองเล็กๆ ไม่รู้จะเดินได้นานแค่ไหน และคนไทยๆเราคงไม่ชอบเศษสตางค์กันเท่าไหร่ ไม่ค่อยเห็นคุณค่าของเศษเงิน ดูจากคนรอบข้าง ไม่ว่าใคร เห็นเศษสตางค์ทีไร รีบบอกฝ่ายตรงข้ามกับเรา เป็นพัลวันทันทีว่าของเป็นแบงค์นะ หรือไม่ก็ขอเหรียญสิบตลอด

เหรียญห้า เหรียญสอง เหรียญบาท ก็อิดออดไม่อยากได้ เหรียญห้าสิบสตางค์ ยี่สิบห้าสตางค์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ต่อให้รวมสลึงให้ครบบาท ยังไม่มีใครอยากได้เลยครับ ยกเว้นไว้แต่รถเมล์เขียวเล็กนรกยกล้อ ที่อยากได้บ้างเป็นบางโอกาส ที่เหลือก็กองอยู่ที่บ้าน บ้านข้าพเจ้าละหนึ่งในนั้น นิยมเก็บเหรียญมาตั้งแต่เล็กๆ

จะเอามาให้แม่ค้าพ่อค้าใช้ ไว้ขึ้นสินค้าครั้งละสลึง หรือหน่วยบาท แทนจะเป็นหน่วยห้าบาท สิบบาท จะไหวหรือครับ สินค้าอื่นอาจจะได้ แต่ถ้ามาใช้กับแม่ค้า ขายข้าวขายแกง คงไม่ทันแล้ว เพราะแถวที่ข้าพเจ้าอยู่ขึ้นไปเรียบร้อยแล้วครับ ห้าบาท ขาดตัว ห้ามต่อรอง

จะมาคุมราคาเหรอครับ ราคานะคุมได้แน่ครับ ถ้าจะคุม แล้วคุณภาพละครับจะคุมยังไง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าไปสั่งข้าวแกงพื้นฐาน เช่น ข้าวราดไข่พะโล้ ถ้าคุมราคาไว้ สงสัยคงได้กินวิญญาณหมูและน้ำพะโล้ ไข่ก็ใช้วิธี เพ่งไข่ในหม้อแล้วจำรูปเอาไว้ ได้ข้าวแล้วก็หลับตานึกถึงภาพไข่ แล้วก็กินข้าวตามไป อาศัยอิ่มอกอิ่มใจ เพราะเกรงใจกระเป๋าแทนอิ่มท้อง จะมีสักกี่คนจะทนไหว

เอาเถอะ อย่างน้อยก็คงจะช่วยจิตสำนึกได้บ้าง มีผลทางจิตใจ ให้พ่อค้าแม่ขายมีจิตสำนึกในการขึ้นราคาได้บ้าง ข้าพเจ้าในฐานะนักสะสมเหรียญคนหนึ่งชอบยิ่งนัก เพราะเป็นคนหนึ่งที่ชอบเหรียญ ไม่เคยขาดแคลนเหรียญ นิยมเก็บเศษเหรียญเอาไว้ในกระเป๋านู้นนี้เป็นประจำ  บางวันในตัวรวมทุกกระเป๋าอาจมีเศษเหรียญร่วมร้อยบาท ใช้ไม่หมดเดี่ยวนี้ไม่ได้หยอดกระป๋องออมสินแล้ว ก็ยังเก็บไว้ ใส่ถ้วยใส่แก้ว ไปตามสมควร รุ่งขึ้นก็หยิบบางส่วนออกไปใช้ใหม่เป็นปกติประจำวัน

ถ้ามีเยอะมากๆก็หยิบเอาไปใช้เยอะหน่อย แต่ก็ไม่ค่อยมีคนอยากได้ครับ แปลกจริงๆ เงินทั้งนั้น ราคาหน้าเหรียญก็มี ชำระหนี้ได้ตามกฏหมาย แต่ไม่มีใครอยากได้ มีนโยบายนี้มาก็ดีหน่อย จะได้มีคนรับและเก็บเหรียญเยอะๆบ้างดีครับ โดยเฉพาะเหล่าโชเฟอร์แท็กซี่จะได้มีทอนบ้าง ชอบอ้างเรื่อยว่าไม่มีเหรียญ ขอปัดขึ้นตลอด แต่งานนี้ใช้ก็ข้าพเจ้าไม่ได้หรอกครับ เพราะข้าพเจ้าเหรียญเยอะ ถ้าคันไหนขับไม่ดีก็ อย่าหวังว่าจะได้ปัดขึ้นเลย เอาเหรียญไป..มีเยอะ..ไม่ต้องทอน

ใครชอบไม่ชอบไม่รู้ละ แต่ข้าพเจ้าว่านโยบายนี้ เหล่าขอทานทั้งแบบไทยๆและแบบนำเข้าไม่ชอบแน่ ไม่น่าเชื่อนะครับว่าประเทศไทย ทำอาชีพอะไรก็รายได้ดีไปหมด ขนาดขอทาน ยังต้องนำเข้าโดยเฉพาะในกรุง ส่วนใหญ่ที่เห็น เป็นขอทานนำเข้า เข้ามาแข่งขันมาก ขอทานไทยๆเขาแย่อยู่แล้ว คงไม่ชอบนโยบายนี้แน่นอน แล้วยิ่งมีเหรียญเล็กๆออกมาเยอะแบบนี้ อัตรารายได้คงลดลงอีกโขอยู่ เพราะแทนที่ส่วนใหญ่จะได้ครั้งละอย่างน้อยๆก็สิบบาท ห้าบาท คราวนี้เหรียญส่วนใหญ่ที่ได้คงเปลี่ยนเป็นเหรียญสองบาท หนึ่งบาทแทน งานนี้เกิดเขาออกมาประท้วงกันหน้าทำเทียบละก็ คงได้ทันทึกเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าของประทศชาติละครับ..ฮาฮา..ข้าพเจ้าเอง

Tags: ,

2 Responses to “เศรษฐกิจเศษสตางค์”

  1. 1001ii Says:

    เงินหดค่าลงเรื่อยๆ อีกหน่อยคงมีการยกเลิกเหรียญสลึง และแบงค์ยี่สิบต่อไปจะกลายเป็นเหรียญยี่สิบ

    คนไทยขี้สงสารครับ ตลาดขายความน่าสงสารเป็นตลาดที่ใหญ๋มากๆ ปีหนึ่งนับหมื่นๆ ล้าน อุปทานในประเทศไม่พอ เลยต้องนำเข้า

  2. dcopywriter Says:

    งานนี้เหรียญยี่สิบ คงต้องรออีกสักพักใหญ่ครับ เพราะนโยบายนี้เขาจะออกเหรียญสลึงมาอีก

    ตลาดนี้ใหญ่จริงๆครับ เมื่อวันสองวันนี้ พึ่งเห็นบุกตลาดมาเปิดสาขาใหม่ที่หน้า office ผมด้วย ไม่คิดว่าจะได้เห็นเลยครับ เท่าที่สังเกตุดูสาขานี้ นำเข้า ครับ รายได้ ทำยอดได้ไม่ธรรมดาเลยครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: