สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า สยามานุสสติ

king_rama6

Siamanusati

สยามานุสสติ เป็นคำโคลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๑

๏ รักราช จงจิตน้อม       ภักดี ท่านนา
รักชาติ กอบกรณีย์       แน่วไว้
รักศาสน์ กอบบุญตรี       สุจริต ถ้วนเทอญ
รักศักดิ์ จงจิตให้       โลกซร้อง สรรเสริญฯ 
๏ ยามเดินยืนนั่งน้อม       กะมล
รำลึกถึงเทศตน       อยู่ยั้ง
เป็นรัฎฐะมณฑล       ไทยอยู่ สราญฮา
คนถนอมแน่นตั้ง       อยู่เพี้ยง อวสานฯ 
๏ ใครรานใครรุกด้าว       แดนไทย
ไทยรบจนสุดใจ       ขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล       ยอมสละ สิ้นแล
เสียชีพไป่เสียสิ้น       ชื่อก้อง เกียรติงามฯ 
๏ หากสยามยังอยู่ยั้ง       ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง       ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง       ไทยอยู่ ได้ฤๅ
เราก็เหมือนมอดม้วย       หมดสิ้น สกุลไทยฯ  

ต่อมาได้พระราชทานแก่ทหารอาสาสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๑ ด้วยและต่อมาครูนารถ ถาวรบุตร นำโคลงนี้มาแต่งเป็นเพลงมาร์ช หรือเพลงปลุกใจ ที่เราๆท่านๆคุ้นเคยกันดี โดยเอามาเฉพาะบทที่ ๓ และ ๔ มาสลับตำแหน่งใหม่

ข้าพเจ้ายกเรื่องนี้มาเพราะสองประเด็น คือ เนื่องจากไปเที่ยวงานรำลึก ๑๐๐ ปี พระราชวังสนามจันทร์ที่พระองค์ท่านได้สร้างไว้เผื่อเป็น เมืองหลวงใหม่ถ้ามีสงคราม และใช้ฝึกรบเสือป่า ทหารหรือลูกเสือชาวบ้าน ที่จะทรงใช้งานในภาระกิจบางอย่างที่ทหารทำไม่ได้ และประเด็นที่สองคือต้องการให้มี “สติ” สำหรับเหล่านักเลือกตั้งเมืองไทยและผู้ที่จะต้องไปเลือกตั้งกัน 

อันที่จริงพระคุณ พระกรณียกิจในหลวงรัชกาลที่ ๖ มีมากมาย เหลือคณานับเหมือนๆพระกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทยทุกๆพระองค์ โดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ไทยใน ราชวงค์จักรี นี้ สุดบรรยายได้ 

ในหลวงรัชกาลที่ ๖ ทรงริเริ่มหลายๆ อย่างในเมืองไทย ที่หลายๆ ท่านที่รู้และอาจยังไม่รู้ เช่น พระทรงเป็นกษัตริย์นักรบและนักปราชญ์ ทรงก่อกำเนิดแสนยานุภาพกองทัพไทย บก เรือ อากาศ ทรงนำทัพไทย สู่สงครามโลกครั้งที่ ๑ จนประสบชัยชนะ ร่วมกับกองทัพฝ่ายพันธมิตร ทรงให้กำเนิดธงไตรรงค์ ที่เรายืนเคารพกันเสมอๆในทุกวันนี้ แทนธงช้างก่อนเข้าร่วมสงคราม ที่บ้างครั้งชักผิดเอาหัวช้างกลับลงบ้าง

                 Flag_Thailand 

ดังนั้นทรงเห็นสมควรที่จะเปลี่ยนธงชาติไทยให้เป็นธงสามสี คือ สีขาว สีแดง และน้ำเงิน ตามลักษณะธงชาติของประเทศที่เป็นสัมพันธมิตรกับกรุงสยาม และเพื่อเป็นเครื่องหมายให้เห็นว่าได้ร่วมสุขทุกข์และเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับสัมพันธมิตรหมู่ใหญ่ อนึ่ง ธงสามสีดังกล่าวได้พระราชทานให้เรียกว่า “ ธงไตรรงค์” ทั้งนี้พระองค์ได้ทรงพระราชนิพนธ์ถึงความหมายของสีทั้งสามว่า

           ขอร่ำรำพรรณบรรยาย  ความคิดเครื่องหมาย
แห่งสีทั้งสามงามถนัด   
           ขาวคือบริสุทธิ์ศรีสวัสดิ์  หมายพระไตรรัตน์ 
และธรรมะคุ้มจิตไทย   
            แดงคือโลหิตเราไซร้  ซึ่งยอมสละได้ 
เพื่อรักษะชาติศาสนา  
           น้ำเงินคือสีโสภา อันจอมประชา 
ธ โปรดเปนของส่วนองค์   
           จัดริ้วเข้าเปนไตรรงค์ จึ่งเปนสีธง 
ที่รักแห่งเราชาวไทย   
           ทหารอวตารนำไป ยงยุทธ์วิชัย 
วิชิตก็ชูเกียรติสยามฯ   
(จากหนังสือดุสิตสมิตฉบับพิเศษ พ.ศ.๒๔๖๑ สะกดตามต้นฉบับ) 

จากความหมายจะเห็นถึงพระปรีชาญาณอันลึกซึ้งของรัชกาลที่ ๖ ในการนำสถาบันที่สำคัญของชาติ คือ ชาติ ศาสนา (ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าจากคำว่า พระไตรรัตน์ ทรงหมายถึง ศาสนาพุทธ คือต้องการให้ประเทศของพระองค์ ทรงมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ให้ทรงมีธรรมะคุ้มจิตไทย ซึ่งศาสนาใดๆก็มีธรรมทั้งนั้น ดังนั้นศาสนาใดๆก็ทรงอยู่ร่วมในขอบเขตอาณาบริเวณดินแดนสยามนี้ได้อย่างเป็นสุขเท่าเทียมกัน)  และพระมหากษัตริย์ มาเป็นสัญลักษณ์บนผืนธงได้อย่างงดงามเป็นศรีสง่าและเป็นความภูมิใจของชาวสยามได้ตลอดไป สิ่งนี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้อีกประการหนึ่ง

ทรงให้กำเนิดเสือป่าและลูกเสือไทย ทรงให้กำเนิด พรบ.โรงเรียนราษฎร์ พรบ.การประถมศึกษา ทรงสถาปนาจุฬาฯ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.๕ พระผู้พระราชทานกำเนิดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นโอรสมาสืบต่อสร้างให้เป็นมหาวิทยาลัย เป็นพระผู้ทรงสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดังเห็นได้จากพระบรมรูปทั้งสองรัชกาลในจุฬาฯ

โปรดเกล้าฯให้ตั้ง บริษัทปูนซีเมนต์ไทย ในปี พ . ศ. ๒๔๕๖ ซึ่งปัจจุบันคือ SCC ในตลาดหุ้น ทรงให้กำเนิดกระทรวงพาณิชย์ ทรงให้กำเนิดนามสกุล พระราชทานไว้มีทั้งสิ้น ๖๔๖๔ นามสกุล  พระราชทานคำนำหน้าที่เราใช้ๆกัน ทรงให้กำเนิดกรมชลประทาน การออมสินและการสหกรณ์ ทรงเป็นกวีเอก ผู้ให้กำเนิดกรมศิลปากร ทรงริเริ่มคำว่า “ไชโย” “จังหวัด” “พุทธศักราช” และเปลี่ยนคำอื่นๆมาเป็นคำเช่นที่เราใช้ๆกันอยู่อีกมากมาย และทรงมีพระกรณียกิจอื่นๆอีกเยอะครับ

และที่สำคัญพระผู้ทรงให้กำเนิดดุสิตธานี ต้นแบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งแนวทางประชาธิปไตยได้ริเริ่มมาตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เพราะทรงเริ่มเห็นทิศทางการพัฒนาตามฝั่งตะวันตก (จะเห็นได้ว่าทรงเป็นโหรชั้นเอก ที่รู้ล่วงหน้า ถึงขนาดทรงวางหลักเมืองใหม่ รองรับเหตุการณ์ไว้ด้วย) ต่อมาเสด็จพ่อ ร.๕ ก็ทรงตั้งสภาที่ปรึกษาราชกาลแผ่นดิน และสภาที่ปรึกษาในพระองค์ (ซึ่งเป็นที่มาขององคมนตรี ในปัจจุบัน) นอกจากนี้ยังทรงโปรดให้มีการเลือกตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งจัดว่าเป็นการปูพื้นฐานประชาธิปไตยที่ชัดเจน และต่อมาถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ทรงตั้งดุสิตธานี ให้เป็นเมืองจำลอง การปกครองแบบประชาธิปไตย และต่อมาเมื่อมีปฎวัติยังทรงอภัยโทษให้แก่ผู้ก่อการกบฏ ร.ศ. ๑๓๐ ด้วย

และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๗ พระองค์ถึงกับทรงเตรียมการที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนไทยแต่ถูกสภาที่ปรึกษาและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ทูลทัดทานว่ายังไม่ควรปกครองประเทศในระบบรัฐสภา เนื่องจากประชาชนยังไม่พร้อมเป็นผลให้เกิดการปฏิวัติในเวลาต่อมา จากบัดนั้นจนบัดนนี้ซึ่งผ่านมาก็หลายปีแล้วแล้ว ก็ยังมีการปฏิวัติกันอีก จนถ้าที่ไหนมีปฏิวัติกันจะต้องยกประเทศไทยนี้ เป็นข้อเปรียบเทียบ จนมีสำนวนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนเรื่องวิกฤติต้มยำกุ้งไปแล้ว ไม่รู้ควรจะภูมิใจดีหรือเปล่า

รู้สึกจะเริ่มนอกประเด็นแล้ว เอาไว้แค่นี้ก่อนละกันครับ เอาเป็นว่าสุดท้ายนี้ท้ายไว้เกี่ยวกับ พระราชสมัญญาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” พระสารประเสริฐ (ตรี นาคะประทีป) เป็นผู้ผูกคำถวายให้ภายหลัง

ส่วนเรื่องไปเที่ยวพระราชวังสนามจันทร์ไว้จะเล่าให้ฟังวันหลัง ถ้าโอกาสอำนวย ท้ายสุด ขอทิ้งบนสดุดี บทหนึ่ง เกี่ยวกับพระราชอัจริยภาพทางการประพันธ์และการละครของในหลวง ร.๖ ที่หมาดเล็กคู่พระทัยท่านหนึ่ง คือ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ แต่งถวาย ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นที่ไหน เลยจดมาจากในวังครับ

“บทละครพระมหาธีรราช เสมือนดอกปาริชาตสะอาดสี
 ถึงร้อยเรื่องเมืองใดไม่เคยมี อีกร้อยปีประดับฟ้าไม่ราโรยฯ”

Tags: , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: