ขายหมูไม่เป็นไร เพียงแต่อย่าไปซื้อควายกลับมา

Motto นี้มีที่มาอย่างไร มีหลายท่านคงอยากรู้ แต่ถ้าไม่อยากไม่เป็นไร เพราะข้าพเจ้าเองก็นี่แหละผู้อยากรู้ตัวจริง เพราะจำได้แน่ว่าได้คำตอบจากกระทู้ที่ตั้งไว้ จากพี่คนใดคนหนึ่งใน Thaivi แต่จำไม่ได้ว่าใคร แล้วยึดมาเป็นของ Motto ของตัว เมื่อวานเลยลองใช้ Google ค้นข้อมูลดูพบว่ามาจากกระทู้ “ขายหมูเจ็บใจกว่าขายขาดทุนมาก” นี้เอง

ครั้นเมื่อได้อ่านกระทู้เก่าที่เคยตั้งไว้ เมื่อร่วม ๑ ปีกว่าที่ผ่าน พบกว่าตัวเองไม่ได้ใช้ข้อผิดพลาดในอดีต เรียนรู้ ปรับปรุง ปัจจุบันให้ดีขึ้น เพื่อทำให้อนาคตดีขึ้นเลย จึงต้องมาเขียนเตือนความจำกันอีกรอบ ในช่วงหลังจากวันที่ Post กระทู้ดังกล่าวมีทั้งขายขาดทุนเพราะไม่รู้จัก Cut lost ทั้งที่ก่อนหน้านั้นกำไรมากมาย และมีขายหมู ทำให้เสียโอกาส เสียเวลาไปมากจริงๆ ซึ่งการเสียทั้ง ๒ อย่าง เราไม่สามารถย้อนคืนมาได้ ไม่เหมือนขาดทุน ถ้าได้กำไรมาก็เอามากลบได้ไม่ยาก

มาดูเหตุการณ์แรก หลังขาดหมูรอบนั้นไป ก็ไปซื้อหุ้นแห่งปี หุ้นที่ซื้อมาเมื่อปี ๒๐๐๖ ตัวนั้น ด้วยเหตุการณ์ในปีนั้น รู้อยู่แน่นอนว่า ยังไงสถาวะแวดล้อมอย่างนี้ทำให้มันได้ขึ้นไปได้แน่ แต่พอมันขึ้นไปหลายสิบ % ข้าพเจ้าก็ไม่ยอมขาย พอมันลงมาก็ไม่ได้ขาย นึกว่าไม่ขายไม่ขาดทุน เดี่ยวมันก็ขึ้นไปอีก สุดท้ายมันก็ทิ้งดิ่งลงมาเรื่อยๆจนขาดทุน รอจนมันเด้งมานิดหน่อยพอมีกำไรรอผลประกอบการที่จะออกมา ซึ่งคาดว่าจะดี ใจก็หวังว่าจะได้ขายกำไรดีอีกหน่อยแล้วกัน อุตส่าห์รอมาตั้งนาน

เมื่อวันที่ผลออกมันไม่ดีตามคาด แย่ด้วยซ้ำ วันที่ประกาศผลประกอบการ ใจถึงจุดวิกฤตรับไม่ได้อีกแล้ว ทนไม่ไหว หุ้นมันก็ทิ้งดิ่งลงไป ใจเราก็ดิ่งไปด้วยจากกำไรมากมาย มาขาดทุนสุดๆ มากำไรนิดหน่อย สุดท้ายจะขายขาดทุนหรือนี่ สุดท้ายทำตัวเป็นนายตลาด วันนั้นเองก็ตัดขายไป ๖๐% ของพอร์ต ก่อนหน้าที่ขึ้นไปก็โลบมากเกินความรู้ เป็นอย่างที่เฮีย ๒ ค เคยบอกไว้เลย ใจมันอยากจะได้มากกว่านั้นก็ไม่ขาย ได้แต่ รู้งี้…

ก่อนขายขาดทุนไปอีกรอบ ก็รออยู่อีกหลายวัน ได้ราคาดีขึ้นมาอีกหน่อย สรุปขาย ๒ รอบ ก็หมด จะรอไม่ขายไม่ขาดทุน ไม่เคยคิดถึงค่าเสียโอกาส คิดถึง Sunk Cost เลย หลอกตัวเองว่ายังไงก็มีปันผล แต่สุดท้ายกลับขายขาดทุน พอขายขาดทุนไปได้กลับสบายใจกว่าทั้งที่ขาดทุน ใจหนอใจคน เท่าที่ติดตามอยู่หลังจากนั้นมาถ้าถือไว้ถึงตอนนี้ไม่ขายไปก่อนก็กำไรหลายอยู่เหมือนกันเพราะอะไร.. ได้เรียนรู้ไว้แล้วหลายข้อเลย รู้อย่างหนึ่งว่าข้าพเจ้านี่แหละ

ควายป่า Wile Water Buffalo

ย้อนกลับไปวันที่สอบผลออก เมื่อรู้ตัวว่าขาดทุนแน่ๆแล้ว ก็เซ็งสุดๆ งานการแทบไม่ได้ทำ บ้าไปหนึ่งวัน เป็นขนาดหนักถึงขนาดกินข้าวไม่ลงไปหนึ่งวัน แต่โชคดีอย่างเนื่องจากผ่านประสบการณ์อื่นๆมาเยอะ ทำใจเก่ง ฮาฮา วันเดียวเท่านั้นจริงๆ แค่ไม่กี่ ชม.ที่เป็นอย่างนั้น คืนนั้นก็นอนหลับสบายเหมือนเช่นเคย เช้าวันใหม่ที่ตื่นมาก็ปกติ ทานข้าวได้ ทำงานได้ดีเหมือนเช่นเคย ใจหนอใจคน จะมีบ้างก็ช่วงเดือนแรก ช่วงวันแรกๆที่ลงทุนเท่านั้น ที่ตื่นเต้นหน่อย ติดใจต้องเฝ้าหุ้นตลอดไม่ได้ทำงานทำการ เพราะตั้งแต่มาลงทุนในหุ้นมาก็นอนหลับสบายมาตลอดนั้นแหละครับ ตอนนี้เรื่องหุ้นถ้าไม่ได้ดูราคาเลยก็ได้ ไม่ดูเป็นเดือนๆก็เคยมาแล้ว

หลังจากขายตัวนั้นไป ปีนี้ ๒๐๐๗ ก็ไปซื้อหุ้นใหญ่กว่าอีกตัว ตอนซื้อมาตอนแรกมันก็ขึ้นไปพอควร แต่แล้วนายตลาดก็สั่งให้มันลงต่อไปตั้งเยอะ ลงไปหลาย % อยู่เหมือนกันก็ไม่ขาย รอได้เพราะรู้แน่ว่ายังไงสถานะการณ์แบบนี้ ยังไงหุ้นตัวนี้ก็ต้องขึ้น รอ รอและรอจนมันก็ขึ้นไปดังใจคิด ขึ้นไปสูง ๑ รอบ ก็ไม่ขาย จะ Let Profet Run ฮาฮา มีประสบการณ์มาแล้ว จำไม่ได้หรือไง ตั้งใจว่าพอมาเริ่มลงจะขาย

ต่อมาเหตุการณ์พลิกผันจากต่างประเทศ ทำให้มันตกลงมาจริงๆ ลงหลาย % เหมือนกัน จนมันลงไปเรื่อย ก็ทำใจขายไม่ได้ แปลกแต่จริงๆ ช่างไม่มีวินัยเสียเลย ความมีวินัยในตัวเป็นสิ่งสำคัญ รู้ทั้งรู้ ก็ได้แต่ปลอบใจไปก่อน ว่ามันจะกลับมาใหม่ จนมันลงไปสุดรอบนั้นก็ไม่ได้ขาย พอมันเริ่มกลับมา สุดท้ายก็มาขายหมูตัวใหญ่ ตอนมันมาอยู่นิ่งๆอยู่ซักระยะ ด้วยความกลัวว่ากำไรที่ได้มาเล็กๆน้อยๆ จะจางหายไปอีก ถ้าขาดทุนอีกจะทำไง ก็ทยอยขายประมาณ ๖ รอบก็หมด เพราะกลัวว่าขายแล้วมันจะขึ้น แต่มันก็แค่ขึ้นมานิดเดียว แต่พอขายหมดเท่านั้น เป็นแบบนี้หลายตัวแล้ว ครั้งไหนก็ตาม ตัวไหนตัวนั้นเลย ขายเสร็จหมดมันก็ขึ้น ขึ้น และขึ้นตลอด จนถึงทุกวันนี้ หุ้นตัวนี้ก็ไม่มีวี่แววว่าจะลงมาอีก

แม้จะได้พัฒนาการอย่างอื่นดีขึ้น แบบที่เฮีย ๒ ค บอกไว้ว่า อย่าโลภเกินความรู้ แต่การขายหมูครั้งนี้ก็ยังมีกราฟเข้ามาเกี่ยว ด้วยความไม่รู้ หรือรู้แบบผิดๆ เหมือนเดิม ไม่เข็ด ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้รู้เรื่องกราฟอะไรมากมาย ไม่มีพัฒนาการด้านนี้เลย สงสัยต้องหา ใครไปฝากเนื้อฝากตัวหน่อยแล้ว ว่าแต่จะเป็นใครละ.. ขอฝากตัวหน่อยครับ ท่านอาจารย์

การขายหมูครั้งล่าสุดแม้จะเจ็บใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายเช่นครั้งก่อน เพราะมันก็แค่ ๑ เหตุการณ์แค่นั้นเอง เมื่อผ่านอะไรที่ดูแย่กว่ามาแล้ว อะไรๆก็ดูธรรมดาไปหมด อาจเป็นเพราะแม้ว่าไม่ได้รู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรจากข้อผิดพลาดที่ผ่านมา แต่ที่จริงได้เรียนรู้อะไรบางอย่างไปแล้วโดยไม่รู้เนี้ยแหละ แม้จะพลาดอีกก็ไม่ได้ผิดซ้ำเดิมทั้งหมด คงไม่ถึงขนาดต้อง กล่าวว่า สม..

อย่างที่พี่ CK ว่าไว้ ข้าพเจ้าเองก็ยังไม่รู้ว่า Mental Accounting ที่พี่แนะนำให้อ่านจะมีอะไรดีๆแค่ไหน เพราะยังไม่ได้อ่าน แต่แค่คิดและทำตามแบบพี่ CK กล่าวไว้ก็น่าจะดีแล้ว พี่เขาว่า

“Success is not final; Failure is not fatal; 
It’s the courage to continue that counts”

“การตัดสินใจพลาดไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นเรื่องดี ประเด็นสำคัญกว่าคือ คุณเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นหรือเปล่า ถ้าได้เรียนรู้และไม่พลาดอีก ถือว่าคุ้มครับ เป็นบทเรียนที่ดี ราคาอาจจะสูงนิดสูงหน่อย แต่ชีวิตเราไม่ได้สิ้นสุดวันนี้ ในตลท. โอกาสมีมาใหม่ๆเสมอ แต่ถ้าคุณไม่ยอมเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง ผิดแล้ว ยังผิดซ้ำแบบเดิมเรื่อยๆ ก็บอกได้คำเดียวครับ สม”

ปล. แม้จะรู้ว่า Motto มาจากกระทู้ไหน แต่ก็ยังไม่รู้ที่มาของการตั้งกระทู้นั้นอยู่ดี ไว้นั่งย้อนกลับไปคิดได้แล้วค่อยมาบอกใหม่นะครับ และขอขอบคุณและขอบคุณมาก สำหรับพี่ HI.ผมเอง สำหรับ Motto นะครับ

Tags: , , ,

2 Responses to “ขายหมูไม่เป็นไร เพียงแต่อย่าไปซื้อควายกลับมา”

  1. 1001ii Says:

    เข้ามาดู (และมานั่งทายว่า ตัวไหนบ้างหว่า) เหอๆ

  2. dcopywriter Says:

    ไม่ต้องทายหรอกครับ ท่านแม่ทัพ ทราบอยู่แล้ว เหอๆ
    ตัวที่ผมพูด ถึงบ่อยๆ นั้นแหละ เพราะผมซื้อหุ้นครั้งละตัวครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: