Archive for November, 2007

SEA Games and SEAP Games History

November 29, 2007

The 24th Southeast Asian Games (also known as SEA Games) will be held in Nakhon Ratchasima, Thailand from December 6 to December 16, 2007. However, There are five sports that start before the opening ceremony at December 6,2007. See the complete schedual. Today, at this moment, we rank number 1, got 7 gold. 

                     1st_seap_games

The Southeast Asian Games owes its origins to the Southeast Asian Peninsular Games or SEAP Games. The 1st Southeast Asian Peninsular Games were held in Bangkok, Thailand from 12 December – 17 December 1959, Opened by our King, His Majesty King Bhumibol Adulyadej of Thailand, the Great. Also known as King Rama IX.

SEAPGames

It would be the sixth time Thailand has hosted the SEA Games. Thailand had hosted the 1959, 1967, 1975, 1985,1995. And also the 24th Sea Games on Korat, Thailand, 2007 is the second games that held out side the capital city for each country.

seagame1

seagame2

Thailand win the most gold medals nine times as same as Indonesia. However,I think we will win Indonesia in this instance. OK, let see the history of Medals count for each games. Host nation highlighted.

1959

seagame1959

1961

seagame1961

1965

seagame1965

1967

seagame1967

1969

seagame1969

1971

seagame1971

1973

seagame1973

1975

seagame1975

1977

seagame1977

1979

seagame1979

1981

seagame1981

1983

seagame1983

1985

seagame1985

1987

seagame1987

1989

seagame1989

1991

seagame1991

1993

seagame1993

1995

seagame1995

1997

seagame1997

1999

seagame1999

2001

seagame2001

2003

seagame2003

2005

seagame2005

So tired to make it done…it’s me.  And thanks Wikipedia a lot, the The Free Encyclopedia on Internet, for the information.

Advertisements

LTF RMF มีหลายๆกอง หลายๆบริษัทก็ดีนะ

November 28, 2007

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้ไปเปิดบัญชีกองทุนรวม กับ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด มาเพิ่มอีกบริษัท จากที่มีอยู่แล้ว ๒ บริษัท คือของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด อันนี้เปิดเมื่อปีทีแล้ว และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน จำกัด อันนี้เปิดปีก่อนหน้านู้นครับ

การที่ข้าพเจ้าเปิดหลายๆที่ใช่ว่าจะมีเงินมากมาย หรอกนะครับ ภาษีก็เสียเท่าอัตราปกติของคนทั่วไทยอยู่ครับ ก็อยากเสียภาษีบุคคลธรรมดาในอัตรา ๓๐% เหมือนกัน แต่ทำไงได้ ตอนนี้มีปัญญาหาได้เท่านี้แหละครับ ถ้ายังไม่ตายก็ยังมีหวังซักวันหนึ่ง..คอยดู ตอนนี้ก็รอไปก่อน จริงๆอยากเสียอัตราสูงสุดที่ ๓๗% ด้วยซ้ำ ฮาฮา

  tmbam_result20071128 

เมื่อวันที่เปิดบัญชีของ tmbam ก็ซื้อกอง JUMBO 25 ทั้ง RMF และ LTF ซึ่งเขาเน้นลงทุนในหุ้น set ๒๕ บริษัทใหญ่ ทั้งสองกองสองแบบเลยครับ ซื้อก็ใส่ไปเต็มที่เลย ระดับนี้แล้วต้องซื้อเต็มวงเงินเลยครับ..

ซื้อตามจำนวนขั้นต่ำที่เขากำหนดไว้ ฮาฮา อย่างละ ๒๐๐๐ เองครับ สรุปจ่ายไป ๔๐๐๐ บาท สบายใจ ที่เหลือ ค่อยไปซื้อผ่าน Internet สมัครไว้แล้วด้วยครับ รอรหัสก่อนไม่รู้กี่วันจะได้ ปีนี้ผลงานเขาดูดีนะครับ แต่เมื่อข้าพเจ้าซื้อแล้วก็ต้องลงทุกทีไปไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือกองทุน ดูผลการทำงานของเขาเอาเองครับ

ที่ tmbam แปลกดีนะครับ มีสมุดบัญชีให้ด้วย เหมือนฝากธนาคารเลย ก็ดีนะครับ ดูดีมีหลักฐาน จับต้องได้ อย่างน้อยก็มีสมุดไว้ให้อุ่นใจ สำหรับคนขาดความอบอุ่นเช่นข้าพเจ้า แล้วทำไมอีกสองที่ไม่เห็นมีก็ไม่รู้ แต่ไม่มีก็สะดวกดีนะครับ เวลาโอนไปโอนมา อันนี้มีสมุดแล้วถ้าโอนข้ามกองเขาจะทำไงก็ไม่รู้ครับ เพราะสมุดเขาระบุชื่อกองทุนไว้เลยครับ ไว้ได้ลองแล้วค่อยมาเล่าใหม่นะครับ

แล้วการมีหลายๆที่ก็ดีนะครับ ไว้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานกันได้ และได้ข้อมูลอื่นๆที่แต่ละที่จะมีให้ แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นจะได้อะไร..(นี่หว่า) และที่สำคัญที่อยากได้อยากรู้คือ เขาจะส่งรายงานประจำไตรมาส ประจำปีมาให้เราอ่าน ได้รายงานมาดูจะได้รู้ว่าเขาซื้อหุ้น หรือลงทุนอะไรไว้บ้าง เผื่อเราจะได้..ตามซื้อด้วย ฮิฮิ

ดูผลงาน scbam

scbam_result20071128

scbam_rmf20071128

ไหนๆก็ไหน ดูของ aberdeen อีกค่ายไว้เทียบกันได้ครับ ปีนี้ aberdeen ไม่ค่อยดีครับ

aberdeen_20071128

aberdeen20071128

aberdeen_rmf20071128

ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่ม แต่ขี้เกียจค้นกระทู้หรือข้อมูลใน web หนังสือก็อยากอ่านแต่ไม่อยากซื้อเอง ก็ไป download จาก สมาคมบริษัทจัดการกองทุน ได้เลยนะครับ ตาม link ไปเลยครับ มีหลายเล่มเลยครับ ดีๆ ทั้งนั้น ถ้าจะให้เกี่ยวกับ RMF LTF ก็เช่น คู่มือ RMF-LTF ฉบับย่อ อีกเล่ม RMF-LTF แฝดคู่สวยช่วยประหยัดภาษี หรืออีกเล่ม  อีกสักนิด..ก่อนคิดซื้อกองทุนรวม ที่เหลือก็ตามไปโหลดเอาเองนะครับ..ข้าพเจ้าเอง

จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน

November 27, 2007

อันเนื่องจาก ข้าพเจ้าอยากจะเขียนเรื่องรัฐสวัสดิการที่เกี่ยวโยงกับนโนบายประชานิยม ที่กำลังฮิตๆอยู่ตอนนี้ ก็ต้องรู้ที่มาจากเจ้าตำรับการริเริ่มเรื่องนี้ในเมืองไทยก่อนครับ จากผลงานระดับปรมาจารย์ท่านหนึ่งของเมืองไทย ซึ่งก็คือ อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์

อดีตเสรีไทย คนสำคัญคนหนึ่งในยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒ อดีตผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้วางรากฐานทางเศรษฐศาสตร์ ผู้วางหลักของธนาคารชาติ ผู้ให้ริเริ่มให้ธนาคารชาติให้ทุน ส่งนักเรียนทุนไทยไปศึกษาเรื่องเศรษฐศาตร์ในต่างประเทศ เพื่อหวังว่าจะกลับมา พัฒนาชาติบ้านเมือง..(บ้าง)

อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อดีตศาสตราจารย์พิเศษ Woodrow Wilson School, Princeton University สหรัฐอเมริกา อดีตศาสตราจารย์พิเศษ University College (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Wolfson College) Cambridge University สหราชอาณาจักร 

และผู้รับรางวัลรามอน แมกไซไซ ปี ๒๕๐๘ และอดีตอื่นๆ อีกมากมาย ตามไปดู ชีวประวัติ ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้ครับ

ที่สำคัญ อ.ป๋วย คืออดีตคนไทยผู้รักชาติ ผู้สร้างชาติที่ถูกลืม ต้องไปใช้ชีวิตปั้นปลายที่ ข้าพเจ้าเข้าใจว่าค่อนข้างโดดเดี่ยวในชีวิตที่เหลือที่ต่างประเทศ เนื่องจากเผชิญกับมรสุมทางการเมือง โดยไปอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ จนถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคเส้นโลหิตในช่องท้องแตก เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๒ สิริรวมอายุได้ ๘๔ ปี ๔ เดือน ๑๙ วัน

ดังนั้นข้าพเจ้าขอยกบทความเรื่องเอกเรื่องหนึ่งของอาจารย์ อันเป็นที่มาของคำว่า “รัฐสวัสดิการ” ในเมืองไทย คือเรื่อง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน หรือมีชื่อเต็มว่า คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน เขียนโดย อ. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มีลิขสิทธิ์หรือเปล่าไม่สนใจครับ ข้าพเจ้าขอยกมาเผยแพร่ทั้งหมดเลยครับ ของดีที่ไม่ค่อยมีคนรู้กัน ต้องบอกต่อ ตั้งแต่บรรทัดล่างนี้เป็นต้นไปครับ เพื่อประโยชน์แก่ทุกท่านและเพื่อประเทศบ้างก็ดี ขอความสวัสดีมีชัย จงมีแต่ท่านผู้อ่านทุกท่าน..ข้าพเจ้าเอง

                 Puay

เมื่อผมอยู่ในครรภ์ของแม่ ผมต้องการให้แม่ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์ และได้รับความเอาใจใส่ และบริการอันดีในเรื่องสวัสดิภาพของแม่และเด็ก ผมไม่ต้องการมีพี่น้องมากอย่างที่พ่อแม่ผมมีอยู่ และแม่จะต้องไม่มีลูกถี่นัก

พ่อกับแม่จะแต่งงานกันถูกกฎหมาย หรือธรรมเนียมประเพณีหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ พ่อกับแม่ต้องอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ทำความอบอุ่นให้ผมและพี่น้อง

ในระหว่าง ๒-๓ ขวบแรกของผม ซึ่งร่างกายและสมองผมกำลังเติบโตในระยะที่สำคัญ ผมต้องการให้แม่ผมกับตัวผม ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์

ผมต้องการไปโรงเรียน พี่สาวหรือน้องสาวผมก็ต้องการไปโรงเรียน จะได้มีความรู้หากินได้ และจะได้ รู้คุณธรรมแห่งชีวิต ถ้าผมสติปัญญาเรียนชั้นสูง ๆ ขึ้นไป ก็ให้มีโอกาสเรียนได้ ไม่ว่าพ่อแม่ผมจะรวย หรือจน จะอยู่ในเมืองหรือชนบทแร้นแค้น

เมื่อออกจากโรงเรียนแล้ว ผมต้องการงานอาชีพที่มีความหมาย ทำให้ได้รับความพอใจว่า ตนได้ทำงานเป็นประโยชน์แก่สังคม

บ้านเมืองที่ผมอาศัยอยู่จะต้องมีขื่อ มีแป ไม่มีการข่มขู่ กดขี่ หรือประทุษร้ายกัน ประเทศของผมควรจะมีความสัมพันธ์อันชอบธรรม และเป็นประโยชน์กับโลกภายนอก ผมจะได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงความคิด และวิชาของมนุษย์ทั้งโลก และประเทศของผมจะได้มีโอกาส รับเงินทุนจากต่างประเทศ มาใช้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม

ผมต้องการให้ชาติของผมได้ขายผลิตผลแก่ต่างประเทศด้วยราคาอันเป็นธรรม ในฐานะที่ผมเป็นชาวไร่ชาวนา ผมก็อยากมีที่ดินของผมพอสมควรสำหรับทำมาหากิน มีช่องทางได้กู้ยืมเงินมาขยายงาน มีโอกาสรู้วิธีการทำกินแบบใหม่ ๆ มีตลาดดี และขายสินค้าได้ราคายุติธรรม

ในฐานะที่ผมเป็นกรรมกร ผมก็ควรจะมีหุ้นมีส่วนในโรงงาน บริษัท ห้างร้านที่ผมทำอยู่

ในฐานะที่ผมเป็นมนุษย์ ผมก็ต้องการอ่านหนังสือพิมพ์ และหนังสืออื่น ๆ ที่ไม่แพงนัก จะฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ ก็ได้โดยไม่ต้องทนรบกวนจากการโฆษณามากนัก

ผมต้องการสุขภาพอนามัยอันดี และรัฐบาลจะต้องให้บริการป้องกันโรคแก่ผมฟรี กับบริการการแพทย์ รักษาพยาบาลอย่างถูกอย่างดี เจ็บป่วยเมื่อใดหาหมอพยาบาลได้สะดวก

ผมจำเป็นต้องมีเวลาว่างสำหรับเพลิดเพลินกับครอบครัว มีสวนสาธารณะที่เขียวชะอุ่ม สามารถมีบทบาท และชมศิลปะ วรรณคดี นาฏศิลป์ ดนตรี วัฒนธรรมต่าง ๆ เที่ยวงานวัน งานลอยกระทง งานนักขัตฤกษ์ งานกุศลอะไรก็ได้พอสมควร

ผมต้องการอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ น้ำดื่มบริสุทธิ์สำหรับดื่ม

เรื่องอะไรที่ผมทำเองไม่ได้ หรือได้แต่ไม่ดี ผมก็จะขอความร่วมมือกับเพื่อนฝูงในรูปสหกรณ์ หรือ สโมสร หรือสหภาพ จะได้ช่วยซึ่งกันและกัน

เรื่องที่ผมจะเรียกร้องข้างต้นนี้ ผมไม่เรียกร้องเปล่า ผมยินดีเสียภาษีอากรให้ส่วนรวมตามอัตภาพ

ผมต้องการโอกาสที่มีส่วนในสังคมรอบตัวผม ต้องการมีส่วนในการวินิจฉัยโชคชะตาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของชาติ

เมียผมก็ต้องการโอกาสต่าง ๆ เช่นเดียวกับผม และเราสองคนควรจะได้รับความรู้และวิธีการวางแผนครอบครัว

เมื่อแก่ ผมและเมียก็ควรได้ประโยชน์ตอบแทนจากการประกันสังคม ซึ่งผมได้จ่ายบำรุงตลอดมา

เมื่อจะตาย ก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ ๆ อย่างบ้า ๆ คือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น ตายในสงครามกลางเมือง ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษ หรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ

เมื่อตายแล้ว ยังมีทรัพย์สมบัติเหลืออยู่ เก็บไว้ให้เมียผมพอใจในชีวิตของเธอ ถ้าลูกยังเล็กอยู่ก็เก็บไว้ เลี้ยงให้โต แต่ลูกที่โตแล้วไม่ให้ นอกนั้นรัฐบาลควรเก็บไปหมด จะได้ใช้เป็นประโยชน์ในการบำรุงชีวิตของคนอื่น ๆ บ้าง

ตายแล้ว เผาผมเถิด อย่าฝัง คนอื่นจะได้มีที่ดินอาศัยและทำกิน และอย่าทำพิธีรีตอง ในงานศพให้วุ่นวายไป

นี่แหละคือความหมายของชีวิต นี่แหละคือการพัฒนาที่จะควรให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของทุกคน

สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่อุตส่าห์อ่านมาจนจบ ขอความสุขสวัสดีและสันติสุข จงเป็นของท่านทั้งหลาย และพระท่านกล่าวไว้ดังนี้เกี่ยวกับความสวัสดี

“เราตถาคตไม่เห็นความสวัสดีอื่นใดของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา เรื่องตรัสรู้ ความเพียร ความสำเร็จอินทรีย์ และความเสียสละ”

ปล. ข้อเขียนนี้เดิมเป็นภาษาอังกฤษ ถูกนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาการพัฒนาเอเชียตะวันออกไกล (Southeast Asian Development Advisory Group – SEADAG) เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ก่อนจะตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ในชื่อ The Quality of Life of a South East Asian : A Chronical of Hope from Womb to Tomb (ต่อมารู้จักกันในชื่อ From Womb to Tomb) และภายหลังถูกแปลเป็นภาษาไทยตามที่เรารู้จักกันครับ

Tags สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ใน Blog

November 26, 2007

สังเกตุเห็นมานานแล้วว่า มีช่องที่ wordpress เว้นไว้ในหัวข้อ Tags อยู่ล่างสุดในการเขียนบทความแต่ละอัน ก็งงอยู่ทั้งนานว่าคืออะไร เมื่อกี้ก็พยายามหาวิธีใช้ เพื่อปรับปรุง blog ของข้าพเจ้าให้เหมือนของชาวบ้านเขา ก็เข้าไปอ่านวิธีใช้ในของ wordpress ก็งงไป (จริงๆเคยอ่านไปแล้วละ วันนี้ก็ยังงงอยู่) ก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนเดิม ของแบบนี้ต้องลอง สิบปากว่าไม่เท่ามือคลำ สิบมือคลำไม่เท่าลองทำดู ว่าแล้วก็ไปลองไปไล่ใส่ๆ Tags อะไรไม่รู้ที่ว่าไว้ในบทความเก่าๆดู พอลองเล่นไปก็พอจับหลักได้ ใส่ไปใส่มาชักมัน ใส่เสร็จก็ไปตามอ่านตาม blog คนอื่นๆที่อธิบายเรื่องนี้ไว้ก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้น

สรุปได้ว่า Tags เป็นส่วนสำคัญยิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเขียน blog นอกเหนือจากการจัดหมวดหมู่ (Categories) และการตั้ง Title ชื่อเทห์ๆ (ซึ่งพึ่งรู้มาไม่กี่วันนี่เองว่า เขาเรียกว่า Entry ทั้งที่เห็นอยู่ใน wordpress ทุกวัน) เพื่อให้ผู้ที่หลงมา clik ไปอ่าน blog ที่เราๆท่านๆทำกันอยู่แล้วละครับ

ส่วน Tags หรือ คำสำคัญ หรือ คำสรุป หรือ keyworld หรือ label หรือจะเรียกว่าเป็นโน๊ตย่อ หรือ ชวเลข หรือ เรียกคล้ายๆจะเป็น Mind Map ของบทความนั้นก็ได้ …จะเรียกอะไรก็ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่ามันเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้ผู้อ่านที่หลงเข้ามาใน blog เราได้ง่ายขึ้นไปอีกระดับ หุหุ 

เมื่อเขาเห็น Tags ในบทความของ blog เราแล้ว แค่กวาดสายตามองผ่านๆ ก็สามารถเข้าใจได้ง่ายๆหรือเข้าใจในเบื้องต้นว่าผู้เขียนต้องการสื่อถึงอะไรบ้าง ซึ่งก็ง่ายและแฟร์กับผู้อ่านดีนะครับ scan ผ่าน ถ้าไม่สนใจจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาอ่าน หรือไร้สาระ กับเรื่องที่เจ้าของ blog เข้ามาบ่นนู้นี้ไปเรื่อยๆ เช่น blog ของข้าพเจ้า

นอกจากข้อดีในการสรุปประเด็นสำคัญแล้ว เขาว่ามีข้อดี ช่วยทำให้ search engine หาข้อมูลได้ง่ายขึ้น ทำให้การเข้าถึง blog ง่ายขึ้น hit จะได้กระฉูดๆเยอะๆ ถ้ามีคนหลงมาและ clik อ่านเยอะแยะ ๕๕๕๕ แล้ว Tags ก็ใส่ให้ตรงประเด็นกับเนื้อหาหน่อย จะดังก็งานนี้แหละ ฮาฮา แถม Tags ยังทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมโยงไปยัง blog อื่นๆ ที่มีเนื้อหาตรงกับ Tags นั้นใน web blog ของเราได้อีกแล้ว

แหม..ดีใช่มั้ยละครับ …งั้น อย่าลืมกลับไป update blog ท่านๆ ทั้งหลายให้มี Tags ด้วยนะครับ ข้าพเจ้าจะได้ตามไปอ่านได้ง่ายๆไงครับ อันไหนไม่สนก็จะได้ข้ามไปได้ ฮาฮา ไม่ต้องหลงอ่านไปตั้งนานจึงได้รู้ในใจ..แล้วคิดดังๆออกมาให้รู้กันว่า “กูไม่อยากรู้เรื่องนี้ซะหน่อย มาอ่านทำไม ว่ะ”

เขียนอันนี้เสร็จ ก็ทำให้รู้ตัวว่า ไอ้ที่ใส่ๆไปเมื่อกี้ ถูกทางแล้วละ แต่ใส่เอามันเยอะไปหน่อย ไว้ว่างๆจะไปใส่ใหม่นะครับ ตอนนี้ก็ทนๆอ่านๆไปก่อนละกันครับ..ข้าพเจ้าเอง

ก้าวใหม่ ก้าวใหญ่ ไปรษณีย์ไทย

November 25, 2007

เมื่อไหร่รัฐวิสาหกิจชั้นยอดตัวนี้จะ IPO (พอร์ตเด็กๆอย่างข้าพเจ้า คงจองไม่ได้หรอก)ธุรกิจที่ควรจะให้เอกชนมาแข่งขันให้เต็มที่ได้ก็ไม่ยอมเข้าตลาด แม้จะมีคู่แข่งบ้างแต่ก็ยังเป็นกึ่งผูกขาด แม้ว่ารัฐวิสาหกิจที่ทำกิจการคล้ายคลึงในการขนส่งพัสดุเหมือนๆกัน เช่น ร.ส.พ. (องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ร.ส.พ. จัดตั้งครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ต่อมามีประราชกฤษฎีกาจัดตั้งเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๖ ) ตอนนี้หายไปจากระบบแล้ว

วันนี้ไปรษณีย์ไทย เปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่แปรรูป แยกออกมาจาก การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒  แยกกิจการเป็น ๒ บริษัท คือ  บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด  (มหาชน)  

ซึ่งไปรษณีย์จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๖ จาก ประวัติกิจการไปรษณีย์ไทย หรือดูรายละเอียดที่ ด่านศุลกากรไปรษณีย์ และดูรูปเก่าๆ เช่นรูป ไปรษณียาคาร ที่ทำการไปรษณีย์แห่งแรกของประเทศ สถาปัตยกรรม ก็สวยงาม ตามแบบสมัยนิยมในยุคนั้นนะครับ

                  prisaneyakan

ตอนที่แยกออกมานั้นใครๆก็คิดว่า กสท จะยิ่งใหญ่ ไปรษณีย์ จะไปไม่รอด ต้องให้รัฐคอยเลี้ยงดู แต่ ๕ ปีผ่านไป สลับกันครับ ไปรษณีย์ไทย แทนที่จะเหี่ยวลง กลับโตได้อย่างแข็งแกร่ง ไม่เชื่อท่านลองไปดูงบ การงบการเงินปี ๔๙ ที่ผ่านมาดูก็ได้ว่างบดีขนาดไหน ธุรกิจก็ดีเยี่ยม ซึ่งต้องขอบคุณวิสัยทัศน์ของ คุณธีระพงษ์ สุทธินนท์ อดีตผู้ว่า กสท. ที่เมื่อแปรรูปแล้วเลือกมาอยู่เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ที่นี่ ซึ่งตอนนี้เกษียณไปแล้ว ส่วน กสท. ไม่อยากพูดถึง ข้าพเจ้าว่ายังหัดคลานอยู่เลย

บริษัทใหม่นี้ หนี้สินก็น้อย ถ้าวัดกันที่กำไรก็โตต่อเนื่อง ปี ๔๗ กำไร ๒๒๙.๒ ล้าน ปี ๔๘ กำไร ๓๔๗.๖๗ ปี ๔๙ กำไร ๗๗๗.๐๑ ปี ๕๐ นี้ก็คงดีต่อเนื่อง เห็นมีบริการใหม่ๆ เพียบ ถือเป็นการปฏิวัติการไปรษณีย์ไทยก็ว่าได้ มีนวัตกรรมใหม่ๆ มาให้เห็นตลอด ทั้งของเดิมก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง EMS หรือ พัสดุลงทะเบียนก็มี Track&Trace ติดตามสิ่งของได้ มี Post e Mart สั่งซื้อของไปรษรีย์ส่งถึงที่ มีจำหน่ายบัตร Thai Ticket Major มีแสตมป์ส่วนตัว หรืออย่างตัวใหม่ที่กำลังโฆษณา Messenger Post ก็น่ากลัว เป็นคู่แข่งไว้รับงาน Out Source งานได้เพียบ

                thailandpost

หรือจะเป็นตัวเดิมที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ Pay at Post คู่แข่งสำคัญของ Counter Service ของ CPALL เจ้าของ 7-11 Thailand ด้วยจำนวนสาขา ปณท. กว่า ๑,๑๗๘ แห่งทั่วประเทศ ไม่นับที่ทำการไปรษณีย์อนุญาติอีก ๓,๓๖๘ แห่ง ที่สามารถเอามาต่อยอดได้อีก ซึ่ง 7-11 เองเคยเอ๋ยปากว่าน่ากลัว  ช่วงนี้ไปรษณีย์ไอเดียบรรเจิดอยู่ด้วย ด้วยสาขา คน และเครื่อข่ายที่มี (น่ากลัวใช่มั้ยละ ถ้าเกิดไปรษณีย์จะมาขายของแข่งกัน) 

วันนี้ข้าพเจ้าก็ได้ไปลองใช้มาหนึ่งแห่ง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ใช้ส่งไปรษณีย์ผ่านผู้ได้รับอนุญาติ ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ซึ่งก็มีบริการแบบเดียวกับไปรษณีย์เองเกือบทุกอย่าง ก็สะดวกรวดเร็วดี แต่ราคาน่าจะแพงกว่าหน่อยหนึ่ง แค่ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนธรรมดา มีกระดาษ A4 อยู่ข้างใน ๕ แผ่น ชั่งน้ำหนักแล้วคิดราคามา ๓๒ บาท

มาดูการแบ่งกลุ่มและรายได้ในปี ๔๙ หน่วยเป็นล้านบาท ธุรกิจสื่อสาร รายได้ ๑๑,๐๗๑.๘๖ กลุ่มธุรกิจขนส่ง ๑,๐๔๘.๖๖ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก ๑,๑๘๐.๘๖ กลุ่มธุรกิจการเงิน ๙๙๕.๔๘ ซึ่งอันหลังหนังนี้โตจากปีก่อนหน้าเยอะมาก และธุรกิจอื่นๆ ๑๔๓.๕๔ และยังมีรายได้อื่นๆ รวมดอกเบี้ยรับแล้วอีก ๒๖๔.๘๙ รายละเอียดการแบ่งส่วนต่างๆไปดูในรายงานเอาเองนะครับ แล้วงบกระแสเงินสดก็มีเงินสดเหลือบาน

แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของคู่แข่งไปรษณีย์และเป็นหัวใจของธุรกิจนี้คือ บุรุษไปรษณีย์ ที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถสร้างมาทดแทนหรือทำได้ดีเท่า ต่อให้ UPS หรือ FedEx ก็ไม่มีทางเทียบ บุรุษไปรษณีย์ไทย ได้แน่นอนครับ เพราะระบบบ้านเลขที่ของเรา ไร้ระบบอย่างที่สุด น่าจะติดอับดับโลกในทางแย่ จดหมาย หรือพัสดุไปรษณีย์ต่างๆ ก็ยังส่งมาถึงเราๆในบ้าน อาคารสำนักงานได้ถูกต้อง รวดเร็วตามนัดได้ในทุกๆวัน

            Stam_visaka_50

ยิ่งเดี่ยวนี้เขาทำงานทุกวันแล้วด้วยนะครับ แม้ว่าจะไม่ครบทุกระบบทั้งหมดก็ตาม แต่ที่ยังต้องปรับปรุงอีกก็คือ งานภายในข้าพเจ้าว่ายังติดระบบงานแบบราชการอยู่ ซึ่งยังไม่รู้จะแก้ยังไง งานเอกสารยังบาน ระบบยังซับซ้อนอยู่ โดยเฉพาะงานในส่วน ตราไปรษณียากร ที่ข้าพเจ้าเริ่มกลับมาสะสมอีกครั้ง ยังต้องปรับอีกเยอะ ไว้มาบ่นใหม่วันหลังอีก แม้ว่าระบบอื่นๆจะดีขึ้นเยอะแล้วก็ตาม ..ข้าพเจ้าเอง
 

Family Computer by Nintendo No.1

November 24, 2007

บน บน ล่าง ล่าง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา คุณๆทั้งหลาย โดยเฉพาะเด็กผู้ชายที่โตมาในยุคเดียวกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามั่นใจว่าท่านต้องจำสูตรเกมส์ สูตรนี้ได้แน่นอน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสูตรเกมส์อะไร เพราะใช้ได้ในหลายเกมส์ แต่ต้นฉบับตั้งเดิมเท่าที่จำได้ สูตรนี้ใช้ในเกมส์อมตะเกมส์หนึ่งของเครื่องเล่นเกมส์สุด Classic ในยุคนั้น ที่เด็กๆทั้งหลาย ต้องเคยร้องขอให้พ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ท่านอื่นๆซื้อให้แน่นอน

              famicom

เครื่องเกมส์ที่เป็นความฝันของเด็กในยุคนั้นรวมถึงข้าพเจ้า ก็คือเครื่องเกมส์ Family Computer ของค่าย Nintendo หรือมีชื่อเล่นว่าเครื่อง Famicom หรือ FC ที่อยากได้ตัวเครื่องต้องสีแดงเลือดหมูแบบนี้เท่านั้น ซึ่งก่อนเล่นเกมส์ต้องใส่ม้วนเกมส์ (Cartride) ที่เป็นเกมส์ต่างๆ ลงไปในช่องตรงกลางเครื่อง ซึ่งแรกๆก็เป็นม้วนละเกมส์ ต่อมาภายหลังก็มีเป็น ๓๐ เกมส์ ใน ๑ ม้วน หรือ ๑๐๐ เกมส์ ก็เคยเห็น

             cartridges

เลิกเรียน ก่อนกลับบ้าน ต้องแวะไปเล่นตามร้านเกมส์อยู่บ่อยๆ ซึ่งทั้งจังหวัดก็มีอยู่ไม่กี่ร้าน มีครั้งหนึ่งถูก อ.ปกครอง ตามมาแอบดูจดชื่อไป วันรุ่งเช้าเมื่อเข้าแถว เช็คชื่อ ร้องเพลงชาติ ฟัง อ.เวรประจำวัน บ่นตามธรรมเนียมเสร็จแล้ว ทั้งแกงค์ก็ถูกขานชื่อให้เป็นที่รู้จักกันทั้งโรงเรียน ไปยืนให้เห็นกันชัดๆ เพื่อถูกตี หน้าเสาธง ก็เคยมาแล้ว แต่โดนครั้งเดียวก็เกินพอ ใครจะอยากโดนหลายครั้ง มันต้องมีวิธีหลบหลีกกันหน่อย (ไม่เหมือนหุ้นโดยมาหลายครั้งแล้ว ยังไม่เข็ด)

มีเรื่องตลกหลอกเด็กอยู่หนึ่งอย่างๆ เกี่ยวกับการเล่นเกมส์นี้ เนื่องจากการเล่นต้องเล่นคู่กับทีวี โดยต้องไปต่อสายสัญญาณเข้ากับทีวี ก็จะถูกบอกว่าอย่าเล่นนาน เดียวทีวีจะเสีย ซึ่งเด็กๆอย่างเราก็รู้ว่ามันไม่เกี่ยวกันเลย จะให้หยุดเล่นก็บอกตรงๆก็ได้ ซึ่งปกติข้าพเจ้ากับน้องก็กำหนดเวลาเล่น ตกลงกับพ่อแม่กันอยู่แล้ว ว่าอนุญาติให้เล่นได้ครั้งละกี่นาที กี่ชม. เหอๆ ไม่รู้ตอนนี้ใครจะไปหลอกลูก หลาน แบบนี้อีกบ้าง

วันเสาร์ อาทิตย์ ถ้าไม่เล่นอื่นๆตามประสาเด็กบ้านนอก ซึ่งมีเรื่องให้เล่นได้เยอะ ก็แวะไปเล่นเกมส์บ้านเพื่อนที่มีเครื่องบ้าง ด้วยความอยากได้ เมื่อแม่ยังไม่ซื้อให้ มีวิธีที่จะเครื่องอยู่ ๑ อย่าง บริษัทขายขนมก็ช่างรู้ใจเด็กๆ หลอกให้กินขนมอย่างหนึ่งจำไม่ได้แล้ว ว่าขนมอะไร เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการจะกินขนม แต่ต้องการสะสมเก็บรูปสติ้กเกอร์ที่อยู่ในกล่องขนม เพื่อใส่สมุดสะสม ถ้าครบเล่มจะได้เครื่องเกมส์ที่ฝันไว้ แต่กินเท่าไหร่ แลกแผ่นที่ซ้ำกับเพื่อนๆแล้วก็ยังเก็บได้ไม่ครบ จนเลิกกินไป สุดท้ายแม่ก็ซื้อให้ ๑ เครื่อง ถึงตอนนี้อยู่ที่บ้านต่างจังหวัด กลับไปครั้งก่อน ยังไปเล่นอยู่เลย แม้ม้วนเกมส์จะหายไปเยอะ แต่ก็ยังสนุกเหมือนเดิม

              Contra_mainmenu

มีเกมส์ Classic ที่ต้องเล่นทุกครั้งก็คือ เกมส์ Contra สูตรเกมส์ที่ว่าไว้ ก็คือสูตรเพิ่มตัวจาก ๓ ตัวให้เป็น ๓๐ ตัวในเกมส์นี้นี่เอง ซื้อต้องกดเร็วๆ ในตอนเริ่มเกมส์ คู่กับปุ่ม Select และ Start บนจอยสติ้ก ถ้าจำไม่ผิดทั้ง ๓ ภาคบนเครื่อง Famicom นี้ก็ใช้สูตรนี้ได้ทั้งหมด หน้าตาเกมส์ถ้าเทียบกับเกมส์สมัยนี้ก็ถือว่ากระจอกมากๆ แต่ยังไงก็ชอบละกัน ใครจะทำไม (ว่ะ)

               Contra_NES_ScreenShot

จริงๆ ยังมีเกมส์ Classic อีกหลายเกมส์ เช่น Tetris Packman Rockman Mario DodgeBall DragonBall มีอีกเยอะแยะครับไว้มาว่ากันใหม่ที่หลังหรือ ลองไปดูที่นี่ ก่อนก็ได้ และแม้จะมีเครื่องเกมส์อื่นๆ ออกมามากมายที่ตายไปก็เยอะ ที่ยังอยู่ถึงปัจจุบันก็มีมาก ไปดูประวัติที่นี่ก็ได้ เช่น Nintendo Entertatment System (NES), Super Nintendo Entertainment System(SNES) หรือค่าย SEGA ออก Genesis มาหรือจะเป็น Game Boy หรือเป็น Sony PlayStation หรือจะเป็น Microsoft Xbox ก็มีอีกหลาย Versions

อย่างไรก็ตามเจ้า Famicom จอมเก๋า เครื่องเกมส์รุ่นแรกๆตระกูล 8-bit นี่ยังไงก็ยังเป็นที่ ๑ ในใจข้าพเจ้าเสมอ ..ข้าพเจ้าเอง

ได้เวลา LTF RMF

November 22, 2007

กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund :LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF) มนุษย์กินเงินเดือน หรือไม่มีเงินเดือนก็ตาม แต่ต้องเสียภาษีทุกท่าน มีใครไม่รู้จักกองทุนสองแบบนี้บ้างครับ

ถ้าคุณเป็นผู้หญิง ผู้มีสิทธิเลือกทั้งหลาย และมีหนุ่มๆมาขายขนมจีบในช่วงนี้ เป็นโอกาสอันดีเลยครับ ที่จะสอบถามภูมิปัญญาทางการจัดการเงินของหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่เหล่านั้น ถามไปเลยครับว่าปีนี้ พ่อหนุ่มจ๊ะ จะสิ้นปีแล้วซื้อ LTF  RMF หรือยังจ๊ะ ถ้าพ่อหนุ่ม แสดงท่าทางเอ๋อๆ หยุดคิด หรือไม่สามารถให้คำตอบที่พึงพอใจได้ หรือถามกลับว่า แล้วมันคืออะไรหรือครับ ต่อให้เป็นหนุ่มหล่อ มีมรดกติดตัว ก็ให้ตัดตัวเลือกนี้ไป หรือให้คะแนนน้อยๆไว้เป็นตัวเลือกท้ายสุดไว้ก่อนได้เลยครับ เพราะถ้าคุณเกิดตกร่องปล่องชิ้นกันไป มีหวังว่ามรดกที่มีมาจะไม่พอใช้แน่นอน เพราะคนที่คุณกำลังจะเลือก ขาดการวางแผนทางการเงินที่ดีในปัจจุบัน อนาคตยังไม่รู้ คุณต้องไปเสี่ยงเอาเอง

ข้าพเจ้าคงไม่ต้องบอกหรอกนะครับ ว่ากองทุนพวกนี้แบ่งเป็นอีกประเภท มีที่มาอย่างไร มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง เสี่ยงน้อยมากแค่ไหน เพราะมีมนุษย์ Blog บ้าง มนุษย์ web board บ้าง หรือข้อมูลจาก web บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน  ได้อธิบายเรื่องพวกนี้ไว้เยอะแยะ และยังมีหน่วยงานให้ความรู้อีกเพียบเช่น สมาคมบริษัทจัดการกองทุน และยังหาข้อมูลเรื่องกองทุนได้จาก web กลต ได้อีกมากมาย ลองไปอ่านดูนะครับ หรือจะเป็นข้อมูลเปรียบเทียบต่างๆจาก web กองทุนรวม หนังสือก็มีมากมาย

                      book_rmf_ltf

ข้าพเจ้าแค่มาเตือนว่านี้ใกล้สิ้นปีแล้วนะครับ เหลืออีกไม่กี่วันเอง ใครยังไม่ซื้อเช่นเดียวกับข้าพเจ้า ให้รีบเล็งและทยอยซื้อได้แล้วนะครับ ตลาดหุ้นกำลังลงพอดี เพราะกองทุนเหล่านี้ โดยเฉพาะ LTF เขาก็เอาไปซื้อหุ้นนั้นแหละ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วครับ

ถ้าถามว่าเล็งอะไรไว้ ก็ขอตอบไว้ ปีนี้เล็งกองทุน JUMBO25 ของ TMBAM น่าจะดีนะครับ ไว้ลองดูเพราะปีก่อนนู้นก็ลองของ SCBLT3 SCBAM ถัดไปอีกปีที่ลองซื้อก็ของ Aberdeen จะเห็นว่ามีหลายที่แต่มีไม่เยอะหรอกนะครับ ไม่กี่บาทก็ซื้อได้แล้ว แค่อยากรู้หลายอย่าง ไว้ลองของ

แล้วถ้าถามว่า ทำไมเขาถึงเอาเงินเราไปลงทุนในหุ้นละ ถ้าจะตอบก็ยาวเลย ไม่ไหว เอาเป็นว่าตลาดหุ้นมันไม่เสี่ยง คุณอย่างแย้งในใจว่า เห็นมีแต่เข้าไปแล้วขาดทุนทั้งนั้น อย่างเสี่ยงเลย ฝากธนาคารดีกว่า หรือคิดอะไรอื่นๆ ที่แย่ๆ อย่างที่คุณกำลังคิดอยู่ หรืออย่างที่ได้ยินเขาบอกต่อๆกันมานะครับ ลองไปศึกษาดูแล้วจะรู้ว่าตอนนี้ฝากธนาคารก็มีความเสี่ยงนะครับ ยิ่งถ้าคุณมีเยอะๆด้วยละเสี่ยงกว่า และได้ผลตอบแทนน้อยกว่าด้วย คุณจะไม่ลองศึกษาดูหน่อยหรือครับ การศึกษาหาความรู้ก็เป็นการลงทุนอย่างหนึ่งนะครับ และดีกว่าอย่างอื่นเพราะความรู้สามารถนำไปสร้างผลตอบแทนไม่จำกัด

                  clock_money_jpg

ถ้าคุณตัดสินใจเลือกบริษัท เลือกชนิดกองทุนที่จะซื้อ LTF หรือ RMF ได้แล้ว ก็อย่าไปสนใจมันมาก อย่างไปวิตกมาก จะคอยสลับกองบ้างหรือไม่ก็แล้วแต่ เพราะยังไงคุณก็ได้กำไรไปตั้งแต่ตอนซื้อแล้วนะครับ ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีบุคคลธรรมดาที่คุณจ่ายนั่นเอง แล้วกองทุนก็ถือยาวอยู่แล้วครับ LTF ก็ต้องถือ ๕ ปีปฏิทินเป็นอย่างน้อย RMF ก็ต้องถือไปครบอายุ ๕๕ ปีนู้น จึงจะขายคืนมาได้ ยังไงก็กำไร สถิติบอกเอาไว้อย่างนั้น

แต่ถ้าร้อนเงินจริงๆทั้งสองแบบถ้าจะขายก็ขายได้นะครับ แต่คุณจะเสียโอกาสทางภาษีไปครับ เพราะต้องจ่ายภาษีคืนให้รัฐ ข้าพเจ้าแนะนำให้ทนๆถือไปจนครบเวลาจะดีกว่านะครับ เมื่อคิดจะลงทุนแล้วก็ควรแบ่งสรรปันส่วนให้รอบครอบ RMF เก็บลืมไว้ใช้ตอนเกษียณ ส่วน LTF ออมไว้เผื่อถอนออกมาใช้อีก ๕ ปีข้างหน้าจำเอาไว้ เหมือนถูกตัดสิทธิทางการเมืองนั้นแหละ ถูกตัดแล้วก็อย่าตามไปโวยวายเหมือนที่เขาทำกันอยู่ มันน่าเกลียดมาก ๕ ปี ไม่นานไปหรอกครับ รอเถอะ 

คิดจะซื้อแล้วก็กระจายเงินดีๆ เขาให้ซื้อได้เริ่มต้นแค่หลักพันเองครับ มีน้อยก็ซื้อน้อย แต่มีมากซื้อมากก็ไม่คุ้มนะครับ ซื้ออย่าให้เกิดโควต้าเป็นอันใช้ได้ ซื้อแบบพอเพียง การซื้อกองทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนความศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนทุกครั้ง.ฮิฮิ..ค่าของเงินมันมีเวลา มาเกี่ยวข้องด้วยนะครับอย่างลืม แล้วก็ออมก่อนย่อมรวยกว่าเสมอ อย่าลืมละ.. ข้าพเจ้าเอง

หมากล้อม กระดานแห่งชีวิต

November 20, 2007

หมากล้อม เป็นหมากกระดานที่ประหลาดที่สุดในโลก ต้องมีมารยาทในการเล่น มีการเคารพให้เกียรติกันทั้ง ก่อนเล่นหลังเล่นและที่สำคัญคือระหว่างการเล่น เป็นเกมส์ที่ถ้าคุณคิดตั้งใจจะเอาชนะ โดยทั่วไปคุณจะไม่ชนะในเกมส์นั้น เกมส์ที่การแพ้ชนะอยู่ที่การยึดพื้นที่ว่าหมากขาวหรือดำใครจะมีพื้นที่มากกว่ากัน ไม่เน้นการเดินหน้าฆ่ามันเช่นหมากกระดานอื่นๆ หมากทุกตัวในกระดานมีระดับเท่ากันหมด ไม่มีการแบ่งชนชั้น ไม่มีแม่ทัพ พระเอก พระรอง เบี้ย ขุนต่างๆ

แต่หมากแต่ละตัวที่วางในเกมส์ก็มีคุณค่าไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับตำแหน่งในเกมส์ การเล่นที่ดีต้องทำให้หมากทุกตัวทำงานสอดรับกันให้ได้เต็มประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะเราต้องทำงานเป็นทีม และไม่มีเป้าหมายต้องฆ่าขุนศึก ต้องการแค่พื้นที่เท่านั้น การเล่นจะจบเมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าจบเกมส์เท่านั้นบอกผ่านไปลงต่อทั้งคู่ ในการเล่น ๑ กระดาน เป็น ๑ สงคราม หลายสนามรบ คุณสามารถรุกรับได้ไม่จำกัด อาจจะแพ้ในบางทัพ บางจุด เพื่อเป้าหมายใหญ่ คือ ชนะสงครามได้ ไม่เหมือนหมากกระดานอื่นๆ ที่ ๑ กระดาน ก็มีเพียง ๑ สนามรบเท่านั้น

เมื่อเริ่มกระดาน โดยปกติจะไม่มีหมากใดๆบนกระดานเลย ยกเว้นเกมส์ที่มีการต่อรองกัน ซึ่งเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของเกมส์นี้ การวางหมากเป็นแต้มต่อให้ เพื่อให้การเล่นระหว่างผู้ที่มีฝีมือแตกต่างๆกัน สามารถเล่นด้วยกันได้อย่างสูสี ไม่รู้สึกว่าได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันมากเกินไป การเล่นก็ง่ายๆผลัดกันวางดำ ขาว ดำ ขาว ดำ สลับๆกันไปเรื่อยๆจนจบ และในการเล่นเมื่อตัดสินใจวางหมากแล้วจะไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งของหมากตัวนั้นได้อีกเลย วางแล้ววางเลย หมากนั้นจะหายไปจากเกมส์ได้ก็ต่อเมื่อถูกจับกินเท่านั้น

                       board19

ในการเล่นผู้ถือหมากดำจะถือว่าได้เปรียบเพราะได้เริ่มเกมส์ก่อนเสมอ ดังนั้นในการเล่นจะต้องมีแต้มต่อที่เรียกว่า “โคมิ” ให้หมากขาวเสมอ ซึ่งแต้มต่อที่ได้จะต้องมีเศษลงด้วยครึ่งแต้มด้วยเสมอ เช่น ๕.๕ แต้ม ๓.๕ แต้ม ขึ้นอยู่กับขนาดของกระดาน กระดานมาตรฐานจะมีขนาด 19X19 เส้น มีจุดตัดกัน ๓๖๑ จุด ดังนั้นแสดงว่ามีจุดวางหมากได้ ๓๖๑ จุด และมีแต้มต่อให้ ๕.๕ แต้ม การเริ่มเล่นดำเริ่มก่อน ซึ่งวางที่จุดตัดใดก็ได้ไม่มีข้อกำหนด แต่มีแบบแผนอยู่เหมือนกันว่าควรวางจุดใดดี มีเป็นสูตรให้เล่นกันได้ แต่มันก็พลิกแพลงได้ตลอด อย่าไปยึดติด

เขาว่ากันว่า ตั้งแต่ประมาณ ๔๐๐๐ ปีก่อนนู้น ที่จุดเริ่มต้นในประเทศจีน แล้วมาโด่งดังที่ญี่ปุ่นและเกาหลี ตั้งแต่มีเกมส์นี้เกิดขึ้นบนโลกนี้ มีการเล่นมาแล้วนับล้านครั้ง ไม่มีเลยที่เกมส์สองเกมส์ใดๆจะมีการเล่นเหมือนกันทุกประการ เพราะโอกาสที่จะเกิดได้มีน้อยมากๆ ลองไปคำนวณดูสิครับว่ามีโอกาสเท่าไหร่ จะมีเกมส์ซ้ำได้อยู่แบบเดียว คือเอาเกมส์เก่า เอาบันทึกเกมส์มาลองศึกษาหาบทเรียนกัน

และถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใด หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใดจะสามารถคำนวณการวางหมากได้ดีกว่ามนุษย์ เพราะมันเป็นเกมส์ที่ทั้งง่ายและยากในเกมส์เดียวกัน มีกฏข้อห้ามน้อยเกินไป และการวางหมากพลิกไปได้เรื่อยๆ ดังนั้นจึงไม่เคยมีข่าวว่าคอมพิวเตอร์เครื่องใดสามารถเอาชนะแชมป์โลกได้เลย และคิดว่าจะเป็นเช่นนี้ไปอีกหลายปี หรือหลายสิบปี จนกว่าจะมีปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถคิดได้ซับซ้อนเช่นมนุษย์เท่านั้น จึงจะมีโอกาสชนะได้ ทั้งนี้ถ้าจะชนะได้ก็คงเพราะคอมพิวเตอร์ไม่รู้จะความเครียด ไม่เหนื่อย ไม่ล้า ไม่มีท้อ เช่นมนุษย์

การเริ่มเล่นหมากกระดานนี้ก็ง่ายๆ แสนง่าย ไม่มีหลักอะไรให้วุ่นวาย ข้าพเจ้ามั่นใจว่าสอนให้เล่นภายใน ๕ นาที ๑๐ นาที รับรองเล่นได้ทุกคน แต่ใช้เวลาอีกหลาย ๑๐ ปีเพื่อจะเล่นให้เป็น และเก่งพอ ข้าพเจ้าว่าหมากล้อมนี้เป็นหมากกระดานที่เล่นง่ายที่สุดในโลก นอกจากข้อกำหนดต่างๆในการเล่น เช่น ต้องวางหมากตรงตำแหน่งจุดตัดของเส้นเพื่อให้หมากหายใจได้แล้ว ก็มีหลักการจับกิน และในข้อห้ามทั้งหมด ก็มีกฏง่ายๆอยู่แค่ ๒ ข้อ คือ ห้ามฆ่าตัวตาย เพราะการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องไร้สาระ ผิดก็เริ่มใหม่ได้ไม่มีอะไร หมากทุกตัวถือว่าเป็น ๑ ชีวิต มีลมหายใจ เดินผิดก็ให้อีกหมากมาช่วยได้ ถ้าหมากอยู่ติดกันก็ถือว่าใช้ลมหายใจร่วมกัน จะตายได้ก็เมื่อหมดลม หายใจไม่ได้ ถ้ากลุ่มหมากหมดลม ต้องตายก็ตายพร้อมกันทั้งกลุ่ม ซึ่งคือการถูกอีกฝ่ายปิดล้อมทุกด้านนั่นเอง ข้อห้ามฆ่าตัวตายนี้คือการห้ามไม่ให้เราวางหมากเพื่อให้ตัวเองถูกปิดล้อมหมดและตายได้ด้วยตัวเอง เช่นเราไม่สามารถวางหมากขาวในช่องว่างล้อมของดำในตำแหน่งที่ ๓ ในรูปด้านล่าง แต่ถ้าวางเพื่อจับกินได้นะครับ เพราะลมเราไม่หมด เช่นในสถานการณ์ “โคะ”

                   pongnugi 

และข้อห้ามอีกข้อคือในสถานการณ์ “โคะ” ซึ่งก็คือหากฝ่ายนึงถูกจับกินแล้ว อีกฝ่ายนึงจะไม่มีสิทธิ์จับกินต่อในทันที ต้องไปทำการต่อรองโคะ คือไปวางหมากในตำแหน่งอื่นๆก่อนจึงจะกลับมาวางหมากที่เดิมเพื่อจับกินอีกครั้งได้ ต้องหาหมากเด็ดไปต่อรอง โดยจะให้เลือกโอกาสที่ดีที่สุดได้เพียงครั้งละ ๑ โอกาสเท่านั้น เพราะวางได้ครั้งละ ๑ หมากนั่นเอง โดยโคะเองก็มีรูปแบบง่าย ดูตัวอย่างเบื้องต้นในรูป แต่ว่าแก้ไขโคะได้ไม่ง่ายหรอกนะครับ โคะมีได้หลายรูปแบบ และแก้ได้หลายแบบ ตามความสำคัญของโคะนั่น จะเห็นว่ามีกฏห้ามเพียง ๒ ข้อเท่านี้เอง ง่ายแสนง่าย ไม่ซับซ้อนเลย

                  halfpko

ในการเล่นที่ง่ายแสนง่าย มีสิ่งที่ยากแสนยากแอบอยู่มากมาย ใช่ว่าการวางหมาก ๑ หมาก สลับไปมา ได้พื้นที่มากสุด แล้วจะหยุดอยู่แค่นั้น การเล่นหมากล้อมเป็นทั้งศาตร์และศิลป์ ในการเล่นเกมส์มีอะไรแฝงอยู่มากมาย มีทั้งการวางหมากหลอกให้จับกินก่อนเพื่อจะได้กินกลับมากกว่า มีหมากลวง หมากชี้เป็นชี้ตาย เป็นทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ปรัชญา ยุทธศาสตร์ มีการเมือง ต้องวางแผนเป็นกลยุทธ และเป็นอื่นๆได้อีก ลองคิดดูสิครับว่าเป็นอะไรได้อีกบ้าง

เป็นสื่อทำทายความคิดผู้เล่นก็ได้ เราสามารถศึกษาลักษณะคนจากเกมส์ที่เขาเล่นก็ได้ แต่ใช่ว่าคนเล่นหมากล้อมเก่งจะทำงานอย่างอื่นหรือเก่งไปหมดทุกอย่าง หรือดำเนินชีวิตได้ดีกว่าคนอื่นๆ หรือจะรวยกว่าคนอื่น (อันนี้ถ้าอยู่ญี่ปุ่น เกาหลี รวยแน่ เพราะเขามีอาชีพ นักเล่นหมากล้อมโดยเฉพาะ มีรางวัลให้เป็นหลักล้าน เป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับในระดับสูงของสังคม) เพราะชีวิตเป็นอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น แม้ชีวิตจะซับซ้อนกว่าหมากล้อม แต่หมากล้อมก็ยังมีอะไรอีกเยอะให้คุณศึกษา ลองเล่นดูสิครับแล้วคุณจะรู้ว่ามันเอามาประยุกต์ใช้กับชีวิตได้เยอะแยะจริงๆ (แนะนำว่าควรจะมีคนแนะนำในการหัดเล่น)

ลองไปศึกษาหาข้อมูลที่ได้ สมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย  ไปลองเล่นกับคนไทยได้ที่ thaibg  หรือใน yahoo game ก็มี หรือไป web site server ที่มืออาชีพหรือคนเก่งๆระดับโลกมาเล่นกันก็มีเยอะ มีเกมส์บน PC, Pocket PC ให้มาลองเล่นก็มีหลายตัว ลองอ่านบทความตาม Link นี้ดูแนะนำไว้เยี่ยมทีเดียวครับ

แปลกมั้ยครับ เกมส์ที่ไม่ให้ยึดหลักการเอาชนะ ไม่เน้นเดินหน้าฆ่า ฆ่า ฆ่า เป็นเกมส์หมากกระดานที่ต้องการแค่พื้นที่ครอบครองให้มากที่สุด ทั้งเกมส์ตั้งแต่ต้นจนจบ อาจจะไม่มีการจับกินกันเลยก็ได้ แต่เกมส์นี้เมื่อเล่นจบ ไม่มีการเสมอกันนะครับ ไม่มี win-win ไม่มี lose-lose แต่จะต้องมีผู้แพ้และผู้ชนะเสมอ จะชนะมากหรือน้อยก็แค่นั้นเอง อย่างน้อยสุดก็แพ้ชนะกัน ๐.๕ แต้ม จากแต้มต่อตอนเริ่มกระดาน เป็นเหมือนชีวิตเรา เป็นหมากกระดานแห่งชีวิต จะต้องมีผู้แพ้และผู้ชนะเสมอ.. ข้าพเจ้าเอง

พระราชอัจฉริยภาพทางจิตรกรรม

November 18, 2007

         queen_sirikit            

ภาพชื่อ “สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ”  
 สีน้ำมันพ.ศ. ๒๕๐๗, ๖๘ x ๘๓ ซม. ระหัส ภอ. ๔ – ๐๗

double_personal 
ภาพชื่อ “บุคลิกซ้อน” สีน้ำมัน ๖๗ x ๘๒ ซม.

king_untitled

“ไม่ปรากฎชื่อ” สีน้ำมัน พ.ศ. ๒๕๐๖, ๓๑.๕ x ๔๔.๕ ซม. ระหัส ภอ. ๑๔ – ๑๐ – ๐๖

ขออันเชิญ  ภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาแสดง ๓ ภาพ อันเนื่องมาจาก ได้ไปดูงาน นิทรรศการผลงานศิลป์ชั้นยอด ๒๐๐๗ “ศิลปินศินย์เก่าศิลปากร เทิดไท้ ๘๐ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์อัครศิลปิน” ที่ Central World เมื่อวันที่ ๑๔ ที่ผ่านมา สีที่เห็นในภาพไม่สวยและเพี้ยนกว่าของจริงเยอะนะครับ ข้าพเจ้าแนะนำให้ไปดูผลงานจริงครับ แล้วท่านจะประทับใจ

ในงานเขาเชิญมา ๕ ภาพ นะครับ ใครอยากเห็นรูปจริงๆว่างดงามเพียงใด ต้องไปดูนะครับ แต่ถ้าหมดงานแล้วต้องไปที่ วังสวนกุหลาบ ซึ่งปัจจุบันพระตำหนักนี้ ก็กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงงานจิตรกรรมจากฝีพระหัตถ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สามารถไปดูได้นะครับ หรือดูจาก Web site เครือข่ายข้อมูลกาญจนาภิเษก ที่ทำ link ไว้ด้านบนก็ได้ครับ ข้อมูลใน Web site นี้สุดยอดมากๆ ลองไปดูกันนะครับ

ส่วนใครไม่ได้ไปที่วังสวนกุหลาบ ก็ไปดูรูปในงานได้ งานนี้เขามีระหว่างวันที่ ๑๔-๒๕ พ.ย. นี้ นะครับ โดยวันที่ ๑๘ นี้เขาจะมีประมูลภาพของศิลปต่างๆที่ให้ผลงานมาแสดง ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี เพื่อนำเงินที่ได้ ทูลเกล้าถวายในหลวง 

ในงานนอกจากมีภาพจิตรกรรมฝีพระหัถต์ของในหลวง แล้ว ยังมีของสมเด็จพระเทพฯและพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ด้วยนะครับ

ส่วนภาพของศิลปิน ดังๆ ศิษย์เก่าศิลปากรก็มีมากหมาย มีทุกระดับตั้งแต่ระดับศิลปินแห่งชาติมาเลยครับ อาทิ อ.ชลูด นิ่มเสมอ อ.ถวัลย์ ดัชนี อ.อวบ สาณะเสน  อ.ช่วง มูลพินิจ อ.ประหยัด พงษ์ดำ อ.อิทธิพล ตั้งโฉลก อ.ปรีชา เถาทอง แต่ละท่านยอดฝีมือทั้งนั้น อ.พิษณุ ศุภนิมิต นักคิดนักเขียนคนนี้ก็ใช่ อ.อนุชัย ศรีจรูญภู่ทอง ช่างภาพฝีมือเอก ที่ขาดไม่ได้คือศิลปินชื่อดัง พูดดัง อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัตน์ แล้วก็มีอีกมากมายครับ ไม่สามารถกล่าวหมดได้ เชิญไปดูเองแล้วกันครับ

ผลจากงาน Opp Day IT Q3/07

November 14, 2007

วันนี้ไปมาอีกงานแล้วครับ ปีนี้ก็ได้แค่สองตัวนี้เท่านั้นครับ พอมีเวลาอยู่แค่นี้ ที่ได้มาเปิดหูเปิดตาบ้าง นึกว่าจะเข้างานไม่ทันเสียแล้ว เที่ยงกว่าแล้ว เจ้านายยังไม่ยอมเลิกประชุม ต้องขอตัวออกก่อน บอกว่าลาพักร้อนบ่ายครับพี่ ขอตัวก่อน มีธุระสำคัญครับ รีบแทบแย่ เพราะต้องทานข้าวเที่ยง แล้วไป Central World ก่อนด้วย เพื่อซื้อหนังสือในงานนิทรรศการ ที่เปิดวันแรกวันนี้

The Art Exhibition par Excellence 2007 “Silpakorn Aulmni Artists Celebrate the 80th Birthday Anniversary of His Majesty the King, the Great Artist” เสพงานอย่างแดกด่วน แล้วมาตบหนังสือไป ๓ เล่มครับ เล่มละ ๔๕๐ บาทครับ แล้วรีบกลับมาฟัง IT City ครับ สายไปนิดหน่อย

มาถึงรีบเข้าห้องน้ำ เดินกลับมาเขาเข้าห้องกันหมดแล้วครับ ขนมก็เกลี้ยงตามระเบียบ เอกสารก็หมด บอกว่าจะส่ง mail ตามมาให้ ขอนามบัตรก็ให้ไป รอดูว่าจะได้หรือเปล่า แล้วก็ต้องย่องเข้าห้องไปครับ ประเด๋อประด๋านิดหน่อยไม่รู้จะนั่งไหน ไม่มีที่ไหนว่างเลย ไม่อยากไปเบียดใคร ให้เขารำคาญ ก็ต้องไปนั่งด้านหน้า ไปนั่งเสร็จก็ต้องร้องว่า ตูว่าแล้วทำไม ไม่มีใครมานั่ง ว่างกันเยอะ ก็ส่วนใหญ่ที่นั่งอยู่เป็นระดับผู้บริหารเขาทั้งนั้นนิครับ

แล้วก็นั่ง ฟังบรรยายไปเรื่อยๆครับ ยังนึกบ่นในใจว่าทำไม ต้องมาบอกประวัติอดีตกันไกลขนาดนั้น บอกกันตั้งแต่เริ่มตั้ง ข้าพเจ้าต้องการรู้แค่ปีนี้ กับปีหน้า เท่านั้นเอง ก็รอฟังไปเรื่อยๆ จนเขาบอกออกมาจนหมดครับ แล้วก็เปิดให้สอบถามได้

ให้ซักถามได้ประมาณ ๔๕ นาที ก็พอประมาณ แต่แปลกทำไม ไม่ค่อยมีใครจะถามกันเลย จนท่านประธานต้องถามแล้วถามอีกว่า นี้จะไม่ถามกันหรือ อยากรู้แล้วทำไมไม่ถามกัน ไม่เข้าใจ เล็งกันไปเล็งกันมา เอ็งถามสิ แกถามสิ เกรง เกร็งกันไปกันมาอยู่ได้ ทำให้ต้องถามเองไปหลายข้อ ไม่เหมือน UEC ที่ไม่ต้องออกแรงถามเองครับ หรือเป็นเพราะเขารู้กันหมดแล้ว แต่ข้าพเจ้าไม่รู้ก็ไม่ทราบได้เหมือนกัน ช่วยไม่ได้ถามเองก็ได้..ว่ะ

สรุปได้สาระบ้างไม่ได้บ้างดังนี้ครับ

ปีนี้ถือว่าไม่ดี อยู่ใน Defensive  mode จะเห็นว่าไม่เปิดสาขาใหม่เลย อะไรก็เลื่อนไปหมด เพราะเสี่ยงสูงเกินไป ถ้าเสี่ยงมากไปดูแล้วไม่คุ้ม IT จะไม่ทำ ปีหน้ายังบอกไม่ได้ว่าจะดีกว่าปีนี้มากหรือไม่ แต่น่าจะปีกว่าปีนี้ โดย IT จะเพิ่มสินค้าขายให้มากขึ้น หลากหลายขึ้น ซ้อมทำ Mega Store ซึ่งจะมีสินค้าเพิ่มมากและอาจมีสินค้ากลุ่ม AV ด้วย 

ปีนี้เปิด ๑ สาขา เดือนธันวาคม เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นแล้วที่ อยุธยา และปีหน้าเปิดอีกอย่างน้อย ๕ สาขา ใช้เงินลงทุนประมาณ ๑๒๐ ล้าน ไม่ต้องเพิ่มทุน หนี้ก็แทบไม่มี ใช้เงินหมุนเวียนก็พอ โดยจะมี ๑ สาขาเปิดภายในมกราคมที่พิษณุโลก และอีก ๑ สาขาภายในไตรมาศ ๑ โดยจะเน้นที่ต่างๆจังหวัด แต่ถ้าเศรษฐกิจดีอาจเปิดมากกว่านี้ พร้อมเปิดเสมอ ซึ่งรวมกึ่งๆ Mega Store และแบบ IT Express ปีหน้าน่าจะได้เห็นอย่างน้อย ๒ แห่ง แล้วปีหน้ามี ๑ ที่ ที่มีพื้นที่ประมาณ ๓๕๐๐ ตารางเมตรอีกที่ไว้ซ้อมมือทำ Mega Store

แต่ที่กรุงเทพฯและปริมณฑลก็ไม่ได้ทิ้ง แต่ตอนนี้หาสถานที่ได้ยากขึ้น เพราะ IT จะทำสัญญาเช่าระยะยาวปัจจุบันมีตั้งแต่ ๙ ถึง ๒๑ ปี ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนตรงนี้ได้ เฉลี่ยต้นทุนเช่าจะเพิ่ม 10% ทุกๆ ๓ ปี

เรื่องคู่แข่งไม่ต้องกังวลเพราะคลุมพื้นที่ได้อยู่แล้ว ต้นทุนเราก็ต่ำกว่าคู่แข่งแน่นอน เพราะมี Economy of scale มากกว่าคู่แข่ง ต้นทุนต่ำสุดในอุตสาหกรรมแน่นอน แล้วก็มี Net Margin ดีกว่าคู่แข่ง เยอะไม่เชื่อให้คัดงบบริษัทคู่แข่งมาดูได้ มี Gross ประมาณ 13% Net ประมาณ 3% กว่าๆ ซึ่งหน้าก็คงเฉลี่ยประมาณนี้ แต่ Same Store Sales คงดีขึ้นเพราะสินค้าจะมีหลากหลายขึ้น ปีนี้โตเฉลี่ย 5%

ทำ Event ดีมีประโยชน์ คู่ค้าชอบ ลูกค้าชอบ นักข่าวชอบ ได้โปรโมทบริษัท และยังได้ฝึกฝนพนักงานด้วย เรื่องกระตุ้นยอดขายเป็นเหมือนผลพลอยได้

ปีนี้ไม่ค่อยดีแต่ Q3 เริ่มอยู่ตัวแล้ว ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น Q4 ก็ยังคงอยู่ระดับเดิม ประมาณ 10% จาก Q1 ที่เพิ่มถึง 17% ไม่น่ากังวลแล้ว เรื่องสินค้าคงคลังก็ควบคุมได้ดีมีสินค้าที่มีอายุเกิน ๙ เดือนอยู่ไม่เกิน 3% ของยอดทั้งหมด ปีหน้าถ้าตลาดโต IT จะโตได้มากกว่าตลาดเสมอ แต่ปีนี้ยอดขายโตอยู่ในค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม เพราะคนหยุดซื้อของไม่จำเป็น มาซื้อของจำเป็นมากขึ้น ดูจากยอดขายปีนี้ยอดขาย Computer เพิ่มเป็น 43% จากเดิมเฉลี่ยอยู่ประมาณ 33% ส่วนนี้กำไรน้อย

ส่วนยอดขายส่วนอื่นๆ ลดลงแต่ใช่ว่าจะกำไรลดลง ส่วนที่กำไรสูงสุดคือพวก Accessories ลดลงจากเฉลี่ย 29% มาเหลือ 25% เปอร์เซ็นต์ลดเพราะ computer โตผิดปกติ แต่ยอดขายรวมในส่วนนี้ก็ยังเพิ่มขึ้น และส่วนนี้ทำกำไรให้ประมาณ 40-45% ของทั้งหมด

โดยปกติ IT จะขายของแพงกว่าร้านอื่นๆ เล็กน้อย แต่ก็ใช้หลัก One prices policy ซื้อที่ไหนราคาเท่ากันหมด ก็ไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแพงจากร้านอื่นๆ เพราะน่าเชื่อถือและมีโปรโมทชั่น มี Event ตลอด และเรายังมี Services ดี ทั้งก่อนขายและหลังการขาย ถ้าของไม่ดีจริงเฉลี่ยแล้วลูกค้ามาติดต่อ จะได้ของกลับไปใช้ภายในประมาณไม่เกิน ๒ ชม. ซึ่งลูกค้าพอใจมาก ส่วนใหญ่เป็นปัญหา User และ Software errors

ตอนนี้ Market Share ระหว่างกลุ่มซื้อของจากห้างกับร้านเล็กร้านน้อยประมาณ 20:80 ซึ่งดีขึ้นกว่าปีที่แล้วที่อยู่ประมาณ 17% ปีนี้ Market ไม่โตมาก แต่คนซื้อของจาก IT และห้างทำนองเดียวกันมากขึ้นซึ่งจะค่อยๆกิน share จากร้านเล็กๆไปเรื่อยๆ ต่อไปคงอยู่ประมาณ 50:50 เหมือนต่างประเทศ

ตลาดยังโตได้อีกเยอะ คนไทยยังมีอัตราส่วนการใช้ Computer น้อยมาก เฉลี่ยแค่ 10% ของประชากร เทียบกับมาเลเซีย 16% สิงค์โปร์ 62% จะเห็นว่ายังโตได้อีกเยอะโดยเฉพาะต่างจังหวัด ซึ่งยอดขายของ IT ที่ต่างๆจังหวัดก็โตกว่าในกรุงเทพ ตอนนี้ในกรุงฯ มี ๑๗ สาขา ต่างจังหวัด ๑๓ รวม ๓๐ สาขา มีคนเดินทุกสาขารวมกันเฉลี่ยรายเดือนละประมาณ ๓ แสนกว่าคน พื้นที่รวม ๓ แสน ๗ หมื่นกว่าตารางเมตร

มีสาขาที่ขาดทุน ๒ สาขา แต่ก็ได้ประโยชน์และ Know how จากทั้งคู่คุ้มแล้ว ๒ สาขาที่ว่ามา คือ พารากอน และ จัสโก้รัชดา ยอดขายทั้งคู่ก็ดีขึ้นตลอด ไม่น่ากังวลอะไร ที่จัสโก้ถ้าไม่สามารถลดพื้นที่เช่าลงได้ให้สอดคล้องกับยอดขายได้ อาจเลือกทางปิด แต่ก็ต้องรอให้สัญญาเช่าหมดก่อน ซึ่งอีกประมาณ ๒ ปี

ส่วนเรื่อง พรบ.ค้าปลีก ใหม่ IT City ไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มด้วย เดิมเคยกังวล ตอนนี้เลิกกังวลไปได้เลย

เอาไว้แค่นี้ก่อนละกันครับ ยาวพอแล้ว คงมีสาระบ้างไม่มากก็น้อย เผื่อมีประโยชน์บ้าง ขอบคุณครับ มีอะไรก็ถามได้ หรือไปถามต่อใน ร้อยหุ้น IT ใน thaivi ก็ได้ครับ ไป copy ไป post ไว้แล้วเหมือนกันครับ

ผลจากงาน Opp Day UEC Q3/07

November 13, 2007

Unimit Engineering Public Company Limited

วันนี้ไปงาน opp day มาครับ ที่ตลาดฯ เจอพี่ๆเพื่อนๆเฮียๆ เยอะแยะ ทั้งที่รู้จักไม่รู้จัก คุ้นหน้าไม่คุ้นหน้า

คำถาม เตรียมไปบ้าง ไม่ต้องถามเลยครับ มีคนถามให้ตลอด ได้ข้อมูลมาพอควร ไว้ติดตามครับ ความรู้อะไรก็ตาม คนไม่รู้ย่อมเสียบเปรียบคนรู้ คนรู้ก่อนก็ย่อมได้เปรียบคนรู้หลังครับ งานดีๆ ฟรีๆ แบบนี้ ใครไม่มีงานประจำ แล้วลงทุนในตลาดก็ควรไปครับ ย่อมได้เปรียบแน่นอน ดีกว่าไปเฝ้าหน้าจอในห้องค้าแน่ๆครับ แต่สำหรับ ซ้อๆ เฮียๆ ในห้องค้า เขาคงไม่ชอบ มันไม่มัน ไม่สนุกครับ เข้าไปหลับแน่

ข้าพเจ้าไม่มีหุ้น สักตัว ยังลางานไปเลยครับ เห็นเขาพูดถึงกันเยอะนัก อยากรู้ว่าเป็นไง ดีจริงหรือ เป็นไงหรือครับ..ก็ดีนะ..แต่ข้าพเจ้าว่าแพงไปหน่อยแล้ว..ไม่ได้มาจากคำนวณใดๆหรอกครับ..เดาเอา..

ใครจะสู้ราคาบ้างครับกำไร Q3 นี้ก็ไม่โตเยอะแล้วครับตอนนี้ ไปดูงบเอาครับ

ราคาวันนี้ p/e 16.61 p/b 5.32 ซื้อทั้งบริษัท 5720 ล้านบาท ราคาหุ้นละ 40 บาทครับ

อีกวันสองวันราคาจะลดไปเยอะ เพราะเขาลดพาร์นะครับ จาก ๑ บาท ไปเป็น ๒๕ สตางค์  ใครจะเสี่ยงก็เชิญครับ ข้าพเจ้าก็รอไปก่อนดีกว่า ไม่มีตังค์ครับ พอร์ตเล็กๆ จะกระจายไปเยอะก็ไม่มีประโยชน์อันใด

อ้าวใครสนใจ ข้าพเจ้าสรุปคร่าวๆ ไว้ ในห้องร้อยคนร้อยหุ้น UEC ใน thaivi เชิญไปเยี่ยมชมครับ มีอะไรก็สอบถามเพิ่มเติมได้ ถ้ารู้จะตอบครับ

ยี่เกการเมือง เปิดฉาก

November 12, 2007

ฉากเปิดออกหมดแล้ว เหมือนครั้งเดิมที่เปิดมา ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป การเมืองไทยๆ ก็ยังเป็นแบบไทยๆ เน่าสนิทเหมือเดิม สำหรับผู้ที่ติดตามการเมืองมาบ้าง อย่างข้าพเจ้า ดูการเปิดรับสมัคร ส.ส. วันนี้หรือวันก่อนนู้นก็เหนื่อยใจเหมือนกัน แค่เลือกเบอร์ยังตกลงกันไม่ได้ แค่เบอร์ มาก่อนมาหลัง พรรคเดียวกันยังทะเลาะกัน แล้วจะให้ประชาชน พึ่งหวังได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ก็วิ่งกันวุ่น วันก่อนก็แสนวุ่นวาย กว่าจะผสมกันออกมาได้ วันนี้แค่วางไข่ ยังไม่รู้จะเป็นตัวหรือเปล่า ก็จะแตกเสียแล้ว หุหุ

       yeeke2

คนที่จะไปเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องเก่งพอควร ที่จะจำพรรค จำเบอร์ที่ตัวเองอยากเลือกให้ได้ เพราะแต่ละเขต แต่ละโซน ทั้งบัญชีรายชื่อ ทั้งเขต มันมั่วไปหมด พรรคก็หาเสียงยาก คนก็คุยกันยาก นโยบายก็เหมือนๆกัน ประชานิยมนั่นแหละะะะ

งานนี้จะเลือกเบอร์ไหน พรรคไหน มันมั่วได้ใจจริงๆ ใครหนอช่างออก แบบระบบ ช่างตัดเย็บให้มันวุ่นวายได้เพียงนี้ แค่เลือกตั้งมันยังมั่วขนาดนี้ แล้วระบบนี้มันจะทำให้ประเทศชาติดีขึ้นจริงหรือนี้

เลือกตั้งครั้งนี้ ข้าพเจ้าว่ามันเกิดมา เหมือนแข่งม้า ให้ใช้ความสามารถส่วนตัวกันเอาเองนะครับ ว่าม้าไหนจะเข้าวิน จ๊อกกี้ไม่เกี่ยว เจ้าของคอกก็ไม่เกี่ยวแล้ว ม้าการเมือง ไม่เหมือนม้าแข่ง ตรงที่พอลงแข่งแล้ว แต่ละตัววิ่งกันเต็มตีนทุกตัวแน่นอน คนดูก็ดูๆกันเอาเองละกัน สนุกแน่งานนี้

      horse

เมื่อไร นักการเมือง ม้าแก่ ยี่เก เหี่ยวๆ ห่วยๆ พวกนี้จะหมดไปจากประเทศ สงสัยข้าพเจ้าตายแล้วจะได้เกิดเป็นคนอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ไปอีก ๓ รอบคงยังไม่ได้เห็น เพราะมันเป็นการเมืองอาชีพ พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก เมีย หลาน เหลน ไปเรื่อยๆ สั่งสอนกันมานาน การศึกษาดีขึ้น ระบบซับซ้อนขึ้น แต่เรื่องการโกงกินมันต่อเป็นทอดๆ ไม่ได้หายไปได้เพราะการศึกษาสูง มันฝังรากลึกแล้ว ใครจะมาถอนรากอันแข็งแกร่งนี้ออกได้

เรื่องจริยธรรม ศีลธรรม มันไม่เกี่ยวกับความรู้  คนดี ไม่เกี่ยวกับคนเก่ง ไม่เกี่ยวกับคนฉลาด ถ้าฉลาดนั้นมันแกมโกง มันจะดีได้อย่างไร

เมื่อไหร่ คำพูดที่ว่า “ทุกพรรคมันก็โกงมันก็กินกันทั้งหมดแหละ เลือกๆไปเถอะ เอาพรรคที่ทำประโยชน์ให้บ้างก็แล้วกัน” เมื่อไหร่คำพูด ทำนองนี้มันจะหายไปได้ ใครจะมาถอนรากนี้ได้ มันกินกันทั้งบ้านทั้งเมือง ตั้งแต่ท้องถิ่น ยันระดับชาติ กินตั้งแต่ผู้น้อยยันผู้ใหญ่ ทุกๆที่เป็นเหมือนกันหมด กินยิ่งกว่าปลวกกินไม้

ใครจะมาถอนก็ช่างเถอะ เราเตรียมตัวซ้อมรับไหว้ กันไว้หรือยังครับ คนไทยเขาไหว้มายังไงก็ต้องไหว้ตอบนะครับ แสดงความเป็นผู้ดีมีมารยาท นี่เป็นโอกาสเดียวในรอบ ๔ ปี ถ้าไม่มีอุบัติเหตุเสียก่อน ที่ท่านจะได้เจอว่าที่ ส.ส. ทั้งหลาย ตัวเป็น เดินมาไหว้ท่าน ประหงกๆ ถึงหน้าบ้าน ไม่ต้องนั่งรถไปหา หาตัวไม่พบ พบยากเย็น ไม่ต้องรอเข้าคิว แทบจะต้องคลานเข้าหา เมื่อได้เป็น ส.ส. แล้ว

เลือกตั้งคราวนี้ ถ้าใครจะให้เงิน หรือให้อะไรมาซื้อเสียง ก็รับไว้นะครับ เอามาเลย เอามาให้หมด รับมาแล้วไปบอกต่อด้วยว่าอย่าไปเลือกมัน  มันจะเข้าไปถอนทุนได้ไง เมื่อเราไม่เลือกมันเข้าไป ข้าพเจ้ายังรออยู่ทุกวันเมื่อไหร่ เขาจะมาซื้อเสียงข้าพเจ้าบ้าง ข้าพเจ้าเสียงดีนะจะบอกให้ เชิญมาเลยท่านนายทุนทั้งหลาย

ยี่เก รอบนี้ ไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหน พระเอก นางเอกยังไม่ออก ตัวโกงยังไม่เห็น แต่ฤาษี ชีเปลือย ตัวโกง ตัวตลกพอเห็นอยู่ แต่ไม่แน่หรอกนาย งานนี้มีพลิกกันได้ อีกไม่กี่เพลาหรอก ยี่เกจะเลิกโรง ปิดฉากแล้วก็เริ่มเรื่องใหม่อีก เป็นวงจรอุบากว์ไม่มีวันจบ 

ยังไงการเมืองก็ยังเกี่ยวกับเราอยู่เสมอทุกลมหายใจ แม้เราจะไม่อยากจะเกี่ยวด้วยก็ตาม เราๆท่านๆ ก็ทนๆดูไปละกันนะครับ 

ตื่นเต้นกันหน่อย นี่เลือกตั้งนะ เลือกตั้งจริง..นะ..จ๊ะ..จะบอกให้ ฮาฮา..

เงินไหลนอง ทองไหลมา

November 11, 2007

คนมีเงินอย่างคนอื่นๆ วันต้องคิดหนัก ว่าจะเอาเงินไปลงทุนหรือจะทำไงดีให้งอกเงย เพิ่มพูนทวี ส่วนคนจนๆอย่างข้าพเจ้าก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไง จะหาเงินมาให้พอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ใช้หนี้เงินกู้ แถมต้องให้พอมีเหลือเก็บออม เพื่อสักวันจะได้เป็นอย่างคนมีเงินบ้าง ฮาฮา

จะได้เอาเวลาที่มีเหลือเยอะแยะไปทำงานอย่างอื่นๆ ที่พอจะมีประโยชน์แก่ตัวเอง ครอบครัว และเผื่อถึงประเทศชาติได้ด้วยก็จะดียิ่งขึ้น ดังนั้นต้องมารวบรวมองค์ความรู้ไว้ที่พอมีอยู่บ้างว่าจะต้องทำไง จึงจะไปยังเป้านั้นได้ เอาละเริ่มกันเลย

   gold

๑. “พอเพียง” กินอยู่ให้ต่ำกว่าฐานะไว้จะเป็นการดี จะได้มีเงินเก็บไปลงทุนต่อได้ อย่าทำอะไรเกินตัว เห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง อยู่อย่าง พอเพียง มีอย่างเพียงพอ ที่องค์พ่อหลวงทรงสอนไว้ เรื่องง่ายๆที่คนไทยส่วนใหญ่ทำไม่ได้ มีมากก็ใช้มากได้ มีน้อยก็ขอให้เจียมตัว อดเปรี้ยวกินหวาน ให้มีอำนาจเหนือเงิน อย่างที่เขาว่า “การหาเงินนั้นสำคัญ แต่การรู้จักการใช้เงินนั้นสำคัญกว่า” จะได้มีอิสระภาพทางการเงินก่อน อิสระภาพทางเวลาจะตามมาเอง

๒. ออมก่อนรวยกว่า จำเอาไว้ แบ่งเงินให้เป็น ต้องมีเงินออม มีเงินสดอยู่เสมอ นำเงินที่ได้ไปลงทุนต่อ ลงทุนก็มีหลายแบบ ทั้งกองทุนรวม ตลาดหุ้น ตลาดล่วงหน้าก็ใช่ อสังหาริมทรัพย์ก็ดี ตราสารหนี้ หรือธนบัตรก็เสี่ยงน้อยลงมาหน่อย แต่อย่างไรก็ตาม จะลงทุนยังไงก็ได้ขอให้ชนะเงินเฟ้อ ชนะดอกเบี้ยธนาคาร เอาทบต้นสัก ๑๐% ต่อปีก็ให้ได้เถอะ และที่สำคัญกฏของการลงทุนต้องไม่ขาดทุน และอย่างลืมทำบัญชี รายรับรายจ่าย จะได้รู้ตัวว่าที่จ่ายไปนั้น มีสาระหรือไม่ อย่างที่เขาบอกว่าจดแล้วไม่จนไงครับ

๓. หนังสือสิ่งมหัศจรรย์ อับดับหนึ่งของโลก พยายามอ่านหนังสือ หรือบันทึกอะไรก็ได้ หาข้อมูล เพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ และพยายามจดบันทึกไว้ด้วยจะเป็นการดี เป็นการทบทวนไปในตัว ใครจะทำชวเลข หรือโน๊ตย่อไว้ หรือที่กำลังฮิตๆกันก็ทำ Mind Map ไว้ได้จะเป็นการดี  (ลองอ่านหนังสือ อัจฉริยะสร้างได้ ของคุณ วนิษา เรซ ดูก็ได้ครับ)  วิชาความรู้เป็นของติดตัว ไม่มีใครขโมยไปได้ ไฟไหม้ก็ไม่หมด ถ้าไม่ตายก็ยังอยู่กับตัวเองเสมอ

๔. เปิดรับความคิดใหม่ เปิดหาโอกาสใหม่ๆ อย่างยึดติดกับของเดิม โอกาสนั้น เหมือนสายน้ำ และกาลเวลาไม่มีทางย้อนกลับได้ อย่าหลงอยู่ในกับดัก Sunk Cost, Opportunity Cost ที่เสียแล้วเสียไป โอกาสหน้ายังมี ผิดเป็นผิด อย่าคิดมาก โอกาสที่ดีที่สุดคือโอกาสที่เราสร้างขึ้นมาเอง

๕. กฏ ๘๐/๒๐ มีอยู่เสมอในทุกๆที่ ทำตัวให้อยู่ในกลุ่ม ๒๐ ที่สำเร็จผล แต่ยังคงมีผู้เยี่ยมยุทธอยู่ใน ๒๐ นั้นอีกเป็นเรื่องธรรมดา ผู้สำเร็จวิชาสูงสุดอาจมีเพียงไม่ถึง ๕% เรียนรู้จากเขา ศึกษาหาข้อมูล แล้วที่สำคัญคือ ปฏิบัติ มรรคผลมีจริง

๖. ดอกเบี้ยเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกอย่าง เป็นทั้งศัตรูและมิตรแท้ กู้เงินถ้าไม่ใช่เพื่อบ้าน การศึกษา และสุขภาพ อย่าทำอีก อย่าซื้อของผ่อน พอเพียงไงครับ ต่อให้ดอกเบี้ย ๐% ก็เถอะ รู้ได้ไงว่าเขาไม่ขึ้นราคาไปรอไว้แล้ว แล้วซื้อรถถ้าเป็นไปได้ก็อย่าผ่อนอีก ดอกเบี้ยที่แท้จริงไม่ใช่ที่เขาบอกหรือที่คุณเห็น ลองไปคำนวณดูสิครับ ถ้าคุณหาผลตอบแทนจากเงินต้นได้ดีกว่าดอกเบี้ยที่จ่ายก็ว่าไปอีกอย่าง

๗. ป้องกันความเสี่ยง ทำอะไรที่เสี่ยงก็ต้องป้องกันเหตุไว้ก่อน พวกที่อยู่ไม่สุขไปเที่ยวเขายังรณรงค์ให้ใส่ถุงยางเลย (ที่จริงควรรณรงค์ให้เลิกนิสัยเลวๆ พวกนี้มากกว่า) เราๆท่านๆที่มีชีวิตเสี่ยงๆ ก็ควรมีประกันสุขภาพ ประกันชีวิตไว้ จะได้ไม่เดือนร้อนเงินที่พากเพียรเก็บมา ทำประกันแต่พองาม ไม่เกิน ๕-๘% ของรายได้น่าจะกำลังดี (สำหรับคนเสียภาษีอย่างข้าพเจ้า รายได้ยังไม่มาก ที่ดีไม่ควรเกิน ๕๐๐๐๐ ตามที่รัฐเขาให้สิทธิ) อย่างไปเชื่อตัวแทนมาก เขาหวังกำไรจากเรา จำไว้ ลงทุนในหุ้น ก็ใช้ตลาด future ให้เป็นประโยชน์ รู้จัก options เป็น long ได้ short เป็น อันนี้ปีหน้าข้าพเจ้าจะเริ่มลองดู หาคนสอนให้อยู่ครับ

๘. ออกกำลังกายและทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง มีเงิน มีแรง มีเวลา จะเลือกเอาอะไรครับ มีแรง และสุขภาพดีทั้งกายและใจสมบูรณ์แข็งแรง เป็นดีที่สุด อันนี้ก็เป็นการป้องกันความเสี่ยงอย่างหนึ่ง แล้วเงินกับเวลาจะตามมาให้เองครับ ออกกำลังกายให้เป็นสันดานดีที่สุด ให้เหงื่อออกเสียบ้าง เป็นทั้งการขับของเสีย และได้รับความสุขทันทีจากเอ็นโดฟิน ซึ่งเป็นยาเสพติดชั้นดี ที่ร่างกายสร้างได้เองได้ ที่ทำให้เกิดความสุข ไม่ต้องไปหาจากข้างนอก ขอให้ออกกำลังอย่างไรก็ได้ อย่างที่อาจารย์สาทิส เจ้าตำรับชีวจิต พูดไว้ว่าให้ Growth Hormone หลั่งเป็นพอ ความสุขก็ออกมาเอง แถมยังสามารถฝึกสมาธิระหว่างออกกำลังก็ยังได้ สมาธิมี สติมา ปัญญาเกิด

๙. ทำบุญและให้เวลากับครอบครัว การกตัญญูรู้บุญคุณ เป็นสิ่งสำคัญ ทำงาน ลงทุนได้เงินมา ก็แบ่งไปทำบุญ ทำทานบ้าง อย่างตระหนี่เกินไป พาที่บ้านไปพักผ่อนบ้าง ให้เวลา ทำดีกับครอบครัวและคนที่รักให้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้ คิดเสียว่าพรุ่งนี้ถ้าคุณตายแล้วจะไม่ได้ทำ แล้วผลบุญจะตอบสนองเอง รอหน่อยแล้วกัน แข่งอะไรๆก็แข่งได้แต่แข่งบุญวาสนานี้เป็นเรื่องตัวใครตัวมัน ใครทำดีก็ได้ดีเอง แน่นอน

 ๑๐. “Trade-off” เศรษฐศาสตร์นั้นสรุปง่ายๆได้แค่นี้ ได้อย่างเสียอย่างนั้นเองคือคำตอบ ประยุกต์กันเอาเอง ไม่มี Win-Win หรอกนะ จะต้องมี Win ที่สุดอยู่แน่ ส่วนใครจะ Win มาก Win น้อย ค่อยว่ากัน นี่คือหลักหนึ่งใน หมากล้อม นั่นเอง

๑๑. “สติ” และ “อิทธิบาท ๔” สำคัญที่สุด มีไว้ประจำตัวอยู่เสมอ สติมีไว้ทุกขณะจิตได้เป็นดี อย่างลืมละ “สติ” สำคัญที่สุด ใช้ได้ครอบจักรวาล ส่วนอิทธิบาท ๔ แปลว่า บาทฐานแห่งความสำเร็จ ประกอบด้วย ธันทะ วิริยะ จิตตะ และ วิมังสา ใช้คุณธรรมทั้งหมดนี้อะไรๆที่ต้องการย่อมสำเร็จผลแน่นอน  ไม่เว้นแม้แต่ “นิพพาน”

เอาละได้เลข ๑๑ ตองสวย กำลังดี ไม่น้อยไปไม่มากไป ถือไว้เป็นกฏของคนจนอย่างเรา ทำให้ได้ตามนี้แล้วจะไม่มีทางจน รับรอง.. ว่าแต่นี่มัน ๑๑ ข้อจริงๆ หรือนี่..ฮาฮา

ปล. เขียนเสร็จแล้ว นึกได้ว่าเรื่องพวกนี้ เคยเขียนไว้ใน thaivi.com บ้าง เลยถือโอกาสรวบรวมข้อเขียนไว้ด้วยเลย ไม่เคยเก็บไว้ ต้องไปค้นมานะครับ จริงๆผมว่ามีอีกนะครับ แต่หาไม่เจอ ช่วยไปอ่านกันหน่อยก็ดีนะครับ แต่บางกระทู้ post reply ไม่ได้แล้วนะครับ ถ้าจะทำต้อง post ให้ท่าน admin ที่ thaivi.com ขอให้เขาปลด lock ให้ก่อนนะครับ

ปล. อีกครั้ง วันที่ ๘ ธ.ค. ๕๐ ข้าพเจ้าจะไปแก้ไข tags แล้วบังเอิญไปลบข้อความข้างในออกหมด โชคดีมี draft อยู่ใน note เก่าๆ ครับ เอามาต่อได้ ขออภัยผู้ที่เคยอ่านไปแล้ว อาจจะไม่เหมือนเดิมทั้งหมดนะครับ แต่เนื้อหาคงเดิม และข้าพเจ้าว่าได้สาระครบถ้วนดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ..ข้าพเจ้าเอง

Google influence

November 9, 2007

If you use Computer and Internet.
Absolutely, you must know Google.

What did you do about Google?
To search anything that you need to know.

Two guys who changed the world 

larry page 

Larry Page Co-Founder & President, Products

Sergey Brin 
Sergey Brin Co-Founder & President, Technology

What’s a Google?   About Google

“Googol” is the mathematical term for a 1 followed by 100 zeros. The term was coined by Milton Sirotta,nephew of American mathematician Edward Kasner, and was popularized in the book, “Mathematics and the Imagination” by Kasner and James Newman. Google’s play on the term reflects the company’s mission to organize the immense amount of information available on the web.

Is it only the number one search engine in the world? … see …

google product

More Google Products

Where is Google Inc.? 
 1600 Amphitheatre Parkway Mountain View, CA 94043 Phone: +1 650-253-0000 Fax: +1 650-253-0001

The company that almost IT guys need to join ..it’s on Silicon Valley. Located in the heart of techology town in the world.

Google quick profile
Google history

If you’re a investor who bought the GOOG’s IPO ….look….

google graph

http://finance.yahoo.com/q/bc?s=GOOG&t=5y

I want to invest a firm like GOOG.

Ten things Google has found to be true. 

1. Focus on the user and all else will follow.
2. It’s best to do one thing really, really well.
3. Fast is better than slow.
4. Democracy on the web works.
5. You don’t need to be at your desk to need an answer.
6. You can make money without doing evil.
7. There’s always more information out there.
8. The need for information crosses all borders.
9. You can be serious without a suit.
10. Great just isn’t good enough.

Google….Great just isn’t good enough,   It’s true.

This earth isn’t good enough for you too, for example to see  http://www.google.com/mars/ ha ha ha, It’s me.

ไก่เห็นตีงู งูเห็นนมไก่

November 7, 2007

ดูการเมืองไทย นักการเมืองไทยช่วงที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้มันมั่วได้ใจจริงๆ ดูการ Debate มาหลายช่องแล้ว ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะไปเลือกใครเลย ๒๓ ธ.ค. นี้ ไม่มีมาตรฐานกันเลย จรรยาบรรณ สัตยาบรรณใดๆ ไม่ต้องพูดถึง ผสมกันมั่วไปหมด ธงเดียวกันหมด กูต้องเป็นรัฐบาล บานทะไท ไทยแลนด์ แดนสยาม ตัวใครตัวมันละกันงานนี้ ของให้เจอของดีละกัน ข้าพเจ้าว่าเจอกันอีกทีรัฐบาลหน้าๆ ดีกว่าครับ

สงสารตัวเอง เกิดมาในประเทศที่อุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พันธุ์ไม้  พันธุ์สัตว์ สมุนไพร ภูมิปัญญาที่สั่งสมมาหลายชั่วคน ธรรมชาติก็มีดีทั้ง บก น้ำ อากาศ พร้อมพรั่งสุขสมบูรณ์ สมกันที่เขาพูดกันว่า สินในดิน สินในน้ำ สินในอากาศ น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ขนาดไหน ดูจากเมื่อก่อน สินค้าหลักที่ส่งออกของไทยก็รู้แล้ว ไม้สัก ข้าว อาหารทะเล ยางพารา เป็นอาทิ มีผู้ปกครองสูงสุด องค์พระมหากษัตริย์ นักคิด นักพัฒนา มาตลอดทุกๆพระองค์ ตลอดทุกยุคสมัย

เกิดใต้ดินแดนไทยนี้ มีดีใจอยู่ไม่กี่อย่าง หนึ่งในนั้นที่สำคัญคือได้เกิดใต้พระบรมโพธิสมภารในพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันนี้ วันนี้พระองค์ท่านออกจากที่ประทับที่โรงพยาบาลศิริราช เสด็จกลับพระราชวังแล้ว ดูภาพข่าวแล้วสุดแสนปลื้มใจ สุดบรรยาย คำสอน พระราชดำรัชของในหลวงเยอะๆแยะมากมาย แค่ข้อ พอเพียง ทำตามกันบ้างหรือเปล่า เข้าใจกันดีแล้วหรือยัง ผลงานรัฐบาลที่ผ่านมาๆนะหรือ ข้าพเจ้าว่ามาจากพระราชดำริ เป็นผลงาน ผลต่อเนื่องจากในหลวงซะเกินครึ่ง

ส่วนอีกข้อก็คือได้นับถือศาสนาพุทธ และมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาหลักของคนส่วนใหญ่ของประเทศ มีพระดีๆให้กราบ มีศาสนาพุทธ มีศีล ๕ ซึ่งข้าพเจ้าศาสนาไหนก็มี ก็ศีล ๕ เป็นหลักสำคัญในการปกครองโลก เป็นหลักธรรมชาติ เหมือนที่หลวงพ่อพุธบอกว่า ศีล ๕ พาพ้นภัย แค่ถือศีล ๕ แค่เนี้ย ทุกอย่างก็ดีแล้ว ไม่เชื่อลองทำดู

เมืองไทยนะหรือ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อไหร่หนอ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วหรือปัจจุบันวันนี้ ประเทศไทยอะไรอะไรก็ดีไปหมด ยกเว้นคนไทย….ไม่ใช่.นักการเมืองไทยสิ จนต้องเปลี่ยนคำพูดที่เขาพูดๆกันว่า ดินแดนเมืองไทยนี้มันดีเกินไป เขาเลยส่งคนไทยมาเกิด เพื่อจะทำให้สมดุลหน่อย เป็น เมืองไทยนี้มันดีเกินไป เขาเลยส่งนักการเมืองไทยมา
เกิด ฮาฮา ทำให้เปลี่ยนคำพูดบทใหม่เป็น ในน้ำเสียมีขยะ ในนามีโรงงาน ฮาฮา

เราล้มระบอบสมบูรณญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มี องค์พระมหากษัตริย์ เป็นประมุขมากี่ปี แล้วละครับตอนนี้เราเป็นประชาธิปไตยแล้วหรือครับ เคยคิดไหมว่าถ้าให้องค์ในหลวงปกครองเองประเทศไทยจะไปไกลเพียงใดแล้ว ข้าพเจ้าว่าทุกวันนี้ประชาธิปไตยไทยมันเป็นแบบรูปล่างนี้อยู่เลย

ratchadam002re

เบื่อพวกนักการเมือง พวกกลับกลอกทั้งนั้น แสดงละครให้ดู ยิ่งกว่าละครน้ำเน่าในจอทีวีไทย ตามไม่ทันเลยใครจะไปอยู่กับใครตอนไหนบ้าง เดาไม่ได้เลย อะไรก็พลิกกันง่ายๆยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ ไม่ฟันธงไปซักข้าง อะไรก็ได้ อะไรก็ดี ได้แต่กั๊กกันไปกั๊กกันมา ทีเอ็งทีข้า คิดได้อยู่แค่เนี้ยนะ ผลาญภาษีพวกเราไปไม่รู้เท่าไหร่ งานที่คิดออกมาแต่ละอย่าง ประเทืองปัญญาน่าดูชม ไปดูงานเมืองนอกเมืองนาก็แยะ ก็ไม่เห็นทำให้บ้านนอกคอกนา ได้เจริญขึ้นมาเลย

 e059_JPG

ไม่มีอะไรได้มาจากปากกระบอกปืนทุกอย่างหรอกนะ เห็นไหมละ  ๑ ปีกว่าที่เสียไป มีอะไรดีขึ้นบ้าง เราถอยหลังมาเยอะแล้ว สมควรจะก้าวกระโดดได้แล้ว

๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
๒. อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
๓. กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
๕. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฎฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

๕ ข้อง่ายๆ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่พูดปด ไม่ผิดประเวณี ไม่เสพของมึนเมา ทำได้มั้ย นักการเมืองไทย ทำได้แค่นี้เมืองไทยก็เจริญขึ้นอีกมากมาย

ไม่ต้องสมานฉันท์หรอก เอาแค่ “สามัคคี” คำโบราณๆก็พอ มีหลักยึดกันบ้าง รู้จักบ้างมั้ย ในหลวงท่านทรงเหนื่อยพอแล้ว เหนื่อยพระวรกายแล้ว ต้องให้เหนื่อยพระราชหฤทัยอีกหรือครับ ต้องให้พระองค์ท่านทรงงานอีกถึงเมื่อไหร่

นักการเมืองเอ้อ ตั้งแต่รากหญ้า รากแก้ว จนถึงรากเหง้าเอ้อ อะไรอะไรก็ไม่ทำกัน ที่ควรทำก็ไม่ทำ ที่ไม่ควรก็ทำ ยิ่งพอได้เป็นรัฐมนตรี มนโททั้งหลาย ก็ได้แต่โทษกันไปโทษกันมา ได้แต่เดินแกว่งกันไปแกว่งกันมา เวลาสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนะสักแต่ว่าท่องตามหรือไง ไม่รู้หรือไง เวรกรรมนะมีจริงรู้มั้ย กรรมใดใครก่อ..เคยได้ยินบ้างไหมครับ

adc1fbcb93

อย่าให้เดือนร้อนประชาชนอีกเลย

เฮ้อเบื่อ พวกไก่เห็นตีงู งูเห็นนมไก่ จะว่าเขาก็เหมือนว่าเรา ฮาฮา ข้าพเจ้าเอง.