ลูกไม้มักหล่นใต้ต้น

February 2, 2009

ช่วงนี้เงียบหายไปหลายวัน เพราะเบื่อโลกเสมือนใน internet หลังจากนี้ก็คงหายๆผลุบๆโผล่ๆ เพราะไม่รู้จะเข้ามาเขียนให้คนอื่นอ่านเรื่องตัวเองทำไม 5555 เอาเวลาไปทำอย่าอื่นดีกว่า ไม่อยากมาระบายในนี้แล้ว internet มันก็ดีนั้นแหละ แต่แค่นี้ก็รู้แล้วว่า blog เป็นยังไง ได้ความรู้มาพอควรแล้ว ค่อยๆย่องไปหา knowledge เรื่องอื่นๆต่อดีกว่า เปลี่ยนวิธีผ่อนคลาย

รู้อยู่แล้วละว่าต้องเป็นแบบนี้ เพราะเป็นคนแบบนี้แหละครับ ชอบอะไรเป็นช่วง บ้าเป็นพักๆ นิสัยประจำตัว ชอบอ่าน ชอบรู้น้อยๆแต่รู้เยอะๆ 55555 เคยเห่อมาหลายเรื่องแล้ว ตั้งแต่ บ้าถ่ายรูป กับกล้อง SLR สมัยยังเป็นฟิลม์ ก็เลิกไปแล้วขี้เกียจแบก ทั้งหมากล้อม สมัยก่อนยังไม่ฮิตมาก เมื่อมีระดับดั้งในเมืองไทย แค่นับคนได้ ไม่เกินหลัก 10 ก็ไปเรียนไปเล่นถึงสมาคมก็ล้างราไปนาน พอได้ concept ก็จากลา ทั้งบ้าอ่านบ้าซื้อหนังสือก็เลิกเสพลงเยอะ บ้าการ์ตูนก็ไปซื้อมาดูมันทั้งวัน ยังกะติดยา บ้าเล่นเกมส์ก็บ้า กะอีกหลายๆบ้า สรุปว่าคนเขียนนี้บ้า 55555

เรื่องบ้านี่เป็นแค่เรื่องหนึ่งมั้งที่ไม่ได้มาจาก dna ไม่ได้มาจากพฤติกรรมของคนรอบข้าง คงเป็นเพราะสันดานแค่ชาติบางก่อน เป็นลูกไม้ที่ไม่ได้หล่นใต้ต้น ทั้งบ้านพ่อแม่รับราชการหมด น้องๆก็รับราชการ ส่วนข้าพเจ้านอกตำรามาอยู่นอกระบบ ว่าไปแล้วทั้งบ้านพ่อแม่ลูกก็ประกอบอาชีพไม่เหมือนกันเลย ไม่ได้หล่นใต้ต้นสักคน พูดใหม่เลยก็คือคงไม่ได้ดังใจพ่อแม่สักคน 5555 แต่ทั้งหมดก็เป็นคนดี แม้ว่าจะทำให้ปวดหัวบ้าง แต่ก็มีหลักมีฐาน มีการมีงานทำละกัน มีพอกิน ไม่ได้เกาะพ่อขอแม่กินแล้ว แหมภูมิใจนะเนี้ย 5555

จะว่าไปลูกไม้แม้ว่าจะมีนกมีกามีสิงสาราสัตวมาคาบไปตกไกลๆ มันก็ต้องหล่นใต้ต้นบ้างนั่นแหละ จะว่าไปแล้วข้าพเจ้าก็ได้สิ่งดีจากพ่อกับแม่มาเยอะนะครับ ยกมาโม้บางส่วน

ท่านสอนสิ่งดีๆเยอะ และหวังดีเสมอ อาทิเช่น…แม้ว่าเมื่อวันก่อนเราอาจจะพึ่งจะเถียงท่านทะเลาะบ้าง แต่เช้ามาท่านก็ลืมไปแล้ว มีแต่เราที่ยังเกรงอยู่..อันที่จริงนะกลัว.. วันดีมีสุขก็อวยพรให้พรเราทุกเทศกาล ท่านไม่ได้ร่ำรวย ไม่ได้โกงกิน (อาจมีตามน้ำบ้างมั้ง ไม่อาจรู้ได้) แต่ที่เห็นก็ไม่มีทรัพย์มากมาย ไม่มีอหิงสาอะไร..ไม่ใช่…ไม่มีอสังหาอะไร ทำงานจนปลดระวางก็อยู่บ้านห้องแถวห้องเดิมคุณตาสร้างให้สามสิบกว่าปีก่อนนู้น มีรถเก่าๆ ๑ คัน

โดยเฉพาะพ่อ ทำงานอย่างท่านถ้าเป็นคนอื่นๆ ก็คนมีอันจะกินกว่านี้ ท่านไม่ชอบความเสี่ยง (แต่ข้าพเจ้าชอบไม่งั้นก็คงไม่มาเล่นหุ้น เกี่ยวกันมั้ยเนี้ย) บ้างาน ชอบให้ทำงาน ไม่ชอบให้หยุด เท่าที่จำได้ไม่เคยหยุดพักร้อน โอ้พระเจ้า และถ้าเราหยุดบอกว่าลาพักร้อน ท่านจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นะ 555 เมื่อก่อนก็ไม่หยุดเหมือนกัน แต่ตอนนี้หยุดแหลก

ท่านชอบให้มีสมุดเล่มเล็กๆบันทึกประจำตัว ให้มาประจำ ไว้เราก็จดบ้างไม่จดบ้าง ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะความคิดดีๆมักหายไปบ่อยๆ ท่านออกกำลังกายเกือบทุกวัน แข็งแรงแถมอึดยังกะกระทิง ชอบให้อ่านหนังสือ ชอบให้ออมตอนเด็กๆก็ให้เหรียญให้เงินไปฝากเป็นประจำ แถมให้เราดูแลเงินเก็บด้วย ทำให้ติดนิสัยมาเยอะ

แต่ท่านไม่ค่อยชอบเที่ยว พ่อนะ แต่แม่ชอบเที่ยว แต่เกรงพ่อ ฮาฮาฮา ให้เก็บแต่เงิน กลัวว่าลูกไม่มีเงินใช้ มีเงินก็จะให้ฝากธนาคารท่าเดียว ท่านกินง่ายอยู่ง่าย พอเพียง อยู่แบบเพียงพอ กินเพื่ออยู่ ก็ติดมาบ้าง ท่านดูแลตัวเองไม่ชอบพึ่งพิงใคร ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน โฮได้มาเต็มๆ ทำกับข้าวอร่อยทั้งคู่ ไอ้เราก็ได้วิชามาบ้าง

ตอนนี้ท่านก็แก่แล้วละ ลูกๆก็โตแล้วละ แต่ยังเล็กกว่าวัวกว่าควาย ถ้าเคยเห็นมันใกล้ๆจะรู้ว่ามันตัวใหญ่กว่าเราเยอะ แต่ยังไงท่านก็เหมือนพ่อแม่คนอื่นๆมั้ง..เห็นลูกเป็นเด็กๆอยู่เสมอ ชอบสอนชอบแนะนำ ซึ่งก็เรื่องดีๆทั้งนั้นแหละ มีแต่เรานี่แหละดื้อด้าน ไม่ค่อยจะเชื่อ 5555 จะบอกว่าโตแล้วนะ

ตอนนี้พยายามให้พ่อแม่ปล่อยวางบ้าง ศึกษาธรรมบ้าง อย่าคาดหวังกับลูกมากเกินไป แล้วจะมีความสุขมากขึ้น สิ่งไม่ดีของท่านก็มี แหม่ก็คนธรรมดาเดินดินนิครับ แต่ไม่ขอกล่าวถึง เอาไว้รู้กันเองในครอบครัว ที่ว่ามาทั้งหมดไม่มีอะไรหรอกครับ แค่มาบอกว่าได้สิ่งดีๆจากท่านมาเยอะ ก็มาสดุดีชื่นชมให้คนอื่นอ่านบ้าง

เขียนเรื่องอื่นๆได้เยอะแยะแค่ไม่เคยเขียนถึงคนที่เป็นที่สุด เป็นพระอรหันต์ของลูก บ้านนี้ไม่ค่อยได้บอกรักกันหรอกครับเป็นคนโบราณกันทั้งบ้าน เขินตายเลย แต่หลังๆมานี่ ทุกๆครั้งที่เจอกันก็ไปโอบไปกอดท่านบ่อยๆ เพราะไม่ค่อยได้เจอกันครับ ให้ท่านได้รู้ว่ารักนะ นี่ก็ใกล้วันเกินท่านทั้งคู่แล้ว ก็มาบอกรักท่านให้คนอื่นๆอ่านก่อน..แค่นี้ละกันนะครับ….รัก

Advertisements

ไปงานพระเมรุมาครับ

November 30, 2008

img_2008

 

img_2095

 

img_2085

 

img_2200

img_2239

 

img_2568

 

img_2574

ไปมาสองวันได้มาแค่นี้แหละครับ ไปงานนี้เหมือนเป็นงานอวดกล้องยังไงก็ไม่รู้ครับ ถ่ายมาจากกล้องที่เขาเรียกว่ากล้องปัญญาอ่อนของแฟนครับ เห็นคนอื่นๆถ่ายมาอวดกันก็เยอะแยะครับ อยากอวดบ้างครับ  ดูแบบไกลๆไปก่อนนะครับ เสียดาย รัฐให้อยู่ชื่นชมไม่กี่วัน เก็บไว้นานหน่อยก็น่าจะได้นะครับ

itcity กับระยะทางในเมืองหลวง ๑

November 10, 2008

it20k

ใครเดินทางไปเที่ยวห้างในรัศมี ๒๐ กิโลเมตรบ้างครับ นี่นับเฉพาะสาขาที่อยู่ในเมืองกรุง เมืองนน และ ปากน้ำ นะครับ ช่วยไม่ได้ข้อมูลฐานมีแค่นี้เอง เอาแค่นี่ก่อนละกัน แค่นี่ก็พอมีประโยชน์ครับ

it15k

รัศมี ๑๕ กิโลเมตร

it10k

รัศมี ๑๐ กิโลเมตร

it5k

รัศมี ๕ กิโลเมตร

it3k

3 กิโลเมตร

รูปแค่นี้ก็น่าจะตอบคำตอบ หลายๆ คำถามได้นะครับ อย่างนี้สิเรียกว่าใช้ประโยชน์จาก GIS

เรียกว่าการใช้แบบไม่ได้ใช้..ฮาฮา..ข้าพเจ้าเอง

งบไอทีซิตี้ ไตรมาสสาม ปี ๕๑ ครับ

November 7, 2008

itcity_q3_2008_2

ตัวเต็มลองไป download งบไตรมาสสาม q3 2008 ที่นี้ครับ  กำไรเพิ่มขึ้น งบก็ออกมาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีผลต่อตลาดแบบนี้ ก็ดีครับ มีเงินเมื่อไรจะมาตามเก็บ เต็มไปตามที่โทรไปคุยมาครับ

ตัดข่าวมาแปะ IT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2551 ด้วยกำไรสุทธิ 57 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 8%  และ 23% เทียบ YoY และ QoQ จากกำไรสุทธิ 53 และ 46 ล้านบาทตามลำดับ ขณะที่ผลการ ดำเนินงานงวด 9 เดือน กำไรสุทธิ 144 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 21% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากกำไรสุทธิ 119 ล้านบาท โดยยอดขายไตรมาส 3 เท่ากับ 1,619 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 8% และ 11% เทียบ YoY และ QoQ จากการเปิดสาขาใหม่ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงฤดูขายในกลุ่ม ไอที อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 13% จาก 12.7% ในไตรมาส 3’2550 และ 12.8% ในไตรมาส 2’2551 จากยอดขายที่มาก รวมถึงได้รับส่วนลดการค้าที่มากขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหารเพิ่มขึ้น 11% และ 3% เทียบ YoY และ QoQ จากค่าใช้จ่ายการเปิดสาขาใหม่ 3 สาขาคือปิ่นเกล้า, พิษณุโลก และอยุธยา รวมถึงการปรับเงินเดือน

itcity_q3_2008

ไปดูย้อนหลัง

บริษัท ฯ มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 1/2551 ได้ประมาณ 0.12 บาทต่อหุ้น เท่ากับ 40.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น10.80 ล้านบาท หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 36.45 % เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิของงวดเดียวกันในปีที่แล้ว

กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 2/2551 เท่ากับ 46.42 ล้านบาท ได้ 0.14 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 10.13 ล้านบาท หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 27.91 % เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิของงวดเดียวกันในปีที่แล้ว

สองไตรมาสแรกรวมได้ 0.26 กะว่าไตรมาสสี่ เศรษฐกิจมองในแง่ร้ายหน่อย ขายไม่ดีได้ซัก 0.09 รวมกับไตรมาสสามได้ไปแล้ว 0.17 รวมกันได้เท่าต้นปี 0.26 เท่ากัน มีข่าวว่าจะปันผล 100% ก็แสดงว่าทั้งปีได้ 0.52 บาทต่อหุ้น ปีหน้าเปิดสาขามากขึ้นก็น่าจะกำไรดีขึ้นหรือไม่ก็ได้เท่าเดิม ใครซื้อตอนนี้ราคา 4.3 บาท ก็แสดงว่าถ้าไม่ขายรอรับปันผลอย่างเดียวก็ได้ปีละ 12% จะไปฝากธนาคารไหนได้ดอกเยอะเท่านี้ไม่มีแน่

ของข้าพเจ้าไม่ได้ขายออกเลย ติดอยู่สูงกว่า 4.3 นี้เยอะแต่ไม่เป็นไร ถ้านับปันผลได้ปีละ 8% ก็พอไปได้ มากกว่าออมทรัพย์เยอะ เอาเถอะถ้าหุ้นตัวอื่นอาจได้เยอะกว่านี้แต่ไม่มีข้อมูลไม่มีความรู้ เอาเท่านี้ก็พอไปได้ครับ

ปีนี้เปิดได้ 4 สาขา ปิดไป 1 สาขา แต่เป็นสาขาเดียวที่ขาดทุนมายาวนานและต่อเนื่อง ปิดๆไปแหละดีแล้ว เย้ๆ ปีหน้าก็ยังโตได้เปิดอีกสัก 4 สาขาก็พอใจแล้ว ปีหน้าเปิดแน่ๆ 1 ที่แน่นอนแล้วไตรมาสแรกเพราะเลื่อนจากปีนี้ สาขาที่เหลือค่อยไปลุ้นเอาครับเขาบอกว่าจะลุยต่างจังหวัด แต่ข้าพเจ้าอยากได้ในกรุงและปริมณฑลมากกว่า ขออีกสัก 2-3 สาขา แถวๆนี้ได้มั้ยครับ มีทำเลในใจจากการเล็งไว้แล้ว ไว้วันหลังจะเอาผลการวิเคราะห์มาให้อ่านครับ..ข้าพเจ้าเอง

—————-

แถม..ตบด้วยข่าวประกอบเพิ่มครับ

กรุงเทพฯ–6 พ.ย.–คอร์แอนด์พีค

         นายกมล จันทิมา ประธานกรรมการ บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ใน 9 เดือนแรกปี 2551 ที่ผ่านมาว่า บริษัทฯ สามารถทำรายได้รวม 4,538.16 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 8.33% และมีผลกำไรสุทธิ 144.04 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 21.22% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2550

สำหรับไตรมาสที่สามของปี 2551 บริษัทฯ สามารถทำรายได้รวม 1,632.67 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 7.7% และมีผลกำไรสุทธิ 57.20 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 8.11% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2550
         ปัจจัยที่ทำให้ไอที ซิตี้ มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1. ตลาดคอนซูเมอร์ไอทีมีการเติบโตต่อเนื่อง และไอที ซิตี้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่เป็นทั้งคอนซูเมอร์ บริษัทขนาดเล็ก และขนาดกลางเพิ่มมากขึ้น 2. ไอที ซิตี้มีการขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้นทั้งจากสาขาใหม่ที่เปิด และสาขาเดิมที่มีอยู่ 3. ไอที ซิตี้ เป็นศูนย์รวมสินค้าไอทีที่ครบวงจร ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน 4. ไอที ซิตี้ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ทั้งจากในและต่างประเทศมากขึ้น 5. บริษัทฯโฟกัสในธุรกิจค้าปลีกที่เรามีความชำนาญ ยังผลให้เกิดงานที่มีคุณภาพและได้เปรียบด้าน Economy of Scale 6. ผลิตภัณฑ์ไอที จัดเป็นสินค้าที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านธุรกิจและการเรียนรู้ ยังผลให้กำลังซื้อยังมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
         ในไตรมาสที่ 3 บริษัทฯได้ปิดสาขาที่เปิดดำเนินการในศูนย์การค้าจัสโกสาขารัชดา ยังผลให้บริษัทฯ มีจำนวนสาขารวม 32 สาขา ในไตรมาสที่ 4 บริษัทฯ มีแผนงานที่จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 2 แห่งที่จังหวัดหนองคายและที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี จะเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อให้บริการต่อลูกค้ากลุ่มบ้านและกลุ่มองค์กร ขณะเดียวกันจะดูแลด้านค่าใช้จ่ายให้มีความสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและความสามารถในการทำรายได้ของบริษัทฯ นายกมลกล่าวสรุป

CNN Will I Am Hologram, First time on TV

November 6, 2008

ลอง post vdo ครั้งแรกครับ จาก link นี้ครับ http://www.youtube.com/watch?v=deoOTqT-SMI เป็นเรื่องทันสมัย ใหม่ๆซิง ต่อเนื่องกับงานเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครับ เพราะเขามาใช้ในวงการทีวีครั้งแรกในงานนี้ครับ

ไม่ได้เป็นคนที่นิยมหนังพวก Star Trek หรือ Star Wars นะครับ แต่พอนึกถึงภาพฮอโลแกรม ก็ต้องนึกถึงหนังพวกนี้ก่อนครับ แต่คราวนี้เขาเอามาใช้ในวงการทีวี แต่หลายเสียงว่ายังไม่ใช่เป็นฮลโลแกรม แต่ช่างมันเถอะจะแท้จะเทียม เอาเป็นว่าต่อไปเราคงได้เห็นเทคโนโลยีด้านนี้พัฒนามากยิ่งขึ้นครับ

ของเล่นในหนังเริ่มเห็นแนวทางเป็นเรื่องจริงได้อีกเรื่องแล้วครับ ต่อไปข้างหน้าเวลาเราโทรศัพท์คุยกัน หรือส่ง message ไปหากัน ใครจะไปรู้ อาจส่งทั้งรูปทั้งเสียงแบบ ๓ มิติไปแบบฮอโลแกรมก็ได้..ดีจริงๆ

ถ้าเอาไปใช้แบบสร้างสรรค์หรือทำลายก็ไม่รู้ แต่เริ่มมีหลายคนพูดกันแล้วว่า ต่อไปอาจจะได้ดูคลิปโป๊แบบสามมิติก็ได้..ต่อไปถ้าดาราคนไหนทำหลุดออกมาอีกละยุ่งแน่..งานนี้ไม่ต้องปฎิเสธ หรือให้สัมภาษณ์แบบกั้กๆ ไม่ใช่หรอกครับ..เป็นไปไม่ได้..หน้าคล้ายกันครับ..ต้องรอดูก่อนครับ..คำพูดแบบนี้จะหายไปแต่จะเป็นแบบไหนก็รอฟังอีกสัก ๑๐ ปี รอฝันค้างไปก่อนนะครับ ๑๐ ปี น่าจะเป็นไปได้..เหอๆ..ข้าพเจ้าเอง

Obama: ‘This is your victory’

November 5, 2008

U.S. chooses 'change'

ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 44

John Kerry, right, and Obama confer at the 2004 DNC, where Obama wowed the crowd with his keynote address.

กับรองคู่ใจ

ตัดข่าวจาก cnn มาครับ Obama: ‘This is your victory’ ดูเนื้อหาข้างในครับ

(CNN) — Barack Obama told supporters that “change has come to America” as he claimed victory in a historic presidential election.

“The road ahead will be long. Our climb will be steep. We may not get there in one year or even one term, but America — I have never been more hopeful than I am tonight that we will get there. I promise you — we as a people will get there,” Obama said in Chicago, Illinois, before an estimated crowd of up to 240,000 people.

With Obama’s projected win, he will become the first African-American to win the White House.

Obama had an overwhelming victory over Sen. John McCain, who pledged Tuesday night to help Obama lead.

“Today, I was a candidate for the highest office in the country I love so much, and tonight, I remain her servant,” McCain said.

McCain called Obama to congratulate him, and Obama told the Arizona senator he was eager to sit down and talk about how the two of them can work together.

President Bush also called Obama to offer his congratulations.

Bush told Obama he was about to begin one of the great journeys of his life, and invited him to visit the White House as soon as it could be arranged, according to White House spokeswoman Dana Perino.

Obama will be working with a heavily Democratic Congress. Democrats picked up Senate seats in New Hampshire, New Jersey, North Carolina and Virginia, among others.

“While the Democratic Party has won a great victory tonight, we do so with a measure of humility and determination to heal the divides that have held back our progress,” Obama said.

Flanked by American flags, Obama told the roaring crowd, “This is your victory.”

“To those Americans whose support I have yet to earn — I may not have won your vote, but I hear your voices, I need your help, and I will be your president too,” he said.

Supporters in Chicago cheering, “Yes, we can” were met with cries of “Yes, we did.”

More than 1,000 people gathered outside of the White House, chanting “Obama, Obama!”

Sen. Hillary Clinton, Obama’s former rival for the Democratic nomination, said in a statement that “we are celebrating an historic victory for the American people.”

“This was a long and hard fought campaign but the result was well worth the wait. Together, under the leadership of President Barack Obama, Vice President Joe Biden and a Democratic Congress, we will chart a better course to build a new economy and rebuild our leadership in the world.”

Sen. Ted Kennedy said Americans “spoke loud and clear” in electing Obama.

“They understood his vision of a fairer and more just America and embraced it. They heard his call for a new generation of Americans to participate in government and were inspired. They believed that change is possible and voted to be part of America’s future,” the Massachusetts senator said in a statement.

As results came in Tuesday night, Obama picked up early wins in Pennsylvania and Ohio — states considered must-wins for McCain.

Obama also won Virginia, a state that has not voted for a Democratic president since 1964.

Going into the election, national polls showed Obama with an 8-point lead.

Voters expressed excitement and pride in their country after casting their ballots in the historic election. Poll workers reported high turnout across many parts of the country, and some voters waited hours to cast their ballots.

Tuesday marks the end of the longest presidential campaign season in U.S. history — 21 months.

Obama, 47, will now begin his transition to the White House. He will be sworn in at the 44th president on January 20, 2009.

—————

 us_president_2008_1

ผลล่าสุดชนะขาด

us_president_2008_2

ดูเป็นรายรัฐ สีฟ้าชนะ รอบนี้ไม่ต้องลุ้น ถูกตามแค่ช่วงรัฐแรกๆ หลังจากนั้นทิ้งไม่เห็นฝุ่น โดยเฉพาะรัฐใหญ่ที่มีเสียงเยอะๆ อย่างฟอริดารัฐเจ้าปัญหาเมื่อครั้งก่อน ก็กินเรียบ

 us_president_2004_1

เปรียบเทียบกับเมื่อ 4 ปีก่อน ที่ต้องลุ้นถึงรัฐสุดท้าย

us_senate_house_2008_2

ผลการเลือกตั้ง ส.ว. และ ส.ส. ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ ก็กวาดเสียงรวมเกินกึ่งหนึ่งไปทั้งสองสภา

us_senate_2008_1

ดู ส.ว. เดโมแครต กวาดเสียงรายรัฐ

us_house_2008_1

 รูปนี้ ส.ส. ทีมเดิมก็กวาดเสียง

us_governor_2008_1

ผู้ว่าการรัฐ ก็กวาดเรียบ

all data very thanks http://www.CNN.com รอบนี้เดโมแครตกวาดเรียบทุกสนาม อะไรก็เป็นใจไปหมด คงเบื่อตาบุชน่าดู เศรษฐกิจก็ร่วงๆๆ ที่นู้นถึงเวลาเปลี่ยน แต่ที่นี่ยังเหมือนเดิม..ฝนที่ตกทางนู้น..ก็ยังหนาวถึงคนทางนี้เช่นเดิม..เหอๆ..ข้าพเจ้าเอง

ใครทำประกันชีวิตไว้ลดหย่อนภาษี งานเข้าแล้วครับ..

November 4, 2008

คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เคลียร์กับกรมถอนขนห่านยังไงครับนี้ หลังจากตามข่าวมาหลายวัน ดูเหมือนไม่มีความคืบหน้านะครับ ลองอ่านข่าว..จากสองแหล่งนี้ก่อนครับ

ข่าวแรกใหม่ๆหลังเคลียร์มาแล้วหลายรอบ  คปภ.-สรรพากรเคลียร์สิทธิหักภาษี  เนื้อหาข้างในครับ

คปภ.วิ่งหาสรรพากรอีกรอบ ชี้แจงผลกระทบก่อนฟันธง สิทธิหักลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกันชีวิต ด้านนายกสมาคมประกันชีวิต ย้ำทำให้ชัดเจน หวั่นคนสับสน

จากการประชุมร่วมระหว่างกรมสรรพากร และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ข้อสรุปล่าสุดเกี่ยวกับสิทธิของผู้เอาประกันในการหักลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกันชีวิตว่า กรมธรรม์นั้นจะสามารถจ่ายปันผลระหว่างปีในช่วง 3 ปีแรกได้ไม่เกินปีละ 20% ของเบี้ยรับประกันในแต่ละปี รวมถึงเบี้ยประกันจากสัญญาหลักเท่านั้นที่จะได้สิทธิดังกล่าว ไม่ครอบคลุมถึงเบี้ยประกันส่วนที่เป็นสัญญาเสริม

นางคมคาย ธูสรานนท์ รองเลขาธิการสายกำกับ คปภ. เปิดเผยว่า คปภ.จะเข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริงและนโยบายเพื่อประเมินภาพรวมด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงจะชี้แจงถึงผลที่อาจเกิดขึ้นหลังจากมีมาตรการเหล่านี้ออกมา ซึ่งด้านกรมสรรพากรอาจมองในอีกมุมหนึ่งที่ต่างไปก็ได้ การหารือร่วมกันครั้งนี้ต้องพิจารณาบนหลักการเพื่อให้เป็นข้อกำหนดที่ยอมรับได้ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ทาง คปภ.จะเข้าไปชี้แจงข้อมูลเท่านั้น ส่วนการกำหนดข้อสรุปออกมายังเป็นอำนาจการตัดสินใจของกรมสรรพากร

ทั้งนี้ ผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตมักซื้อประกันสุขภาพเป็นสัญญาแนบท้าย เพื่อคุ้มครองค่าเสียหายในกรณีเจ็บป่วย ซึ่งที่ผ่านมาผู้ถือกรมธรรม์สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ทั้งสองส่วน ขณะที่บริษัทประกันวินาศภัยในปัจจุบันก็สามารถขายประกันสุขภาพและประกันภัยโรคร้ายแรงได้เช่นกัน แต่ผู้เอาประกันจะไม่ได้รับสิทธิในการหักลดหย่อนภาษี จึงทำให้เกิดสิทธิประโยชน์ที่เหลื่อมล้ำกัน

“โดยส่วนตัวแล้วอยากให้ผู้ถือกรมธรรม์ได้รับสิทธิหักลดหย่อนภาษีทั้งคู่ ไม่ว่าจะซื้อประกันสุขภาพที่แนบท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิต หรือประสุขภาพที่บริษัทประกันวินาศภัยขายโดยตรง เพราะถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่ช่วยจูงใจให้ผู้บริโภคเตรียมความ พร้อมสำหรับอนาคตด้วยตนเอง ขณะเดียวกันภาครัฐก็ประหยัดงบประมาณในการจัดสรรสวัสดิการด้านสุขภาพให้กลุ่มคนเหล่านี้ลงไปได้เช่นกัน” นางคมคายกล่าว

ด้านนายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคม ประกันชีวิตไทย กล่าวว่า เงื่อนไขเกี่ยวกับการหักลดหย่อนภาษี ถือเป็นหลักเกณฑ์ที่มีมาแต่เดิม เพื่อช่วยสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในประเทศที่อัตราการถือครองกรมธรรม์ยังต่ำอยู่ สิทธิประโยชน์เหล่านี้ถือว่าช่วยได้มาก

“ปัจจุบันการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตในประเทศไทยมีสัดส่วนแค่ 22.5% ของประชากรทั้งหมด ดังนั้นหลักเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่ผู้ถือกรมธรรม์ควรจะได้รับต้องมีความชัดเจน และไม่สร้างความสับสนแก่ผู้บริโภค” นายสาระกล่าว

——-จบข่าวแรก ——ต่อด้วยข่าวจากกรมถอนขนห่าน——

ข่าวกรมสรรพากร Revenue Department News เลขที่ข่าว ปชส. 1/2552 วันที่แถลงข่าว 28 ตุลาคม 2551
เรื่อง การคํานวณภาษี เพื่อลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต กรณีมีเบี้ยประกันอื่นควบอยู่ด้วย  
 เนื้อหาข้างใน pdf ตามอ่านครับ

ตามที่กรมสรรพากรได้เสนอแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย เพื่อขยายวงเงินการหักค่าลดหย่อน ในการคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สําหรับการหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต จากเดิมที่กฎหมายกําหนดให้หักได้ไม่เกินปีละ 50,000 บาท เป็นให้หักได้สูงสุดปีละ 100,000 บาท ซึ่งมีผลสําหรับ เบี้ยประกันภัยที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป นั้น

ปัจจุบัน กฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ ได้ผ่านขั้นตอนทางกฎหมายและมีผลใช้บังคับแล้ว สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จึงได้มาหารือกับสํานักงานเศรษฐกิจการคลังและกรมสรรพากรในวันที่ 21 ตุลาคม 2551 โดย คปภ. มีความเป็นห่วงว่า ผู้เอาประกันอาจไม่ทราบถึงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ในการหักลดหย่อนทางภาษี จนเป็นเหตุ ให้มีการเสียภาษีผิดพลาด ทั้งนี้ โดยเฉพาะกรณีการเอาประกันชีวิตที่มีประกันอื่นควบกันอยู่ เช่น ประกันชีวิต ควบกับประกันสุขภาพ

ผลการประชุมได้ข้อสรุปว่า การพิจารณาการหักค่าลดหย่อนในการคํานวณภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา สําหรับค่าเบี้ยประกันชีวิต นั้น จะพิจารณาจากหลักฐานที่ทางบริษัทผู้รับประกันภัยออกให้ ซึ่งบริษัทจะต้องแยกให้ชัดเจนว่า เป็นส่วนของค่าเบี้ยประกันชีวิตเท่าไหร่ เป็นส่วนของค่าประกันประเภทอื่นเท่าไหร่ เพื่อให้ทราบว่าวงเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะสามารถนําไปใช้หักเป็นค่าลดหย่อนทางภาษี ได้เป็นจํานวนเท่าใด

นายสาธิต รังคสิริ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ” ในประเด็นการออกเอกสารหลักฐานข้างต้นนั้น คปภ. รับจะไปเป็นผู้กําชับให้บริษัทประกันภัยดําเนินการให้ถูกต้องต่อไป”

—-จบข่าว—-

งานเข้า..จบกันแน่ธุรกิจประกันชีวิต โดยเฉพาะ AIA ใครเป็นตัวแทนขาย กรมธรรม์ใหม่ยากขึ้นแน่ มีข่าวนี้ มาเพิ่มข่าวร้าย ข่าวบริษัทแม่เดี้ยงก็ยังไม่จาก เจอข่าวใหม่ ไม่รู้จะเพิ่มสิทธิทำไมให้เป็นหนึ่งแสน ใครจ่ายเพิ่มซื้อกรมธรรม์หลักน้อยๆ ซื้อเสริมเยอะๆ แย่แน่ จบกันแน่

เราประชาชน ตาดำ ก็ซวยสิครับ ระบบรัฐสวัสดิการ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ก็ไม่ได้เรื่อง ไม่ช่วยอะไรแล้ว พอประชาชน ทำประกันไว้ช่วยเหลือตนเอง ก็มาทำแบบนี้อีก ดีนะที่ไม่ซื้อประกันชีวิตเพิ่ม เพราะเท่าที่จ่ายๆอยู่ตอนนี้ก็มากโขอยู่ แต่ยอมกัดฟันจ่าย เพราะได้ประโยชน์สองทาง ป้องกันความเสี่ยงตัวเองและที่สำคัญคือจะเอามาลดหย่อนภาษี เซ็งครับ..จ่ายเท่าเดิม..แต่ได้สิทธิลดหย่อนลดลง..ปีนี้จะเหลืออะไรให้ลดหย่อนเนี้ย ขอคืนภาษียากๆอยู่ด้วย..

มีรัฐบวมมมม ถังแตก นักเลือกตั้งขี้โกง บวก ข้าราชการเฮงซวยก็งี้แหละ..แน่จริงก็ประกาศ ยกเลิกการหักภาษี ณ ที่จ่ายซะด้วยเลยสิ…เอาแค่ส่วนเงินเดือนก็ได้ ได้กินแกลบแน่ๆไอ้รัฐบ้าๆบอๆ..ใครจะอยากจ่ายภาษีให้ พวกเอ็งไปโกงกินกัน จบข่าว..ข้าพเจ้าเอง

พรุ่งนี้อยากไปเลือกตั้งครับ ทำไงดีครับ ประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไป ไม่กี่ชม.ก็รู้ผลแล้ว

November 3, 2008

บารัค โ��บามา

บารัค โอบามา สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐอิลลินอยส์

บารัค โอบามา (Barack Obama) มีชื่อเต็มว่า บารัค ฮุสเซน โอบามา (Barack Hussein Obama) เกิดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1961 (พ.ศ. 2504) ปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตัวแทนจากรัฐอิลลินอยส์ สังกัดพรรคเดโมแครต

จ��ห์น แมคเคน

จอห์น แมคเคน สมาชิกวุฒิสภาจากมลรัฐแอริโซนา

จอห์น ซิดนี่ย์ แมคเคน ที่ 3 (John Sidney McCain III) เกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1936 (พ.ศ.2479) เป็นวุฒิสมาชิกของวุฒิสภาแห่งสหรัฐอเมริกาจากมลรัฐแอริโซนา และเป็นว่าที่ตัวแทนพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2008

ขอบคุณข้อมูล http://th.wikipedia.org/ เช่นเดิม กับข้อมูลดีๆเช่นเคย

ดูเอาก็รู้นะครับว่าเชียร์ใคร ตื่นเต้นๆ การเมืองประเทศที่คนส่วนใหญ่ของเขามีความรู้ดี ทำให้เห็นอะไรดีๆหลายๆอย่าง การทำงานเป็นทีม ไม่ยึดติดกับคน ทำงานเป็นพรรค เรื่องของพรรค เรื่องของประเทศมาก่อน ไม่ต้องกางมุ้ง มียุงให้ตบ เหมือนการเมืองน้ำเน่า บ้านเรา เน่าสนิท เอาอะไรมาช่วยฟอกก็ไม่ไหว ต้องปล่อยให้ตายๆไปเอง

แต่ชาวบ้านร้านตลาดบ้านเราก็ทนเหลือกำลัง น้ำเน่า เหม็นหึ่งแบบนี้ก็ทนอยู่ได้ สงสัยบริโภคละครเน่าๆ ข้อมูลผิดๆ เยอะเกินขนาด ทำให้มีวัคซีค ไว้ใช้ป้องกันภัยอย่างดี ป้องกันได้ครบหลายเชื้อหลายพันธุ์ เชื้อโรคมากมาย กลายพันธุ์แล้วกลายพันธุ์อีก ทั้งไวรัส ทั้งเชื้อรา ทั้งบัคเตเรีย โปรโตซัว พยาธิ ผสมข้ามเผ่ากันแล้วด้วย คนไทยเราก็ยังมีภูมิคุ้มกัน อยู่กันได้แบบไทยๆ ไม่น่าเชื่อจริงๆ จะน่าภูมิใจดีมั้ยเนี้ย…

อ้าว..ลองดูจะทนได้ไปถึงไหน หรือกลายเป็นซอมบี้ ถูกล้างสมอง หรือไม่มีสมองให้ล้างอยู่แล้ว อย่างไรก็ไม่ทราบได้..นอกเรื่องไปซะได้ เขียนแบบไม่มีร่างก็งี้แหละ ไหลไปทางไหนก็ไปกัน..พอๆก่อน….ขายสิทธิเลือกตั้งในเมืองไทย ใครจะซื้อบ้างครับ หรือจะโอนสิทธิไปไกลๆ อยากไปเลือกตั้งต่างเมือง จะทำไงดีครับ ที่เมืองมะกันนู้นครับ อยากได้ประธานาธิบดีผิวสีคร๊าบ…ข้าพเจ้าเอง

การรุกเข้ามา ของชุมชนร้านค้าข้างๆบ้าน โชห่วยมีหรือจะรอด

November 2, 2008

เมื่อวานได้ไปแวะกินแวะเดินเล่นที่ Park Town in Town ชุมชนร้านค้า ที่เขาเรียกกันเท่ห์ว่า Community Mall ของ เทสโก้ โลตัส คนเพียบครับ เป็นไปตามแผนขยายสาขาในรูปแบบ Community Mall ออกเป็น 3 แบรนด์ คือ @Oasis เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายชุมชนระดับบน A @Park เจาะกลุ่มระดับกลาง B  และ  @Garden  เจาะกลุ่มระดับล่าง C D

พึ่งเปิดไม่นาน ดูแล้วผลที่ได้ก็เป็นไปตามแผน ลูกค้าเพียบ รถจอดกันเต็มครับ ร้านค้าที่มีส่วนใหญ่เปิดถึงสี่ทุ่มนู้น ที่เปิดทั้งวันทั้งคืนก็มี lotus express และก็ mc ซึ่งเป็นร้านกาแฟ mc cafe จาก แมคโดนัลด์ด้วย แถบนั้นเป็นทั้งที่อยู่อาศัยคนอยู่เพียบ และเป็นแถบร้านอาหารมานั่งกินลมชมวิว กลางค่ำกลางคืนด้วย เจาะตลาดได้ถูกกลุ่มจริงๆ

ร้านค้าที่เห็นนอกจากที่ว่าก็มี ธนาคาร kbank และ scb มีร้านหนังสือนายอินทร์ มีร้านไอติม swensen’s มีร้าน pizza the pizza company มีร้านขาย steak ร้านขายติมซำ ร้านขายหมี่ทั้งไทย ทั้งเทศ ร้านขายขนมหวาน ขายเค็ก ร้านนีโอสุกี้ ร้านเสริมสวย ลดน้ำหนัก โรงเรียนสอนดนตรี มีแมงป่อง ขาย dvd vcd ขายเอ็นเตอร์เทน แล้วมีลานจอดรถกะจากสายตา น่าจะจอดได้ประมาณ ๔๐ ถึง ๕๐ คันจะเห็นได้ว่าพร้อมพรั่ง พร้อมรบเต็มที่

trend ชุมชนร้านค้า แบบนี้ นับวันยิ่งมาแรง จาก เจ อเวนิว ทองหล่อ ของ บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) sf บริษัทในกลุ่มเมเจอร์กรุ๊ป major ที่ดังเป็นพลุเมื่อสองสามปีก่อนได้มั่ง จำไม่ได้ครับ เดี่ยวนี้มีเพียบครับ ถูกใจประชาชน ชาวบ้านไม่ต้องเดินทางไปเดินห้างไกลๆ จากเดิมที่คาดว่าคนทั่วไปต้องเดินทางในรัศมี ๑๐ ถึง ๒๐ กิโลเมตรรอบบ้าน เพื่อไปเดินห้างละแวกบ้าน ถ้าไม่มีอะไรจำเป็นนัก ก็ทำให้ลดระยะทางลงมาได้มาก

โดยปกติ คงมีน้อยคนที่ยอมเดินทางไกล ๒๐ กิโลเมตร เพื่อไปเดินเล่นตามห้าง ส่วนใหญ่ถือว่าเป็นกรณีพิเศษ เพราะนอกจากจะไปเรียนพิเศษ นัดเพื่อน นัดแฟน หรือมีกิจกรรมพิเศษที่ห้างนั้น ทำให้ต้องแห่ไป ซึ่งในที่นี่รวมถึงการไปเที่ยวงานแฟร์ต่างๆด้วย ทั่วๆก็คงมีไม่บ่อยนัก เช่น งานในศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ งานที่ไบเทค งานที่เมืองทองธานี แต่ถ้าอยู่ในกระแสแรงๆ เรียกคนได้เยอะ เดี่ยวนี้ต้องรวม งานที่พารากอนฮอลล์รวมไปด้วย

ถ้าปกติก็เป็นร้าน เป็นห้าง ในละแวกบ้านนี่แหละครับ ที่กินเงิน กระชากเงินออกจากกระเป๋าได้เยอะ และบ่อยๆที่สุด เพราะอะไรคุณก็รู้อยู่อยู่แล้ว เพราะส่วนใหญ่ คนไปเดินห้าง เวลานี้เป็นการไปเดินพักผ่อน เดินเล่น เจออะไรก็ซื้อๆมา น้อยคนที่ตั้งใจไปซื้อ ซื้อเสร็จดังใจก็กลับ ส่วนใหญ่นิยมเดินเล่นต่อ ดังนั้นการซื้อที่เหลือจึงเป็นการซื้อตามอารมณ์ ซึ่งเงินหายจากกระเป๋าได้ง่ายกว่า พวกที่ตั้งใจไปซื้อเยอะ

ดังนั้นอย่าแปลกใจว่าทำไม ห้างต่างๆ จึงรุกมาใกล้บ้านมากขึ้น ทั้งนี่รวมถึง ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store) หรือ Minimart ต่างๆ และร้านค้าเล็กๆใน สถานที่บริการน้ำมัน ซึ่งเราเริ่มเรียกร้านพวกนี้ติดปากแล้วว่า ไปซื้อของ เซเว่น ร้านแบบนี้มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายป็นลูกค้าที่ต้องการความสะดวก ต้องการซื้อสินค้าใกล้บ้านหรือใกล้สถานที่ทำงาน และที่สำคัญเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ก็มีทั้ง 7-eleven am/pm 108shop และ Family Mart ถึงมาอยู่ใกล้บ้านท่านมากยิ่งขึ้นทุกๆวัน

นี่ไม่รวม ร้านค้าประชันชนิด (Category Killer) อย่าง พาวเวอร์บาย พาวเวอร์มอลล์ ร้านค้าเงินสดและบริการตนเอง (Cash & Carry) อย่าง makro พวกซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) อย่าง tops foodland พวกซูเปอร์เซ็นเตอร์ (Supper Center) อย่าง bigc lotus carfour หรือพวกห้างสรรพสินค้า (Department Store) ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เป็นศูนย์รวมสินค้าทุกชนิดครบวงจร (One Stop Shopping) อย่าง โรบินสัน central the-mall และห้างในเครืออย่าง paragon เอ็มโพเรี่ยม และยังมีร้านค้าเฉพาะอย่าง (Specialty Store) อย่างพวก ร้าน service เกี่ยวกับรถๆ อย่าง Car-Lack b-quick หรือห้างร้านอย่าง วัตสัน homepro homework office-center itcity ย้ำอีกที ไอทีซิตี้ ฮาฮา

ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) แบบนี้ มีห้างร้านขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ออกแบบร้านวางสินค้าเป็นหมวดหมู่ ความสวยงาม และเป็นระเบียบ บริการทันสมัย อย่างที่บอกข้างต้นซึ่งบางทีเราก็เรียกว่า Discount Store หรือ Hypermarket ดังนั้น ร้านค้าปลีกดั้งเดิม (Tradition Trade) หรือร้านโชห่วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นห้องแถวเก่าๆ ราคาสินค้าก็ไม่ได้ถูกกว่า เลือกสินค้าก็ไม่ได้ ภาษีเสียถูกต้องบ้าง ไม่ถูกต้องบ้าง ย่อมอยู่ได้ยากขึ้นทุกๆวัน

เดี่ยวนี้พฤติกรรมคนก็เปลี่ยนไป นิยมเดินห้างมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น เพราะไปห้างหาอะไรก็ได้ เลือกได้ แถมบางที่ก็ยังต่อรองราคาได้เหมือนเดิม อย่างพวกตลาดสดติดแอร์ หรือร้านพวกเปิดท้ายขายของ ร้านขายของเล็กๆน้อยๆต่างๆ ส่วนใหญ่เดี่ยวนี้ก็ย้ายมาอยู่ในห้างหมดแล้ว อย่างโซนร้านค้าติดอันดับตลอดกาล ละแวก สยาม มาบุญครอง เป็นต้น หรือที่วางแผงอยู่รอบๆห้าง ก็มีให้เห็นๆกันทั่วไป หรืออย่างห้างพล่าซ่าขายผ้า ขายของต่างๆ แถบประตูน้ำ แถมพาหุรัด แถมคลองถมก็กลายเป็นห้างติดแอร์ไปเยอะแล้ว และที่มีห้างมากขึ้นอีกอย่างก็เพราะ รัฐ ทำตัวปากว่าตาขยิบ ทำให้ห้างร้านสมัยใหม่ได้เปรียบมากยิ่งขึ้นทุกๆวัน เพราะเก็บภาษีจากห้างพวกนี้ได้เป็นกอบเป็นกำ..ฮาฮา..จงอย่างแปลกใจ..ข้าพเจ้าเอง

VCD DVD ปลอมๆ ดีๆ ถูกๆ ถูกเหลือเชื่อ ช่วยกระตุ้นตลาดได้ดี

November 1, 2008

ไม่ได้เดิน ตลาดนัด ข้างบ้านนานแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสไปเดินเล่น สำรวจตลาด ชาวบ้านร้านตลาด ว่ามีของกินอะไรบ้าง สภาพตลาดก็ไม่มีอะไรมาก มีร้านค้าแพงลอย รวมได้ซัก ๒๐ ถึง ๒๕ ร้าน ก็มีร้านขายของสด ปลา หมู ไก่ ร้านขายผัก ขายผลไม้ ขายขนมหวาน ขายขนมจีน ขายไก่ย่าง หมูย่าง ปลาทอด ขายเสื้อผ้ามือหนึ่ง มือสอง ขายของเล่น ขายนู้นนี้อีกหน่อย

แล้วที่สำคัญคือมีร้านขาย VCD DVD เถื่อนอยู่ ๔ ถึง ๕ ร้าน แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็น VCD หนัง เพลง อาจจะไม่ทันสมัยซักหน่อย แต่ราคาก็ถูกเหลือเชื่อ ร้านที่ถูกที่สุด ขายแผ่นละ ๒๐ บาท สามแผ่น ๕๐ สุดยอด ทำไมถึงได้ถูกขนาดนี้ก็ไม่รู้ แต่มันทำให้ใครๆก็เข้าถึงได้ เครื่องเล่นก็ราคาถูกมากๆ ในห้างทั่วไป หรือไฮเปอร์มาร์ทก็ดี ถ้าเอาแบบไม่เน้นยี่ห้อ ราคาเครื่องไม่ถึง ๑๐๐๐ ก็เห็นมีขาย

ทั้งเครื่องเล่นราคาถูกลงมาก ทั้งราคาแผ่น VCD DVD เถื่อนๆราคาถูกๆแบบนี้ คงมีน้อยบ้านที่ไม่มีเครื่องเล่นที่ว่านี้แน่ๆ ไม่เหมือนยุค VDO ที่ราคาแม้ว่ายุคใกล้ดับแล้วก็ยังแพงกว่านี้เยอะ แบบนี้ VCD DVD คงอยู่ในตลาดได้อีกนาน แม้ว่าจะมีเครื่องเล่นแบบใหม่ อย่างบลูเรย์ มาเตรียมแทนที่แล้วก็เถอะ

จะว่าไปแล้ว ตามตลาดนัด ร้านค้าในห้าง หรือแพงลอย ก็มีของเถื่อนแบบนี้วางขายเยอะแยะมาก ยิ่งเป็นแหล่งของเถื่อนขนาดใหญ่ทั้งหลายที่ติดอับดับต้นๆของเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นคลองถม บ้านหม้อ สะพานเหล็ก พันธ์ทิพย์ ตะวันนา ก็มีขายเยอะแยะ ถูกมาก DVD แผ่นละ ๖๐ บาทก็ยังมี ใครจะไม่ซื้อละ แล้วตำรวจมีหรือ จะไม่รู้ ไม่เห็น ฮาฮา เป็นไปไม่ได้ ผ่านไปทีไรก็เห็นเดินเต็มยศอยู่ตลาดก็มีเป็นประจำ แล้วบางที่ยังมีสถานีตำรวจอยู่ติดตลาดด้วยซ้ำ ฮาฮา มาบอกว่า ไม่รู้ได้ไง ตลก เงินเงินทองทองนี่มันปิดปากได้ทุกระดับจริงๆ

แม้ว่ามันจะกระตุ้นตลาดให้โตๆๆก็เถอะ เจ้าของร้านเถื่อน และผู้ถือกฏรวยไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ก็เซ็งแย่ครับ ถูกละเมิดกันง่ายๆ ของจริงแท้ๆดีๆที่ว่าถูกต้องจริง คุณภาพก็ไม่เห็นแตกต่าง ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมขายไม่ได้ แล้วทำไมผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้นละ ในเมื่อของถูกๆดีๆมีเต็มตลาด ถ้าจะจับการละเมิดตามบ้านทั่วๆไป ละก็มีหวังได้ติดคุกกันทุกบ้าน

แต่ก็มีข่าวว่า เจ้าของลิขสิทธ์บางราย เดี่ยวนี้ก็ลงมาเล่นตลาดเถื่อนบ้างเหมือนกันนะครับ ข้าพเจ้าว่าก็น่าจะมีส่วนจริงบ้าง ขายถูกต้อง ภาษีก็ต้องจ่าย ขายไม่เถื่อนดีว่า รับเนื้อๆเน้นๆ ..เงินๆทองๆ..ทำให้คนเปลี่ยนมาเยอะแล้ว ดูอย่างพวกคนเดือนตุลาหลายๆคนเป็นตัวอย่างได้ วันนี้ก็มีพวกเหลืองพวกแดงจัดงานสร้างข่าวกัน ตลกๆ ไม่รู้เป็นไงบ้าง ช่างมันเถอะ ผลก็คงเหมือนเดิม เกมส์เน่าๆ น่าเบื่อ..ดู วีซีดี ดีวีดี ดีกว่า..ข้าพเจ้าเอง

มึงผิด กูถูก น่าเบื่อการเมือง นักการเมืองไทย ตายๆไปบ้างเถอะ

October 31, 2008

พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ เกิดไอ้บ้าคนหนึ่งโทรศัพท์ทางไกลมาพูดอะไรก็ไม่รู้ยัดข้อมูลบ้าๆใส่สมองพวกบ้าๆเพิ่มไปอีกยุ่งตายชัก แค่นี้ประเทศชาติยังไม่วุ่นวายพออีกหรือไง แถมยังมีพวกบ้าอีกพวกหนึ่งอีกพร้อมกระทำสนองตอบ และพวกบ้าอีกแบบที่คอยดูคอยฟังอยู่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกบ้าๆไหนก็บ้าทั้งนั้น ข้าพเจ้าก็บ้า ไม่ว่าจะบ้าหนึ่ง สอง สาม บ้าสี่ ห้าหกเจ็ด พวกไหนก็บอกทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อประชาชน อีกพวกก็บอกทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชน เหมือนๆกัน เหอๆ  

แล้วไงครับ ทุกคน ต่างๆทำเพื่อส่วนรวม แล้วไง ทำไมออกมาเป็นแบบนี้ได้ไงครับ คนกลางก็ไม่มี ใครออกมาพูดก็ถูกเฉ่งไปหมด ไม่ถูกใจ ใครครับ ไม่ถูกใจส่วนรวม หรือไม่ถูกใจตัวพวกมึงๆกันเอง ego สูงๆกันทั้งนั้น พวกก็อ้าง ต่างคนตามบอกตัวเองฉลาด อีกฝ่ายโง่ บอกว่ามีข้อมูลนู้นนี้ ต่างๆคนต่างมีข้อมูล ความรู้ดี มีการศึกษา มีแหล่งข้อมูล ฉลาดกันทั้งนั้น แต่ไม่มีคุณธรรมกันเลย เอาไม่มากแค่ศีล ๕ ก็ไม่มีแล้ว

ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องบ้าๆ โกงกิน มักง่าย มักมาก ไม่รู้จักพอ ของคนคนเดียวจะทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ขนาดนี้ บ้ากันไปหมดแล้ว แล้วจะให้ทำไงต่อครับ บ้านเมืองนี้ กูถูก มึงผิด มึงผิด กูถูกตลอด น่าเบื่อการเมือง นักการเมืองไทย อิทธิพล อันธพาล เหมือนเอาสัตว์มาจับมาใส่สูทมันก็ยังเป็นสัตว์อยู่วันยังค่ำ พวกนี้บางตัวสอนไม่ได้ด้วย เป็นพวกแพ้ แพ้ ถ้ากูชนะ มึงต้องแพ้ ถ้ากูแพ้ มึงต้องแพ้ด้วย จึงจะยอม

พวกบอกว่าตัวเองไม่ใช่นักการเมือง แต่ทำตัวยิ่งกว่านักการเมือง มันไม่ใช่นักการเมืองตรงไหน ส่วนพวกนักเลือกตั้งที่บอกว่าตัวเองเป็นนักการเมือง ก็หาพันธุ์ดียากมากๆ อยากได้กันเหลือเกินตำแหน่ง นู้นนี้ จะมาพัฒนาประเทศหรือจะมาผลประโยชน์กันแน่ ประเทศนี้การโกงกินที่เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วหรือไงก็ไม่รู้ ทำมันอยู่ในสันดานไปทั่วทุกแห่งหน

แบบนี้ต้องมีประหารชีวิตนักการเมืองเลวๆ ให้ดูเป็นตัวอย่างสักสี่ห้าคน เอาตัวใหญ่ๆเป้งๆ เคยเป็นนายก เป็นรัฐมนตรีมาก่อนได้ยิ่งดี แค่ติดคุกอย่างเดียวไม่พอหรอก หรือไม่ก็ให้มีตายในหน้าที่บ้างก็ดี

ถ้าจับมา ลากมาติดคุกยากนัก เพราะมันเล่นหนีไปหมดไม่อยู่ให้จับ หรือพอศาลบอกรอลงอาญา จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ชาวบ้านรู้ไม่ทัน ก็บอกว่าตัวไม่ผิด ทำตัวเป็นฤาษีแปลงสารก็เยอะแยะ หรือพวกที่อยู่ๆเห็นๆก็ไม่ยอมให้จับ จะจับมาลงโทษไม่ได้ ก็ส่งหน่วยอะไรก็ได้สักหน่วย ไปเก็บมันเลย ดีมั้ยครับ เอาแบบเนียนๆหน่อย เห็นพวกไอ้กัน ไอ้ฝรั่ง ทั้งหัวทอง หัวดำอื่นๆทั้งหลาย ที่บอกเป็นประชาธิปไตย เป็นเผด็จการหรือเป็นเสรีนิยมจ๋ามันก็ทำกัน แล้วก็บอกว่า..ไม่รู้ ผมไม่เกี่ยว..แต่สุดท้ายแล้วก็จับได้…ได้ไอ้โรคจิตสักคนมาเป็นแพะ เอาเป็นพวกโรคจิตจริงๆก็ได้ เหอๆ..เผื่อจะดีขึ้น จะได้ไม่ต้องรอจ้องกันไปจ้องกันมาแบบนี้ 

ผิดถูก กูไม่รู้ละ ช่วยไม่ได้ว่ะ ฮา..ตัวการหลักตายไปแล้ว ตายเยอะๆหน่อยก็ดี เวรกรรมมีจริงๆ ฮาฮา สรุปว่าไอ้พวกไร้ประโยชน์พวกนี้ ตายๆไปบ้างเถอะ..เผื่อจะมี พวกนักการเมืองผ่าเหล่าเกิดขึ้นมาบ้าง ประเทศชาติก็จะได้เดินต่อได้ หรือจะเป็นอย่างที่เขาแซวๆกัน ว่าประเทศนี้มันดีเกินไปจริงๆ อะไรๆก็ดีๆทั้งนั้น ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งมีพระมหากษัตริย์นักพัฒนา นักคิด เสียอย่างเดียวคือมีคนไทย อาศัยอยู่ด้วย ระบบต่างๆจะได้สมดุลย์..เหอๆ..ไอ้พวกไม่มีประโยชน์นะ..ตายๆไปบ้างเถอะ..สมดุลย์แน่ ข้าพเจ้าเอง

หมายกำหนดการ พระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

October 25, 2008

หมายกำหนดการ พระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๑

รายละเอียดก็ไป download ตาม link ได้เลยครับ

download หมายกำหนดการ ครับ

ความเดิมครับ กำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ออกพรรษาแล้ว ก็ขอเชิญทำบุญทอดกฐิน วัดป่ากรรมฐานปี ๒๕๕๑

October 24, 2008

หลังออกพรรษาก็ช่วงนี้นั้นแหละครับ ถึงเทศกาลกฐินแล้ว ก็มาชวนไปทำบุญกฐินครับ ก่อนอื่นเลยก็ต้องหาความรู้เรื่องกฐินกันก่อน ตามไปที่นี่ครับ ไม่ผิดหวัง  ถวายกฐินกับพระอรหันต์ พระอริยสงฆ์ อานิสงส์นับประมาณมิได้………//////   มีข้อมูลครบถ้วน เหมาะที่จะทำ link ไปฝากไว้ครับ ไม่ได้เขียนเอง อนุโมทนาบุญด้วยครับ

ข้าพเจ้าได้ไปทำบุญและร่วมกฐินแล้วหนึ่งวัด ไปวัดเดิมปีที่แล้วครับ เป็นวัดดีๆใกล้บ้าน ปีก่อนก็ได้ ๑ วัด ปีละวัดก็ยังดีกว่าไม่ได้ไปเลย ปีก่อนหน้านั้นๆไปอีก ก็ไม่ได้ไปนานมาแล้วครับ จำปีไม่ได้เลย เพราะส่วนใหญ่ถ้าได้ทำบุญ ก็มาจากซองกฐินที่ท่านทั้งหลายก็คงได้จะได้รับมาไม่มากก็น้อย คงได้มาเหมือนกันนะครับ

ที่เหลือก็โอนเงินผ่านทาง internet นี้แหละครับ ไปค้นมาจาก web ธรรมะทั้งหลาย เช่น วัดป่ากรรมฐาน   ลานธรรมเสวนา   พลังจิต แล้วก็ web อื่นๆที่ไปเป็นสมาชิกอยู่ครับ เลือกมาที่สองที่ ก็ทำไปที่ละนิดละหน่อย ตามกำลัง ตามศรัทธา

คนไทย เราทำบุญกับวัดมากมาย ส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการทำวิหารทานทั้งหลาย คืนก็สร้างนู้นสร้างนี้ในวัด ถ้าเอาเงินบริจาคให้วัดไปสร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน มหาวิทยาลัย คงได้นับไม่ถ้วนครับ เพราะเราเชื่อว่าทำบุญกับพระแล้วได้บุญเยอะ เป็นเนื้อนาบุญของโลก แต่วัดในไทยก็เยอะนะครับ พระดีก็มาก พระปลอมก็หลาย หรือเป็นแค่ผู้นุ่งผ้าเหลืองก็เยอะ จะทำบุญทั้งทีก็เลือกที่เป็นเนื้อนาบุญ พึ่งได้นะครับ

เงินที่เราทำบุญ รวมๆปีหนึ่ง มีเงินหมุนเวียนในระบบวัดต่างๆปีๆหนึ่งนับหมื่นล้านบาทครับ ไหนก็ทำบุญกันเยอะก็อยากให้ได้บุญกันเยอะ ถ้าเลือกได้ทำบุญกับวัดกับพระที่ไม่จับเงิน ไม่เก็บเงินเป็นของตัวเอง ทุกบาททุกสตางค์เป็นของสงฆ์นะครับ วัดดีมีเยอะครับ หาๆกันหน่อย 

วันนี้เลยอยากมาแนะนำ บอกบุญทอดกฐินกับวัดป่ากรรมฐาน กับ web วัดป่ากรรมฐานครับ หลายๆที่ก็เริ่มไปแล้ว หลายๆที่ก็ยังไม่เริ่มครับ ของ web จะไปทำ ๒๙ วัด กำหนดการก็ตามไปดูได้ที่นี่ครับ หรือจะไป วัดอื่นๆสายพระป่า ศิษย์ๆสายหลวงปู่มั่น ก็ตามไปที่นี่ เรียงตามวัดที่ครับ

วันนี้ดึกแล้วพรุ่งนี้จะมา update ให้อีกครั้งครับ ใครเข้ามาก่อนก็ตาม link ไปนะครับ อนุโมทนาบุญล่วงหน้าครับ

——–

มาว่ากันต่อ..คัดลอกมาจากหน้าที่ link ไว้ครับ ฮาฮา..เป็นรูปหรือไม่เขาก็กันไว้ทำให้ copy paste ไม่ได้ ไม่ได้เป็นไรพิมพ์ใหม่ก็ได้ สบายๆ ..นึกอะไรออก..ไปดูก่อนดีก่า….ฮาฮา เอาออกมาได้แล้ว ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ทั้งหมด ดีจริงๆครับ สาธุสาธุ ประหยัดพลังงานไปได้เยอะครับ

ขอเชิญร่วมทำบุญทอดกฐินวัดป่ากรรมฐานปี 2551
คณะกรรมการเว็บไซต์วัดป่ากรรมฐานได้จัดคณะเดินทางร่วมงานทอดกฐินวัดป่ากรรมฐานในทุกปีซึ่งปีนี้คณะกรรมการเว็บไซต์วัดป่าได้กำหนดที่จะเดินทางไปทอดกฐินวัดป่ากรรมฐาน 29 วัด

รายชื่อวัดป่ากรรมฐานที่คณะกรรมการเว็บไซต์วัดป่าจะนำปัจจัยไปทอดกฐิน เบื้องต้นมีดังนี้..

1.วัดภูผาแดง (หลวงปู่ลี กุสลธโร)

2.วัดภูสังโฆ (พระอาจารย์วันชัย วิจิตฺโต)

3.วัดป่าบ้านนาคูณ (หลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ)

4.วัดป่าหนองกอง (หลวงปู่เพียร วิริโย)

5.วัดบุญญาวาส (พระอาจารย์อัครเดช ถิรจิตฺโต)

6.วัดเขาโอภาส (พระอาจารย์อัครเดช ถิรจิตฺโต)

7.วัดโพธิสมภรณ์ (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป)

8.วัดสันติวรญาณ (หลวงปู่อ่ำ ธมฺมกาโม)

9.วัดป่าหนองแซง (หลวงปู่เสน ปัญญาธโร)

10.วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม (พระอาจารย์บุญช่วย ปุญฺญวนฺโต)

11.วัดอโศการาม (หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ)

12.วัดเวฬุวัน (พระอาจารย์สาคร ธมฺมาวุโธ)

13.วัดป่ามณีกาญจน์ (พระอาจารย์อำนวย จิตฺตสงฺวโร)

14.วัดป่าเชิงเลน (พระอาจารย์ภัลลภ อภิปาโล)

15.วัดเขาน้อยสามผาน (หลวงพ่อฟัก สนฺติธมฺโม)

16.วัดดอยบันไดสวรรค์ (พระอาจารย์คำรณ)

17.วัดดอยเทพนิมิต (หลวงปู่มี ปมุตฺโต

18.วัดถ้ำกกดู่ (พระอาจารย์สมาน กุสุโม)

19.วัดป่ากุง (หลวงปู่ศรี มหาวีโร)

20.วัดป่าแก้วชุมพล (หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธมฺโม)

21.วัดป่าปูลูสันติวัฒนา(วัดหลวงปู่พวง สุวีโร)

22.วัดป่าภูทอง (หลวงพ่อคูณ สุเมโธ)

23.วัดป่านาสีดา (วัดหลวงปู่จันทร์โสม กิตฺติกาโร)

24.วัดป่าโชคไพศาล (หลวงตาแตงอ่อน กลฺยาณธมฺโม)

25.วัดคามวาสี (หลวงปู่ประสาร ปญฺญาพโล)

26.วัดมาบจันทร์ (พระอาจารย์อนันต์ อกิญจโน)

27.วัดเขาใหญ่เจริญธรรมญาณสัมปันโน (หลวงปู่อุทัย สิริธโร)

28.วัดป่าท่าน้ำ ( พระอาจารย์ธีระยุทธ์ ธีรยุธโน)

29.วัดใหม่บ้านตาล (หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปญฺโญ)

รายชื่อวัดป่ากรรมฐานที่จะไปทอดกฐินปี 2551 นี้  อาจจะมีเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

เว็บไซต์วัดป่ากรรมฐานได้เปิดบัญชีเพื่อการโอนเงินทำบุญกฐินวัดป่ากรรมฐานปี 2551 โดยคณะกรรมการเว็บไซต์วัดป่ากรรมฐานจะนำปัจจัยไปสมทบเพื่อทอดกฐินยังวัดป่ากรรมฐานต่างๆ

ท่านที่มีความประสงค์จะร่วมทำบุญกฐินวัดป่ากรรมฐาน สามารถร่วมบุญโดยการโอนเงินเข้าบัญชี ดังนี้

หมายเหตุ

ท่านที่โอนเงินร่วมบุญกฐิน กรุณาแจ้งการโอนเงิน (จำนวนเท่าไหร่,ธนาคารไหน,วันที่เท่าไร) มาที่ E-mail มาที่ nwatananusan@yahoo.com โทร.084-685-7001 คุณณัฐวุฒิ วรรธนานุสาร , รศ.ดร.ธีระพล ศิรินฤมิตร

คณะกรรมการเว็บไซต์วัดป่ากรรมฐาน จะสรุปยอดทำบุญที่โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร มาแสดงให้ทราบอย่างละเอียด

เพื่อใช้เป็นหลักฐานการร่วมทำบุญกฐินปี 2551 จึงขออนุโมทนามายังทุกท่าน

*เชิญร่วมทำบุญกฐินวัดป่ากรรมฐาน 29 วัด ได้ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป

บัญชีเฉพาะกิจนี้ จะปิดการโอนเงิน ในวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2551

ใครไม่ได้ตาม link ไปก็ดูที่นี่ครับ จบครับ ครบถ้วนทุกประการ อนุโมทนาบุญด้วยครับ..ข้าพเจ้าเอง

ฉือจี้ องค์กรการกุศลที่คุณควรจะรู้จัก

October 23, 2008

คนละไม้คนละมือ การให้ ย่อมสร้างความสุขกว่า การรับ ฉันใด ฉันนั้น ถ้าไม่เคยให้ จะรู้ได้อย่างไรว่า เมื่อได้ทำกรรมที่ชื่อว่า “ให้” นั้นทำให้มีสุข ได้อย่างไร ทั้งความรู้สึกก่อนจะให้ เมื่อตั้งใจที่จะให้ ขณะที่กำลังให้ และแม้แต่หลังจากการได้ให้แล้ว เมื่อนึกถึงเมื่อใดย่อมมีสุข

ทาน หรือ การให้ เป็นการตัดความโลภ การให้ทานนี้ต้องให้เพื่อการสงเคราะห์อย่างเดียว ไมให้เพื่อหวังผลตอบแทน ทานบารมี เป็นบารมีต้น ในบารมี ๑๐ ทัศ (ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา) เมื่อได้ให้ ก็ทำทาน ก็เป็นปัจจัยให้เกิดบารมีอื่นๆ ตามมาได้ เพราะ การให้เป็นการตัดความโลภ  ตัดโลภะ เพราะการให้ทานเป็นการสงเคราะห์ เป็นการให้ ส่วนโลภเป็นตัวดึงเข้ามา นี่เป็นศัตรูกัน

เมื่อตัดกิเลสตัวโลภะ ความโลภได้ กิเลสอีกสองตัวคือ โทสะ ความโกรธ และโมมะ ความหลง ก็จะทรงอยู่ไม่ได้ เพราะมันทั้ง ๓ ส่วน เหมือนกับโต๊ะ ๓ ขา หากทำลายขาใดขาหนึ่งไปได้ ที่เหลืออีก ๒ ตัวก็ทรงตัวไม่ไหว มันก็ต้องสลายไปด้วย 

การให้ทาน ก็แบ่งออกเป็น ๓ ระดับ คือ

๑. ทาสทาน เวลาที่เราจะให้ทาน เราก็ให้ของเลวกว่าที่ของที่เรากินเราใช้

๒. สหายทาน เวลาที่เราให้ทาน เราก็ให้ของเสมอกับที่เรากินเราใช้

๓. สามีทาน เวลาที่เราจะให้ทาน เราก็ให้ของดีกว่าที่เรากินเราใช้

ทานทั้งหมด แม้หลายคนจะบอกว่าการให้ ธรรมทาน เป็นทานสูงสุด แต่สิ่งที่สูงกว่านั้นก็ยังมีอีกนั้นคือ การให้ อภัยทาน การถือศีล และการเจริญภาวนา ซึ่งการระลึกถึงทานที่ให้เป็นนิตย์ ก็คือเป็นการเจริญภาวนาอย่างหนึ่ง ที่เรียกว่า จาคานุสสสติกรรมฐาน ๑ ใน  อนุสสติ ๑๐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำสมาธิ คือที่เรียกว่า สมถภาวนา เป็นส่วนหนึ่งของกรรมฐาน ๔๐ กอง ซึ่งเป็นการเจริญภาวนาที่นำไปสู่การเจริญภาวนาที่ดีกว่า นั้นคือ การเจริญวิปัสสนาภาวนา หรือ การเจริญปัญญา

จะเห็นได้ว่าแค่การ “ให้” แค่นี่เองง่ายๆ สามารถนำคุณไปสู่จุดสูงสุด คือการเจริญปัญญาได้ แต่หลายคนยังสงสัยอยู่ดี ว่าทานที่ว่ามาทั้งหมด ต่างกับ จาคะ หรือที่เราแปลว่าเสียสละ อย่างไร เอาเป็นว่า ตามไปอ่าน  การทำทานโดยลำดับ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี สอนไว้เมื่อ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม  พ.ศ.  ๒๕๒๘ ณ วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่  จังหวัดหนองคาย

ดังนั้น “พึงเข้าใจเถิดว่า  จาคะ  กับ  ทำทาน มันต่างกัน เอาละ ความเมตตาปรารถนาหวังดี อันนั้นได้ชื่อว่าให้  ทาน โดยแท้เขาทำ  ทาน   ปรารถนาหวังดีแก่เรา เราแผ่เมตตาถึงเขา ก็เรียกว่าให้ ทาน ได้ให้น้ำใจเป็น  ทาน  ให้  อภัยทาน นั้นเป็นเครื่องสนองตอบแทนซึ่งกันและกัน”

ที่กล่าวมาทั้งหมดเอามาเรียบเรียงใหม่ จากหนังสือหลายเล่ม ของ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ หรือ พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) อ.เมือง จ.อุทัยธานี หนังสือ ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ มาชวนทำบุญอีกแล้วครับ ชวนพิมพ์หนังสือ วิธีสร้างบุญบารมี และอำนาจอันยิ่งใหญ่แห่งกรรม และธรรมของหลวงปู่เทสก์

ถ้าคัดลอกมาผิดพลาดประกาศใด ก็ขออภัย มา ณ ที่นี่ด้วยครับ

ที่เขียนมาทั้งหมด ก็เพราะเช้านี่ได้ดูรายการ คนละไม้คนละมือ ของสถานีไทยพีบีเอส พี่พูดถึง มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวัน ในประเทศไทย ซึ่งเป็นมูลนิธิการกุศลที่วางรากปักฐานที่มณฑลไต้หวันและได้แผ่กิ่งก้านสาขาไปยังทั่วทุกมุมโลก ก่อตั้งโดยท่านธรรมจารย์ เจิ้ง เหยียน เป็นการกระตุ้น กระตุกเตือน คนละไม้คนละมือ

ข้าพเจ้าเคยอ่านเรื่องของท่านเจิ้ง เหยียน และมูลนิธิของท่านจาก นิตรสารสารคดี เมื่อนานมาแล้ว ยังจำเรื่องนี้ได้ดี แต่ก็ปล่อยมันทิ้งไป เหมือนทุกครั้ง ให้ อภัยทาน ข้าพเจ้าเถอะครับ วันนี้ไปรื้อมาให้ครับ ตามไปอ่านเองเถอะครับ ท่านทั้งหลายเขาเขียนไว้ดีเยี่ยมอยู่แล้ว

บทความพิเศษ : จิตอาสา พลังสร้างโลก บทเรียนรู้จากขบวนการพุทธฉือจี้ไต้หวัน ขบวนการที่เน้นหัวใจของความเป็นมนุษย์ เรื่องและภาพ : อำพล จินดาวัฒนะ

ไปรื้อมาอีกเจออีกเพียบครับ

ริมธาร : ขุมทรัพย์ในกองขยะ เรื่อง : รินใจ / ภาพประกอบ : อ้อย กาญจนะวณิชย์

จาก blog บรรณาธิการในฝัน วันชัย ตัน ฉือจี้ “ยิ่งทำงานหนัก ตัวตนยิ่งเล็กลง ” 

ไม่มีอะไรจะบอกต่อ เชิญพิจารณา ฉือจี้ องค์กรการกุศลที่ยิ่งใหญ่ ที่ควรจะรู้จัก คนละไม้คนละมือ..ข้าพเจ้าเอง

สถิติการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ครัวเรือน) พ.ศ. 2550

October 20, 2008

ค้นข้อมูลนี้มาได้นานแล้ว วันนี้พอมีเวลาเลยเอามาให้ดูกันครับ จริงๆแล้วก็ไม่ได้เป็นข้อมูลปกติอะไร หรอกครับ เป็นข้อมูลดีๆใช้อ้างอิงได้ เพราะมาจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ข้อมูลที่ได้ก็ย่อมน่าเชื่อถือว่าแหล่งอื่นๆ เพราะมีคำว่าแห่งชาติอยู่ในชื่อหน่วยงานด้วย คาดได้ว่าคงมีที่มาที่ไปที่วัดผลได้ ไม่เสียชื่อเสียงสถาบันแน่ๆ

เอามาบอกก็เพราะสนใจด้านนี้ ช่วยไม่ได้ลงทุนอยู่เยอะต้องหาข้อมูลมาหลอกตัวเองหน่อย ว่าที่ชื้อมาตัดสินใจไม่ผิดนะ ข้อมูลที่ว่าคือ สถิติการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ครัวเรือน) พ.ศ. 2550 สรุปย่อจากรูปนะครับ เพราะเป็นข้อมูลที่เขาสรุปมาแล้ว ถ้าฉบับเต็มก็ตาม link ไปดูเองได้ครับ จริงๆก็ไม่มีอะไร เพราะดูรูปเข้าใจกว่าข้อความสั้นๆที่เขาทำประกอบไว้

 

 

นอกจากข้อมูลสถิติการใช้ การมีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตต่างแล้วก็มี สถิติดีๆอีกเพียบ ตามไปดูได้ครับ บริการข้อมูลสถิติ หรือจะดูข้อมูล การมีการใช้ ICT ในครัวเรือน พ.ศ. 2550 แบบเป็นแผนที่ประเทศไทย หรือที่เขาเรียกว่าดูแบบ GIS ก็ได้ครับ แต่ผมดูแล้วก็งงว่าเป็น GIS ตรงไหน เอาตัวอย่างไปดูกันครับ

ไหนบอกข้อมูลเชื่อถือได้ไงครับ สำนักสถิติ ทำไม อัตราการใช้คอมพิวเตอร์ต่อครัวเรือนสองรูปไม่ตรงกันครับที่หนึ่งบอกปี 50 เฉลี่ย 20.4 อีกที่เฉลี่ย 15.4 ต่างๆกันเยอะนะครับ 5% แต่ช่างมันเถอะ มาดูรูปแผนที่ดีกว่า แต่ไม่รู้ GIS ตรงไหน งงงง มีแต่รูปแผนที่ธรรมดา ก็เรียกว่า GIS แล้วหรือครับ อึ้งครับอึ้ง แต่เห็นรูปว่าจังหวัดที่ Itcity จะไปเปิดสาขาใหม่แล้ว อืมม์ เป็นไปได้..ฮาฮา..หลอกตัวเองไปวันๆ..ข้าพเจ้าเอง